ในช่วงต้นเดือน กันยายน 2568 ได้รับการติดต่อจากทีมเลขานุการ งาน Show and Share 2026 โดยคุณมลธิชา วิริยะสกุลพันธุ์ ว่าขอความช่วยเหลือให้เข้ามาช่วยในทีมจัดการความรู้ ผ่านมาทางสายผู้บังคับบัญชาหอสมุด หลังจากนั้นก็ทำให้ตัวผู้เขียนเข้ามาจัดการรวบรวมความรู้ที่ได้ในงานนั้นเป็นต้นมา จึงเป็นที่มาของบทความนี้ที่จะเล่าถึง KM และการนำร่องของการจัดการองค์ความรู้ในมิติของการจัดการสารสนเทศในกิจกรรมสำคัญอย่างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของมหาวิทยาลัย ซึ่งหวังว่า จะสามารถนำไปปฏิบัติในเวทีอื่น ๆ ด้วย
งาน Show and Share ในฐานะกลไกการจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัย
ในมุมมองทั่วไปของบุคลากรในมหาวิทยาลัย งาน Show and Share อาจถูกมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมหรืออีเวนท์สำคัญประจำปีที่เปิดพื้นที่ให้หน่วยงานนำเสนอผลงาน แต่เมื่อพิจารณาในบริบทของการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) กิจกรรมดังกล่าวมีบทบาทมากกว่างานแสดงผลงานทั่วไป เพราะยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) เพราะงาน Show and Share มุ่งเปิดพื้นที่ให้บุคลากรได้ถ่ายทอดผลงาน นวัตกรรม หรือแนวทางปรับปรุงการทำงานที่เกิดขึ้นจริงจากประสบการณ์ปฏิบัติงาน การนำเสนอและแลกเปลี่ยนดังกล่าวไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิดใหม่แต่ยังเอื้อต่อการถ่ายทอดความรู้จากบุคคลหนึ่งไปสู่อีกบุคคลหนึ่งในระดับองค์กร สอดคล้องกับแนวคิดของการจัดการความรู้ที่อธิบายว่า การจัดการความรู้เป็นกระบวนการหรือระบบในการสรรหาและจัดการความรู้ที่ถูกต้อง ให้แก่บุคคลที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาองค์กรและเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงาน (พรธิดา วิเชียรปัญญา, 2547, น.31) งาน Show and Share จึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ความรู้จากการปฏิบัติงานจริงถูกนำออกมาแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ในวงกว้าง
ทั้งนี้ เส้นทางของกิจกรรมดังกล่าวสามารถพิจารณาได้ใน 2 มิติสำคัญของการจัดการความรู้ ได้แก่
- มิติการจัดการสารสนเทศ (Information-based approach) ความรู้ที่ถูกนำเสนอสามารถจำแนก จัดหมวดหมู่ และจัดเก็บในระบบเพื่อให้สามารถเข้าถึงและค้นคืนได้ในภายหลัง สะท้อนมุมมองที่เห็นความรู้เป็นทรัพยากรที่สามารถจัดการอย่างเป็นระบบ
- มิติการจัดการคน (People-based approach) กิจกรรมเปิดโอกาสให้บุคลากรได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร การสะท้อนคิด และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและกระบวนการทำงานในทางที่ดีขึ้น
ด้วยเหตุนี้ งาน Show and Share จึงมิใช่เพียงกิจกรรมประชาสัมพันธ์ผลงาน หากแต่เป็นกระบวนการจัดการความรู้ที่เชื่อมโยงทั้ง ระบบ และ คน เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมและยกระดับศักยภาพขององค์กรอย่างต่อเนื่อง
หลักสำคัญของงาน Show and Share
จากทฤษฎีของ Michael J. Marquardt ได้ให้องค์ประกอบของการจัดการความรู้ ได้แก่
- การสร้างและการแสวงหาความรู้จากภายในหรือภายนอก สัมพันธ์กับบริบทของงาน Show and Share ที่หน่วยงานแต่ละแห่งย่อมจะนำ Best Practice ของตนเองมานำเสนอ ทำให้ความรู้ที่กระจัดกระจายอยู่ถูกดึงออกมาสู่พื้นที่ส่วนกลางของมหาวิทยาลัย
- การสร้างความรู้ เมื่อต้องนำเสนอผลงานของหน่วยงานหรือกลุ่มงานของตนก็ต้องมาเรียบเรียงวิธีคิด ตลอดจนการเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น ทำให้เกิดแรงบันดาลใจหรือแนวคิดใหม่จากการแลกเปลี่ยน
- การจัดเก็บและค้นคืนความรู้ ส่วนของการจัดเก็บและการค้นคืนความรู้ซึ่งตรงกับงานของทีมจัดการองค์ความรู้อย่างมาก ทั้งการถอดเทปสัมภาษณ์ วิดีโอ การจัดหมวดหมู่เนื้อหา การจัดทำคำสำคัญ ดัชนีข้อมูลบุคคลและหน่วยงาน ลงในแพลตฟอร์มที่ค้นหาได้ เป็นการพัฒนาคลังความรู้ของมหาวิทยาลัยอย่างเป็นรูปธรรม
- การถ่ายทอดและการใช้ประโยชน์จากรูปแบบของงาน Show and Share ในปีนี้จะเห็นได้ชัด ที่มีทั้งในระดับกิจกรรมอย่างการประจำบูธเพื่อเล่าเรื่อง การนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการในผลงานที่เข้ารอบ ซึ่งทุกผลงานล้วนแต่มาจากการเรียนรู้ ทดลอง และการใช้จริง และในระดับสื่อและระบบ การนำเสนอผ่านการบันทึกวิดีโอเพื่อเผยแพร่
เมื่อได้เข้าร่วมรับฟังการปาฐกถาพิเศษของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ คันธมานนท์ เรื่อง Innovate – Integrate – Impact ผู้เขียนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงการจัดการความรู้เข้ากับยุทธศาสตร์องค์กร โดยเฉพาะแนวคิดที่เน้นว่า “จุดเริ่มต้นของการพัฒนาองค์กรต้องเริ่มจากการ Connect” กล่าวคือ การตั้งคำถามว่างานของเราเชื่อมโยงกับใคร เมื่อใด และเพื่ออะไร ซึ่งเป็นแรงสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่สมรรถนะสูง
จากแนวคิดดังกล่าว จึงได้ศึกษาเพิ่มเติมกรณีตัวอย่างการจัดการความรู้ขององค์กรอื่น และพบแนวปฏิบัติที่น่าสนใจในบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ซึ่งพัฒนาระบบการจัดการความรู้ภายใต้กรอบแนวคิดที่เรียกว่า Technical Learning Organization (TLO) (พรธิดา วิเชียรปัญญา, 2547, น.150) โดยแนวคิด TLO มุ่งเชื่อมโยงองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- Knowledge Efficiency การแสวงหาและใช้ประโยชน์จากความรู้ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานจริงและจากตัวบุคคล
- Knowledge Connectivity การสร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยทุกคนเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามหน่วยงานและการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี
- Knowledge Innovation การต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่ความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาแนวทางใหม่
เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับธีมหลักของงาน Show and Share 2026 ซึ่งกำหนดกรอบแนวคิด 3I ได้แก่ Integrate – Innovate – Impact (เอกสารข้อเสนอโครงการ, 2568) จะเห็นได้ว่าแนวคิด TLO สามารถอธิบายและสนับสนุนธีมดังกล่าวได้อย่างสอดคล้องเชิงระบบ กล่าวคือ
- Integrate สัมพันธ์กับมิติของ Knowledge Connectivity ที่เน้นการบูรณาการองค์ความรู้ กระบวนการ และทรัพยากรจากหลายหน่วยงานให้ทำงานแบบ cross-functional ลดการทำงานแบบไซโล และสร้างพลังร่วมขององค์กร
- Innovate สอดคล้องกับ Knowledge Innovation ซึ่งมุ่งพัฒนาสิ่งใหม่และปรับปรุงงานเดิมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพิ่มคุณค่า และลดความซ้ำซ้อน
- Impact เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการเชื่อมโยงและนวัตกรรมดังกล่าว โดยสะท้อนผ่านประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนที่ลดลง คุณภาพบริการที่ดีขึ้น และผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กรและสังคม
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า แนวคิด TLO ทำหน้าที่เป็นกรอบกลไกการจัดการความรู้ที่สนับสนุนการขับเคลื่อน 3I ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากการเชื่อมโยง (Connect) การเรียนรู้ข้ามหน่วยงาน การต่อยอดองค์ความรู้ และนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงประสิทธิภาพและคุณค่าที่ยั่งยืนในระดับองค์กร
ภาพบรรยากาศงาน Show and Share 2026
รูปแบบกิจกรรมของงาน Show and Share
กิจกรรม Show and Share เป็นความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างโครงการ 6+1 Flagships Track 2 และ PI-KMUTT (Productivity Improvement) โดยดำเนินงานสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ฉบับที่ 13 ซึ่งมุ่งส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ การยกระดับและพัฒนากระบวนการทำงาน ตลอดจนการสร้างแรงบันดาลใจและเครือข่ายความร่วมมือระหว่างบุคลากร นักศึกษา ผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ภายในงานได้จัดให้มีพื้นที่สำหรับการนำเสนอผลงาน โดยแต่ละหน่วยงานหรือกลุ่มงานคัดเลือกผลงานเด่นของตนเข้าร่วมแสดง ทั้งในรูปแบบนวัตกรรม แนวทางปรับปรุงกระบวนการทำงาน หรือแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) พร้อมนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับแนวคิดที่มาของโครงการ แรงบันดาลใจ กระบวนการดำเนินงาน และข้อค้นพบหรือผลลัพธ์ที่สำคัญ
ในรูปแบบของปีนี้มีคณะกรรมการเพื่อพิจารณาคัดเลือกผลงาน โดยผลงานที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกได้รับเชิญให้นำเสนอเพิ่มเติมและรับข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการในวันที่ 8 มกราคม 2569 ก่อนเข้าสู่กระบวนการตัดสินรางวัล รางวัลแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่
- รางวัลกระบวนการต้นแบบที่สามารถขยายผลได้ยอดเยี่ยม
- รางวัลผลกระทบเชิงองค์กรสูงสุดยอดเยี่ยม
- รางวัลผลงานเชิงกลยุทธ์ยอดเยี่ยม
- รางวัลการทำงานข้ามหน่วยงานยอดเยี่ยม
- รางวัลผลงานโดดเด่น
การนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายจัดขึ้นในวันที่ 22 มกราคม 2569 ณ อาคารการเรียนรู้พหุวิทยาการ (Learning Exchange: LX) ชั้น 3 มจธ. โดยเป็นพื้นที่ ๆ รวบรวมทุกผลงานมาจัดแสดงและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มีพื้นที่แสดงผลงานที่เข้ารอบ พร้อมทั้งมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถสืบค้นและนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต
โดย นางสาวอารยา ศรีบัวบาน
นักบรรณสารสนเทศ สำนักหอสมุด มจธ.
บทความถัดไปจะมาเล่าถึงมิติการจัดการสารสนเทศกันบ้าง
บรรณานุกรม
Marquardt, M. J. (2002). Building the learning organization: Mastering the 5 elements for corporate learning (2nd ed.). Palo Alto, Calif.: Davies-Black.
พรธิดา วิเชียรปัญญา. (2547). การจัดการความรู้: พื้นฐานและการประยุกต์ = Knowledge management. กรุงเทพฯ: เอ็กซเปอร์เน็ท.
Categories
Hashtags