ขณะที่เรากำลังเดินอยู่ในห้าง จู่ ๆ ได้ยินเสียงดังโครมครามและเห็นผู้คนเริ่มวิ่งหนี แม้จะยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ร่างกายอาจตอบสนองขึ้นมาทันที หัวใจเต้นเร็วขึ้น ขาเริ่มออกวิ่ง หรือบางคนกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ทำไมร่างกายจึงมีอาการพวกนี้ก่อนที่เราจะอธิบายสถานการณ์ตรงหน้าได้?
บทความนี้จะพาไปรู้จักการตอบสนองของร่างกายและการประมวลผลของสมองในช่วงเวลาแห่งการเอาตัวรอด ตั้งแต่สัญญาณที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ไปจนถึงการตอบสนองต่อภัยแบบ Fight–Flight–Freeze ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที สมองและร่างกายกำลังทำอะไรเพื่อพาเราออกจากอันตราย
Interoception คืออะไร : เสียงภายในร่างกายส่งถึงสมองเมื่อมีภัย
Interoception คือกระบวนการที่ระบบประสาทตรวจจับ ประมวลผล และตีความข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะภายในร่างกาย เช่น จังหวะการเต้นของหัวใจ รูปแบบการหายใจ ความดันโลหิต ความตึงของกล้ามเนื้อ ความหิว ความกระหาย หรืออาการคลื่นไส้ เมื่ออยู่ในสถานการณ์คับขัน สมองจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประมวลผลร่วมกับสัญญาณภายนอกที่ได้จากการมองเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น และการสัมผัส เพื่อเป็นข้อมูลให้สมองใช้ประกอบการประเมินสถานการณ์และปรับการตอบสนองต่อภัย
สิ่งสำคัญคือ กระบวนการทางระบบประสาทและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายสามารถเกิดขึ้นได้อย่างอัตโนมัติก่อนที่เราจะมีสติรับรู้และอธิบายภัยที่กำลังเกิดขึ้นได้ เมื่อสัญญาณจากภายนอกบอกว่าอาจมีภัย สมองและร่างกายจะเริ่มปรับตัว อย่างรวดเร็ว สมองส่วนอะมิดาลา (Amygdala) จะส่งสัญญาณเตือนไปยังไฮโพทาลามัส (Hypothalamus) จะเริ่มทำงานร่วมกันกับ ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) โดยเฉพาะระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) จะช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ หัวใจอาจเต้นเร็วขึ้น หายใจเปลี่ยนไป กล้ามเนื้อเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหว พร้อมกับการหลั่งฮอร์โมนสำคัญอย่าง อะดรีนาลีน (adrenaline) นอร์อะดรีนาลีน (Noradrenaline) และคอร์ติซอล (Cortisol) เพื่อระดมพลังงานให้ร่างกายพร้อมตอบสนองหลายรูปแบบ รวมทั้งการตอบสนองแบบ Fight – สู้ Flight – หนี และ Freeze – นิ่ง ด้วย
เมื่อภัยเข้ามาใกล้: กลไก Fight – Flight – Freeze
เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2024 ชายคนหนึ่งใช้มีดไล่ทำร้ายผู้คนภายในศูนย์การค้า Westfield Bondi Junction ชานเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ลูกค้าบางคนวิ่งหนีออกจากอาคาร บางคนหลบเข้าไปในร้านและล็อกประตู ขณะที่ชายคนหนึ่งหยิบเสากั้นโลหะขึ้นมาขวางผู้ก่อเหตุบริเวณบันไดเลื่อน ก่อนที่ตำรวจจะเข้าระงับเหตุและยิงผู้ก่อเหตุเสียชีวิต (The Guardian, 2024)
จากเหตุกาณ์นี้จะเห็นได้ว่าเมื่อมนุษย์เจอภัย พฤติกรรมของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป บางคนวิ่งหนี ในขณะที่บางคนหันไปหาภัยนั้น Fight–Flight–Freeze คือรูปแบบการตอบสนองต่อภัยที่ช่วยให้ร่างกายเตรียมเผชิญหน้า หลบหนี หรือลดการเคลื่อนไหวเพื่อประเมินสถานการณ์ การตอบสนองเหล่านี้ไม่ได้แยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่สามารถเปลี่ยนแปลงและซ้อนทับกันได้ตามลักษณะของภัยและทางเลือกที่มีอยู่ในขณะนั้น ระบบประสาทอัตโนมัติ ฮอร์โมน สมอง และกล้ามเนื้อทำงานประสานกัน จนเกิดเป็นรูปแบบการตอบสนองต่อภัย
Fight - สู้ : ระดมพลังเพื่อเผชิญหน้ากับภัย
Fight เป็นรูปแบบการตอบสนองเชิงรุกเมื่อการเผชิญหน้าหรือจัดการกับต้นเหตุของภัยอาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการป้องกันตนเอง ระบบประสาทซิมพาเทติกมีส่วนเพิ่มความตื่นตัว เร่งการทำงานของหัวใจและการหายใจ ระดมพลังงาน และเตรียมกล้ามเนื้อให้พร้อมออกแรง พฤติกรรมที่แสดงออกอาจเป็นการป้องกันตัว ผลักสิ่งที่คุกคาม หรือพยายามควบคุมต้นเหตุของอันตราย
Flight - หนี : ระดมพลังเพื่อออกจากพื้นที่อันตราย
Flight ใช้ระบบระดมพลังหลายส่วนร่วมกับ Fight แต่พฤติกรรมมุ่งไปที่การถอยห่างหรือออกจากภัย หากมีเส้นทางหลบหนี ร่างกายอาจเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ ปรับการไหลเวียนเลือดและการใช้พลังงานเพื่อสนับสนุนกล้ามเนื้อ พร้อมลดความสำคัญของกระบวนการบางอย่างที่ไม่เร่งด่วนในขณะนั้น เช่น การย่อยอาหาร เพื่อให้พร้อมเคลื่อนออกจากพื้นที่อันตรายอย่างรวดเร็ว
Freeze - นิ่ง : หยุดการเคลื่อนไหว แต่ไม่ได้หยุดประมวลผล
Freeze ไม่ได้หมายถึงการ “ยอมแพ้” แต่เป็นภาวะที่ร่างกายลดหรือหยุดการเคลื่อนไหวชั่วขณะ ขณะที่ยังตื่นตัว จับตาดูภัย และประเมินทางเลือก อัตราการเต้นของหัวใจอาจช้าลงชั่วคราวจากการทำงานร่วมกันของระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) และพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic Nervous System) เปรียบได้กับการ “เหยียบคันเร่งพร้อมกับแตะเบรก” คือร่างกายยังพร้อมตอบสนอง แต่การเคลื่อนไหวถูกยับยั้งไว้ชั่วคราว

Freeze กับ Tonic immobility แตกต่างกันอย่างไร
Freeze คือภาวะที่การเคลื่อนไหวลดลง แต่ร่างกายยังตื่นตัวและพร้อมเปลี่ยนไปสู่การตอบสนองอื่น ส่วน tonic immobility เป็นภาวะที่บุคคลไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือตอบสนองได้ มักสัมพันธ์กับภัยรุนแรงหรือภัยประชิดตัว โดยเฉพาะเมื่อการหนีหรือการต่อสู้ทำได้ยาก
Fight, Flight และ Freeze จึงไม่ได้เกิดตามลำดับตายตัวหรือแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่สามารถเปลี่ยนไปมาได้อย่างรวดเร็วตามการประมวลผลร่วมกันของสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว สภาวะภายในร่างกาย ประสบการณ์เดิม และทางเลือกที่มีในขณะนั้น แล้วท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเพียงไม่กี่วินาที สมองรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายกำลังตื่นตัว พร้อมวิ่ง พร้อมต่อสู้ หรือกำลังลดการเคลื่อนไหว? คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ Interoception ซึ่งทำหน้าที่ส่งข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะภายในร่างกายกลับไปยังสมองอย่างต่อเนื่อง
Interoception เกี่ยวข้องกับ Fight–Flight–Freeze อย่างไร
Interoception และการตอบสนองแบบ Fight–Flight–Freeze ไม่ได้ทำงานต่อกันเป็นเส้นตรง แต่เป็นส่วนหนึ่งของ วงจรการประมวลผลระหว่างสมองกับร่างกาย ซึ่งแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินภัย คาดการณ์ความต้องการของร่างกาย และปรับการตอบสนองให้เหมาะกับสถานการณ์ โดยการทำงานเหล่านี้อาจเกิดขึ้นพร้อมกัน ย้อนกลับไปมา หรือเปลี่ยนรูปแบบตามระดับและความใกล้ของภัย ไม่ได้มีขั้นตอนหรือลำดับขั้นที่เกิดตายตัว
- ตรวจพบสิ่งที่อาจเป็นภัย สมองได้รับข้อมูลจากภายนอก เช่น ภาพ เสียง กลิ่น หรือแรงสั่นสะเทือน พร้อมกับข้อมูลจากภายใน เช่น การเต้นของหัวใจ การหายใจ และความตึงของกล้ามเนื้อ
- คาดการณ์และเตรียมร่างกาย สมองไม่จำเป็นต้องรอให้เราเริ่มวิ่งก่อนจึงค่อยปรับร่างกาย แต่สามารถคาดการณ์ความต้องการที่กำลังจะเกิดขึ้น และเปลี่ยนการทำงานของหัวใจ การหายใจ การไหลเวียนเลือด และกล้ามเนื้อไว้ล่วงหน้า
- ร่างกายเข้าสู่ภาวะเตรียมรับมือภัย หัวใจและการหายใจอาจเปลี่ยนไป เหงื่อออก มือเย็น กล้ามเนื้อเกร็ง หรือการเคลื่อนไหวลดลง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมตัวต่อสถานการณ์คุกคาม
- ข้อมูลจากร่างกายย้อนกลับเข้าสู่สมอง สมองได้รับข้อมูลจาก Interoception อย่างต่อเนื่องว่าร่างกายกำลังตื่นตัวเพียงใด หัวใจและการหายใจทำงานอย่างไร กล้ามเนื้อกำลังออกแรงหรือหยุดนิ่ง และนำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลร่วมกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก
- ปรับการตอบสนองตามสถานการณ์ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน การตอบสนองก็เปลี่ยนตามได้ จากการหยุดนิ่งอาจเปลี่ยนไปสู่การหลบหนีหรือการป้องกันตัว หรือกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อพบว่าภัยลดลงหรือหายไป

อ่านสัญญาณร่างกาย เพื่อดึงตัวเองกลับมาสู่การตัดสินใจ
การรู้ทันสัญญาณภายในร่างกายอาจไม่ได้ทำให้เราควบคุม Fight–Flight–Freeze ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้เรารู้ว่า ร่างกายกำลังเตรียมรับมือกับบางสิ่ง และตั้งรับต่อสถานการณ์ได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่มีการตอบสนองแบบใดเหมาะกับทุกสถานการณ์ สิ่งที่ร่างกายเลือกทำขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะห่างของภัย ทางเลือกที่มองเห็น ประสบการณ์เดิม ตลอดจนสภาพร่างกายในขณะนั้น การเข้าใจสัญญาณภายในจึงไม่อาจแทนความรู้เรื่องภัย แผนอพยพ หรือการฝึกปฏิบัติได้ แต่อาจช่วยให้เราไม่ถูกความตื่นตระหนกครอบงำ และมีโอกาสเลือกการกระทำที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดในเวลาที่ทุกวินาทีมีความหมาย
หากสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับสมองมากขึ้น ขอเชิญเยี่ยมชมนิทรรศการ “Brain Inside Out ส่องสมอง” ร่วมสำรวจการทำงานของสมองในแต่ละวัยผ่านการสังเกต ทดลอง และเชื่อมโยงกับชีวิตจริง พร้อมเรียนรู้แนวทางพัฒนาและดูแลสมองตลอดช่วงชีวิต นิทรรศการนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)
สามารถเข้าชมได้ ณ ห้องนิทรรศการ 1–2 ชั้น 1 อาคารการเรียนรู้พหุวิทยาการ (LX) ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 ทุกวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 09.00–16.00 น. โดยมีเจ้าหน้าที่นำชมทุกวันพุธแรกของเดือน เวลา 13.30–14.30 น. หากต้องการนัดหมายเจ้าหน้าที่นำชมเป็นหมู่คณะ ติดต่อโทร. 0-2470-8214 หรือ Line: @kmuttlibrary
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับสมองเพิ่มเติมได้ที่นี่
- ทำไมวัยรุ่น ถึงถูกเรียกว่าวัยว้าวุ่น
- สมองกับการเอาตัวรอดในแต่ละวัย เรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน
เอกสารอ้างอิง
Barrett, L. F., & Simmons, W. K. (2015). Interoceptive predictions in the brain. Nature Reviews Neuroscience, 16, 419–429. https://doi.org/10.1038/nrn3950
Chen, W. G., Schloesser, D., Arensdorf, A. M., Simmons, J. M., Cui, C., Valentino, R., Gnadt, J. W., Nielsen, L., St Hillaire-Clarke, C., Spruance, V., Horowitz, T. S., Vallejo, Y. F., & Langevin, H. M. (2021). The emerging science of interoception: Sensing, integrating, interpreting, and regulating signals within the self. Trends in Neurosciences, 44(1), 3–16. https://doi.org/10.1016/j.tins.2020.10.007
Kozlowska, K., Walker, P., McLean, L., & Carrive, P. (2015). Fear and the defense cascade: Clinical implications and management. Harvard Review of Psychiatry, 23(4), 263–287. https://doi.org/10.1097/HRP.0000000000000065
Roelofs, K. (2017). Freeze for action: Neurobiological mechanisms in animal and human freezing. Philosophical Transactions of the Royal Society B: Biological Sciences, 372(1718), 20160206. https://doi.org/10.1098/rstb.2016.0206
Categories
Hashtags