ปัจจุบันสังคมโลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตที่ส่งผลต่อสุขภาวะทางอารมณ์ของผู้คนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภายหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ก่อให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวล และความรู้สึกโดดเดี่ยวในวงกว้าง ส่งผลให้การแสวงหาแนวทางในการส่งเสริมความสุขและสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในรูปแบบใหม่ได้รับความสนใจมากขึ้น เทคโนโลยีดิจิทัลจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คนและสร้างพื้นที่แห่งการสื่อสารที่ไร้ข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่
เทคโนโลยีความจริงเสริม (Augmented Reality: AR) เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและถูกนำมาประยุกต์ใช้ในหลากหลายสาขา ทั้งด้านการศึกษา การสื่อสาร การตลาด และศิลปะ เนื่องจากสามารถผสานข้อมูลเสมือนเข้ากับสภาพแวดล้อมจริง ทำให้ผู้ใช้งานเกิดประสบการณ์การรับรู้ที่น่าสนใจและมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อประยุกต์ใช้ร่วมกับงานศิลปะเชิงปฏิสัมพันธ์ เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถยกระดับประสบการณ์ของผู้ชมจากการรับชมแบบดั้งเดิมไปสู่การมีส่วนร่วมทางอารมณ์และการสื่อสารความหมายในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
บทความงานวิจัยเรื่อง “Utilizing AR in Interactive Art to Create Networks of Happiness Sharing in Online Communities” ของ อาจารย์ ภักภูมิ พึ่งพรหม กลุ่มสาขาการวิจัยเชิงกลยุทธ์ : พัฒนาชุมชนและสังคม (ศิลปะและการออกแบบนวัตกรรม), สื่อสร้างสรรค์ (ศิลปะและการออกแบบนวัตกรรม) โครงการร่วมบริหารหลักสูตรมีเดียอาตส์และเทคโนโลยีมีเดีย (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ) การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพของเทคโนโลยีความจริงเสริม (Augmented Reality: AR) ในการประยุกต์ใช้ร่วมกับศิลปะเชิงปฏิสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมความสุขและสร้างความเชื่อมโยงทางสังคมในชุมชนออนไลน์ โดยออกแบบผลงานศิลปะที่ฝังรหัส AR เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงตัวละครเสมือนที่สื่อถึงความสุขและความรื่นรมย์ อันเป็นการเชื่อมโยงประสบการณ์ระหว่างโลกกายภาพและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน
โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ ได้แก่
1) เพื่อพัฒนาสื่อกลางในการถ่ายทอดความสุขจากโลกแห่งความเป็นจริงสู่โลกออนไลน์ และก่อให้เกิดการส่งต่อความสุขอย่างต่อเนื่อง
2) เพื่อออกแบบผลงานศิลปะที่สะท้อนแนวคิดการแบ่งปันความสุขให้แก่ผู้อื่น โดยศึกษาปัจจัยด้านสี แสง และองค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์ที่ส่งผลต่อการรับรู้และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ได้ประเมินประสิทธิภาพของผลงานผ่านการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณเกี่ยวกับผลกระทบทางอารมณ์ และข้อมูลเชิงคุณภาพจากการมีส่วนร่วมบนสื่อสังคมออนไลน์
ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมจำนวน 40 คนประเมินองค์ประกอบด้านภาพ ได้แก่ สี แสง และการออกแบบ อยู่ในระดับสูง โดยมีคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ย 4.50 จาก 5 คะแนน (SD = 0.23) นอกจากนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะและสื่อจำนวน 5 คน ได้ให้ความเห็นเชิงบวกต่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AR ในการสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์และการเชื่อมโยงกับผู้ชมอย่างสร้างสรรค์ ขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานร้อยละ 85 รายงานว่ามีอารมณ์เชิงบวกเพิ่มขึ้นหลังจากมีปฏิสัมพันธ์กับผลงาน และมีแนวโน้มแบ่งปันประสบการณ์ผ่านชุมชนออนไลน์มากขึ้น
โดยสรุป งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีความจริงเสริมมิได้เป็นเพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยีเพื่อสร้างประสบการณ์เสมือนจริงเท่านั้น แต่ยังสามารถทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการส่งเสริมสุขภาวะทางอารมณ์ การสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และการเชื่อมโยงผู้คนผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิผล องค์ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาครั้งนี้จึงเป็นแนวทางสำคัญสำหรับการพัฒนางานศิลปะดิจิทัลและสื่อเชิงปฏิสัมพันธ์ในอนาคต เพื่อสร้างคุณค่าแก่สังคมและส่งเสริมการแบ่งปันความสุขในชุมชนออนไลน์อย่างยั่งยืน
สามารถติดตามผลงานการวิจัยของ / อาจารย์ ภักภูมิ พึ่งพรหม ได้ที่ Link นี้
https://kirim.kmutt.ac.th/converis/portal/detail/Person/804732636?lang=de_DE
เอกสารอ้างอิง
Pungpom, P. (2025). Utilizing AR in Interactive Art to Create Networks of Happiness Sharing in Online Communities ISSN: 2186-229X – The Asian Conference on Arts & Humanities 2025 Official Conference Proceedings, (pp. 465-475). https://doi.org/10.22492/issn.2186-229X.2025.37
Categories
Hashtags