การศึกษาผลกระทบของความแตกต่างทางวัฒนธรรม เพศ ลักษณะของอวตาร และการเคลื่อนไหวของอวตารที่มีต่อความชอบด้านระยะห่างส่วนบุคคลในสภาพแวดล้อมความเป็นจริงเสมือน (VR)
Published: 6 May 2026
3 views

ในยุคที่เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality: VR) ได้รับการพัฒนาและนำไปใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การสื่อสารทางสังคม หรือการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ การออกแบบสภาพแวดล้อมเสมือนให้สอดคล้องกับความต้องการและความรู้สึกของผู้ใช้งานจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ระยะห่างส่วนบุคคล” ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ และมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับบริบททางวัฒนธรรมและเพศ

แม้ว่าสภาพแวดล้อมเสมือนจะเป็นพื้นที่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี แต่ผู้ใช้งานยังคงรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งเร้าในลักษณะที่คล้ายคลึงกับโลกจริง ดังนั้น ความแตกต่างทางวัฒนธรรม เพศ รวมถึงลักษณะและพฤติกรรมของอวตาร จึงอาจส่งผลต่อระดับความสบายใจหรือความไม่สบายใจของผู้ใช้งานเมื่อเกิดการละเมิดระยะห่างส่วนบุคคล

บทความงานวิจัยเรื่อง “Investigating the Impact of Cultural Differences, Gender, Avatar Appearance, and Avatar Animation on Personal Space Preferences in Virtual Reality (VR)” ของ ผศ.ดร. เก็จแก้ว ธเนศวร กลุ่มสาขาการวิจัยเชิงกลยุทธ์ : สังคมแห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ (รูปแบบการวิจัยเชิงกลยุทธ์) โครงการร่วมบริหารหลักสูตรมีเดียอาตส์และเทคโนโลยีมีเดีย (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ) โดยการศึกษานี้ดำเนินการทดลองแบบข้ามวัฒนธรรม โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 57 คน แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมจากประเทศญี่ปุ่น (นักศึกษานานาชาติ 25 คน) และประเทศไทย (นักศึกษาไทย 32 คน) ผู้เข้าร่วมได้มีปฏิสัมพันธ์กับอวตาร 3 ประเภท ได้แก่ เพศชาย เพศหญิง และหุ่นยนต์ ซึ่งแสดงท่าทางการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน การตอบสนองของผู้เข้าร่วมถูกประเมินผ่านการให้คะแนนความรู้สึกไม่สบาย และการวัดความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Variability: HRV) เพื่อสะท้อนทั้งปฏิกิริยาเชิงอัตวิสัยและเชิงสรีรวิทยาต่อการละเมิดระยะห่างส่วนบุคคลในสภาพแวดล้อมเสมือน

ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะของอวตารและรูปแบบการเคลื่อนไหวมีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อระดับความไม่สบาย โดยอวตารเพศชายและการเคลื่อนไหวที่มีการสัมผัสบริเวณใบหน้าด้วยมือทั้งสองข้างก่อให้เกิดความรู้สึกไม่สบายสูงสุด นอกจากนี้ ยังพบความแตกต่างที่ชัดเจนในด้านวัฒนธรรมและเพศ กล่าวคือ ผู้เข้าร่วมชาวไทยมีระดับความไม่สบายสูงกว่าผู้เข้าร่วมที่ไม่ใช่ชาวไทยในทุกสถานการณ์ของปฏิสัมพันธ์เสมือน ขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมเพศหญิงมีความไวต่อการละเมิดระยะห่างส่วนบุคคลมากกว่าผู้เข้าร่วมเพศชาย

ในด้านการตอบสนองทางสรีรวิทยา พบรูปแบบที่น่าสนใจในเชิงวัฒนธรรม โดยผู้เข้าร่วมชาวไทยมีระดับความเครียดที่สูงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงการทดลอง ในขณะที่ผู้เข้าร่วมที่ไม่ใช่ชาวไทยมีการเพิ่มขึ้นของความเครียดเพียงช่วงสั้น ๆ และสามารถกลับสู่ระดับปกติได้อย่างรวดเร็ว(Thanasuan, K., Ngaobenjakul, K., & Sripian, P., 2025)

ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า บรรทัดฐานทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับระยะห่างส่วนบุคคลยังคงมีอิทธิพลในสภาพแวดล้อมเสมือน และสามารถแสดงออกได้ทั้งในรูปแบบของการรับรู้และการตอบสนองทางสรีรวิทยาโดยไม่รู้ตัว ข้อค้นพบดังกล่าวมีนัยสำคัญเชิงปฏิบัติในการออกแบบแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนที่มีความอ่อนไหวต่อความแตกต่างทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะในบริบทของการศึกษาและการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ การเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมเหล่านี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาสภาพแวดล้อมเสมือนที่ครอบคลุมและตอบสนองต่อผู้ใช้งานที่หลากหลายได้อย่างเหมาะสม


สามารถติดตามผลงานการวิจัยของ ผศ.ดร. เก็จแก้ว ธเนศวร ได้ที่ Link นี้

https://kirim.kmutt.ac.th/converis/portal/detail/Person/54279948?lang=de_DE


เอกสารอ้างอิง

Thanasuan, K., Ngaobenjakul, K., & Sripian, P. (2025). Investigating the Impact of Cultural Differences, Gender, Avatar Appearance, and Avatar Animation on Personal Space Preferences in Virtual Reality (VR). International Journal of Asia Digital Art and Design, 29(1), 86-96. https://doi.org/10.20668/adada.29.S1_86


Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...