สมองกับการเอาตัวรอดในแต่ละวัย เรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน
Published: 11 October 2026
1 views

หลายครั้งที่เวลามีการซ้อมอพยพ ไม่ว่าจะเป็นเหตุไฟไหม้ แผ่นดินไหว น้ำท่วมหรือในสถานการณ์อื่น ๆ ผู้เข้าร่วมอาจมีตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงอายุ แม้ทุกคนจะได้รับคำแนะนำเดียวกัน คนแต่ละวัยจะทำความเข้าใจ จดจำ และนำไปปฏิบัติสามารถทำได้เหมือนกันหรือไม่

บทความนี้ชวนมาหาคำตอบและทำความเข้าใจความแตกต่างดังกล่าวผ่านมุมมองของ ดร.ดวงหทัย วิวัฒน์รัตน์ จากสถาบันการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อค้นหาว่าการเรียนรู้และการฝึกซ้อมควรปรับให้เหมาะกับคนแต่ละวัยอย่างไร จึงจะช่วยเตรียมความพร้อมให้นำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้จริง

เมื่อเผชิญภัย วัยเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของสมองอย่างไร

เมื่อเผชิญภัย สมองและระบบประสาททำงานร่วมกันในการประเมินสถานการณ์และเตรียมร่างกายให้ตอบสนอง ซึ่งอาจปรากฏเป็นการสู้ หนี หรือหยุดนิ่ง ดังที่อธิบายไว้ในบทความ “สมองกับวินาทีเอาตัวรอด จะสู้หรือหนี: รู้จัก Interoception และ Fight–Flight–Freeze” พื้นฐานการทำงานร่วมกันนี้พบได้ในคนทุกวัย แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะทำความเข้าใจสถานการณ์และเลือกตอบสนองได้

สิ่งที่แตกต่างตามวัยคือระดับพัฒนาการและการประสานงานของเครือข่ายสมองกับระบบประสาท รวมถึงประสบการณ์ที่แต่ละคนสะสมมา ความสามารถในการควบคุมตนเอง การตัดสินใจ และการดึงประสบการณ์มาใช้จึงแตกต่างกัน ซึ่งมีส่วนทำให้คนแต่ละวัยประเมินภัยและตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างกัน นอกจากปัจจัยด้านวัยและประสบการณ์แล้ว ความเครียดเฉียบพลันขณะเผชิญภัยยังอาจรบกวนความสามารถในการจดจำข้อมูลไว้ใช้งานและการปรับเปลี่ยนวิธีคิดเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป (Shields et al., 2016) การเตรียมความพร้อมจึงควรคำนึงถึงทั้งความสามารถของแต่ละคนและความกดดันที่อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์จริง เป็นจุดเริ่มต้นในการเตรียมความพร้อมให้เหมาะสมกับคนแต่ละวัย

เตรียมพร้อมรับมือภัยให้เหมาะกับแต่ละวัย

การเตรียมพร้อมรับมือภัยควรคำนึงถึงวิธีเรียนรู้ ประสบการณ์ และความสามารถในการปฏิบัติของคนแต่ละวัย ดร.ดวงหทัยได้ชวนมองแนวทางการสื่อสารและเสนอการเตรียมความพร้อมสำหรับเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ

วัยเด็ก: เรียนรู้จากคำแนะนำและตัวอย่างของผู้ใหญ่

ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของวัยเด็กคือ การเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวผ่านการสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรมของผู้อื่น ซึ่งมีส่วนช่วยให้เด็กเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนในสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงการรับรู้ถึงภัยอันตราย โดยไม่จำเป็นต้องเผชิญเหตุการณ์นั้นด้วยตนเองเสมอไป

ดร.ดวงหทัยเล่าถึงประสบการณ์ที่ตัวเองเคยแสดงความหวาดกลัวสัตว์ชนิดหนึ่งต่อหน้าหลานสาว และสังเกตว่าหลานสาวซึ่งไม่เคยกลัวสัตว์ชนิดนี้มาก่อน เริ่มแสดงท่าทีหวาดกลัวตามหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปฏิกิริยาของผู้ใหญ่อาจมีส่วนต่อการรับรู้และเรียนรู้ความกลัวของเด็ก สอดคล้องกับบทความทบทวนวรรณกรรม Watch and Learn: Vicarious Threat Learning across Human Development ของ Skversky-Blocq และคณะ (2021) ที่ศึกษาแนวคิด Vicarious Threat Learning หรือการเรียนรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามผ่านประสบการณ์ของผู้อื่น โดยเฉพาะในวัยเด็ก ทั้งการสังเกตปฏิกิริยาความกลัวของผู้อื่น และการเรียนรู้เกี่ยวกับอันตรายผ่านคำบอกเล่าหรือคำเตือน จึงกล่าวได้ว่าทั้งคำพูดและพฤติกรรมของผู้ใหญ่ล้วนมีส่วนสำคัญต่อการเรียนรู้ของวัยนี้

ข้อเสนอแนะในการเตรียมพร้อม เน้นย้ำถึงบทบาทของผู้ใหญ่ในการแสดงท่าทีและปฏิบัติตน การแนะนำและสาธิตวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านตัวอย่างที่เห็นและสามารถนำไปปฏิบัติตามได้

วัยรุ่น: ฝึกร่วมกับเพื่อนและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

การให้ความรู้และการฝึกซ้อมอพยพร่วมกันกับกลุ่มเพื่อน รวมทั้งการสร้างแนวทางการตัดสินใจโดยให้ลองประเมินสถานการณ์ถือเป็นเป็นแนวทางหนึ่งในการเตรียมความพร้อมในวัยรุ่น กรณีหนึ่งที่ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าจะช่วยให้เห็นบทบาทของการฝึกซ้อมและบทบาทในการตัดสินใจคือเหตุการณ์สึนามิที่เมืองคามาอิชิ ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2011 ซึ่ง Katada และ Kanai (2016) ศึกษาพบว่า ก่อนเกิดเหตุ โรงเรียนในพื้นที่ได้จัดการเรียนรู้และฝึกอพยพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการฝึกซ้อมร่วมกันระหว่างนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น เมื่อเกิดสึนามิ นักเรียนมัธยมที่เริ่มอพยพได้เป็นตัวอย่างให้นักเรียนรุ่นน้องปฏิบัติตาม ขณะเดียวกัน นักเรียนยังมีส่วนร่วมในการประเมินสถานการณ์และเสนอให้อพยพไปยังพื้นที่สูงขึ้น เมื่อพบว่าจุดอพยพเดิมอาจไม่ปลอดภัย

ข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อม  เตรียมพร้อมวัยรุ่นผ่านการฝึกเป็นกลุ่ม มีเพื่อนที่ผ่านการฝึกเป็นตัวอย่าง การนำบทเรียนจากกรณีคามาอิชิมาประยุกต์ใช้ แนวทางที่อาจเพิ่มเติมในการฝึกคือ การลองตัดสินใจภายใต้การดูแลของผู้ฝึก เช่น ลองประเมินทางเลือกเมื่อเส้นทางที่เคยซ้อมใช้ไม่ได้ เพื่อให้การฝึกเป็นกลุ่มมีทั้งการร่วมมือกับเพื่อนและการฝึกคิดเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปก็เป็นสิ่งที่ควรเพิ่มในการฝึกซ้อมด้วย

วัยผู้ใหญ่: ใช้ประสบการณ์ควบคู่กับการทบทวนความเสี่ยง

“หลายครั้งที่เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างเช่น น้ำท่วม แล้วมีคำสั่งอพยพทำไมผู้ใหญ่บางคนถึงไม่ยอมอพยพออกมาจากพื้นที่” คำถามที่ทางผู้สัมภาษณ์ตั้งข้อสังเกตจากเหตุการณ์หลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ดร.ดวงหทัยให้ความเห็นว่าปัจจัยหนึ่งที่อาจเกี่ยวข้องคือผู้ใหญ่บางคนใช้ความรู้และประสบการณ์เดิมประกอบการประเมินสถานการณ์ เช่น การเคยผ่านเหตุการณ์คล้ายกันมาโดยไม่ได้รับความเสียหาย จึงควรทบทวนว่าประสบการณ์เหล่านั้นยังช่วยในการรับมือกับภัยครั้งใหม่ได้มากน้อยเพียงใด

ประเด็นหนึ่งที่อาจใช้ประกอบข้อสังเกตนี้ได้คือ near-miss effect หรือการที่ประสบการณ์ “เกือบเกิดความเสียหาย แต่รอดพ้นมาได้โดยบังเอิญ” อาจทำให้คนประเมินความเสี่ยงต่ำลง งานของ Bogani และคณะ (2023) พบว่า ผู้เข้าร่วมที่ได้รับสถานการณ์จำลองแบบเกือบเกิดความเสียหายจากน้ำท่วม ประเมินความเสี่ยงและความเสียหายต่ำลง และมีความตั้งใจใช้มาตรการป้องกันน้อยลง อาจประเมินได้ว่าประสบการณ์เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยในการตัดสินใจ แต่ก็อาจทำให้ประเมินภัยต่ำกว่าความเป็นจริง หากยึดติดกับผลลัพธ์ในอดีตมากเกินไป

ข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อม : เน้นการอธิบายเหตุผลของการฝึก การทบทวนสิ่งที่เคยรู้ และอาจเพิ่มการฝึกผ่านสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่อาจเผชิญเช่น การใช้ VR (Virtual Reality) และ Simulation เพื่อสร้าง safety awareness ความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้มากขึ้น

วัยสูงอายุ: ปรับคำแนะนำและความช่วยเหลือให้ปฏิบัติได้จริง

เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายและการทำงานของสมองอาจส่งผลให้การเคลื่อนไหว การประมวลผลข้อมูล และการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ช้าลง แม้ความรู้และประสบการณ์ที่สะสมมายังคงมีบทบาทในการทำความเข้าใจและรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ แต่ความสามารถบางด้านอาจเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ข้อมูลจาก National Institute on Aging (2023) อธิบายว่า เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถด้านการคิดบางอย่างอาจเปลี่ยนแปลงไป เช่น การนึกคำหรือชื่อได้ช้าลง และการทำหลายอย่างพร้อมกันยากขึ้น การเตรียมพร้อมจึงควรคำนึงถึงความสามารถและข้อจำกัดของผู้สูงอายุแต่ละคน

ข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อม การเตรียมพร้อมสำหรับผู้สูงอายุไม่ควรเป็นเพียงการให้ความรู้หรือฝึกอพยพ นอกจากดูว่าผู้สูงอายุเข้าใจคำแนะนำหรือไม่ สามารถปฏิบัติตามได้มากน้อยเพียงใด และต้องการความช่วยเหลือในขั้นตอนใดบ้าง แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยที่ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถปฏิบัติได้จริง มีผู้ให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็น รวมถึงการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น บันไดหนีไฟและป้ายให้เหมาะสม หรือการสร้างไฟนำทางในทางเดินหากทำได้

เข้าใจสมอง ฝึกเอาตัวรอดให้เหมาะสมกับทุกวัย

แม้คนทุกวัยจะมีพื้นฐานการตอบสนองต่อภัยคล้ายกัน แต่พัฒนาการของสมอง ประสบการณ์ และความสามารถที่แตกต่างกัน อาจทำให้เข้าใจและรับมือเหตุฉุกเฉินได้ต่างกัน ดร.ดวงหทัยจึงเสนอให้ใช้คำสั่งสั้นและชัดเจน ฝึกผ่านสถานการณ์จำลองที่ปลอดภัย พร้อมทบทวนและฝึกซ้ำ โดยคำนึงถึงวัย ความสามารถ และความช่วยเหลือที่แต่ละคนต้องการ

ขณะเดียวกัน การมีอารมณ์ร่วมต่อเหตุการณ์ ทั้งความสะเทือนใจและความเห็นใจผู้ประสบเหตุ อาจช่วยให้ผู้คนตระหนักว่าภัยเป็นเรื่องใกล้ตัว เมื่อได้เห็นตัวอย่างการรับมือที่ช่วยให้รอดพ้นจากอันตราย ก็อาจยิ่งเห็นความสำคัญของการฝึกซ้อมอพยพและการเรียนรู้วิธีรับมือภัย เพื่อให้พร้อมนำไปใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจริงได้อีกด้วย


สัมภาษณ์โดย

นางสาวอารยา ศรีบัวบาน และ นางสาววนิษา เทียมเมฆ

เรียบเรียงเนื้อหาโดย

นางสาววนิษา เทียมเมฆ

ผ่านการถอดเทปโดยเครื่องมือ Transkriptor


เอกสารอ้างอิง

Bogani, A., Faccenda, G., Riva, P., Richetin, J., Pancani, L., & Sacchi, S. (2023). The near-miss effect in flood risk estimation: A survey-based approach to model private mitigation intentions into agent-based models. International Journal of Disaster Risk Reduction, 89, Article 103629. https://doi.org/10.1016/j.ijdrr.2023.103629

Katada, T., & Kanai, M. (2016). The school education to improve the disaster response capacity: A case of “Kamaishi Miracle”. Journal of Disaster Research, 11(5), 845–856. https://doi.org/10.20965/jdr.2016.p0845

National Institute on Aging. (2023, June 27). How the aging brain affects thinking. https://www.nia.nih.gov/health/brain-health/how-aging-brain-affects-thinking

Shields, G. S., Sazma, M. A., & Yonelinas, A. P. (2016). The effects of acute stress on core executive functions: A meta-analysis and comparison with cortisol. Neuroscience & Biobehavioral Reviews, 68, 651–668. https://doi.org/10.1016/j.neubiorev.2016.06.038

Skversky-Blocq, Y., Haaker, J., & Shechner, T. (2021). Watch and learn: Vicarious threat learning across human development. Brain Sciences, 11(10), Article 1345. https://doi.org/10.3390/brainsci11101345

Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...