ลองนึกภาพ “ขันลงหิน” ภาชนะโลหะที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากเครื่องจักรในโรงงาน แต่เกิดจากฝีมือและภูมิปัญญาของช่างที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น สิ่งของธรรมดาที่เราอาจมองเห็นเป็นเพียงภาชนะใบหนึ่ง จึงมีเรื่องราวของผู้คน ชุมชน และวัฒนธรรมซ่อนอยู่ หนึ่งในแหล่งวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่นคือ ชุมชนบ้านบุ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการทำขันลงหิน งานหัตถกรรมประเภทนี้สะท้อนทั้งทักษะของช่าง กระบวนการผลิต และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน
แต่เมื่อโลกเปลี่ยนแปลง รสนิยมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนตาม คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า เราจะทำอย่างไรให้ทุนทางวัฒนธรรมยังคงมีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน และสามารถต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้โดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์เดิม?
บทความงานวิจัยเรื่อง "การพัฒนาลวดลายเรขศิลป์จากทุนทางวัฒนธรรม ด้วยแนวคิดศิลปะร่วมสมัย สู่ผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กรณีศึกษา ทุนวัฒนธรรมขันลงหิน ชุมชนบ้านบุ กรุงเทพมหานครฯ" ของ อาจารย์พัชรี พันธุ์ยางน้อย กลุ่มสาขาการวิจัยเชิงกลยุทธ์: บริการออกแบบ (สร้างคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม) โครงการร่วมบริหารหลักสูตรมีเดียอาตส์และเทคโนโลยีมีเดีย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยแนวคิดสำคัญของงานคือ การนำ “เรื่องราวและเอกลักษณ์ของขันลงหิน” มาเป็นแรงบันดาลใจ แล้วแปลงให้กลายเป็น ลวดลายเรขศิลป์ (Graphic Pattern) ที่มีความร่วมสมัย ก่อนนำไปออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอ เช่น ผ้าคลุมโซฟาและปลอกหมอน
วัตถุประสงค์และวิธีวิจัย: จากการลงพื้นที่สู่การสร้างสรรค์ลวดลาย
งานวิจัยนี้เป็น การวิจัยเชิงคุณภาพ ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการออกแบบลวดลายทันที แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจทุนทางวัฒนธรรมของขันลงหินก่อน
กระบวนการศึกษาประกอบด้วย 9 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่
1. ทบทวนวรรณกรรม : ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับทุนทางวัฒนธรรม การออกแบบเรขศิลป์ ศิลปะร่วมสมัย และผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอ เพื่อนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการออกแบบ
2. ลงพื้นที่ชุมชนบ้านบุ : ผู้วิจัยเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้ประกอบการขันลงหินจำนวน 1 กลุ่ม โดยใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์แบบกึ่งทางการ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องราว อัตลักษณ์ และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับขันลงหิน
3. ขอความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ : นำข้อมูลที่ได้ไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเรขศิลป์และผลิตภัณฑ์แฟชั่นจำนวน 3 คน เพื่อประเมินความเหมาะสมของแนวทางการออกแบบ
4. วิเคราะห์ข้อมูลและความต้องการของผู้บริโภค : นำข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์ร่วมกัน โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้บริโภคอายุ 26–41 ปี ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
5. กำหนดกลยุทธ์การออกแบบ : เมื่อได้ข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายแล้ว จึงกำหนดแนวทางในการออกแบบลวดลาย
6. สร้างสรรค์ลวดลายเรขศิลป์ : นำทุนวัฒนธรรมขันลงหินมาถ่ายทอดผ่านรูปแบบกราฟิกที่มีความร่วมสมัย
7. พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอ : ลวดลายที่ออกแบบถูกนำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์สำหรับตกแต่งบ้าน เช่น ผ้าคลุมโซฟาและปลอกหมอน
8. ประเมินความพึงพอใจ : นำผลงานที่ได้ไปประเมินความคิดเห็นและความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย
9. สรุปผลและหาแนวทางการออกแบบที่เหมาะสม : รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อค้นหาแนวทางที่สามารถนำทุนวัฒนธรรมมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยได้อย่างเหมาะสม
กระบวนการทั้งหมดจึงเปรียบเสมือนการ “แปลภาษา” จากภาษาของภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กลายเป็นภาษาของงานออกแบบที่คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงได้

รูปที่ 1 : ลวดลายบนขันลงหิน ชุมชนบ้านบุ (1)ลายดอกประจำยาม, (2)ลายเถามะลิวัลย์, (3)ลายเทพพนม

รูปที่ 2 : การสร้างสรรค์ผลงานต้นแบบชิ้นที่ 6 ของ พัชรี พันธุ์ยางน้อย (2567)
เรื่องราวของขันลงหินบ้านบุทำให้เห็นว่า วัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องหยุดนิ่งอยู่กับอดีต เมื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นถูกนำมาศึกษาอย่างเข้าใจ แล้วผสมผสานกับแนวคิดศิลปะร่วมสมัยและการออกแบบ ก็สามารถเกิดเป็นผลงานรูปแบบใหม่ที่เข้ากับวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันได้
งานวิจัยนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการออกแบบลวดลายบนผืนผ้า แต่เป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยง “อดีต–ปัจจุบัน–อนาคต” เข้าด้วยกัน จากขันลงหินของช่างในชุมชนบ้านบุ สู่ลวดลายเรขศิลป์ และกลายเป็นผ้าคลุมโซฟาหรือปลอกหมอนในบ้านของคนรุ่นใหม่ การเดินทางครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ทุนทางวัฒนธรรมสามารถกลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และในขณะเดียวกันก็ช่วยให้เรื่องราวของชุมชนยังคงถูกบอกเล่าต่อไป เพราะบางครั้ง การอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การเก็บมันไว้เหมือนเดิม แต่คือ การทำให้คนรุ่นใหม่มองเห็นคุณค่าของมันในรูปแบบที่พวกเขาเข้าใจและอยากนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
สามารถติดตามผลงานการวิจัยของ อาจารย์ พัชรี พันธุ์ยางน้อย ได้ที่ Link นี้
https://kirim.kmutt.ac.th/converis/portal/detail/Person/804732543?lang=de_DE
เอกสารอ้างอิง
รัตนอำนวยศิริ ส., พันธุ์ยางน้อย พ., สิริกานต์วงศ์มาศ ด., วิเศษโชค พ., & มุ่งปั่นกลาง ว. (2024). การพัฒนาลวดลายเรขศิลป์จากทุนทางวัฒนธรรม ด้วยแนวคิดศิลปะร่วมสมัยสู่ผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กรณีศึกษา ทุนวัฒนธรรมขันลงหิน ชุมชนบ้านบุ กรุงเทพมหานครฯ. วารสารศิลปกรรมบูรพา, 27(2), 179-195. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/buraphaJ/article/view/274402
Categories
Hashtags