การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของอุตสาหกรรมสีเขียวเกิดใหม่ซึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายด้านเทคโนโลยี ทรัพยากร และงานวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยในฐานะผลพลอยได้จากภาคการเกษตรได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นวัสดุชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ มีศักยภาพในการทดแทนพลาสติก และสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Optimization: VCO) ในอุตสาหกรรมดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยทั้งปัจจัยสนับสนุนจากภายนอกและสมรรถนะภายในของผู้ประกอบการ
ภายใต้บริบทนี้ เครือข่ายความร่วมมือในอุตสาหกรรม (Industry Collaboration Networks: ICN) และการสนับสนุนนโยบายภาครัฐ (Policy Support: PS) ได้กลายเป็นปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย โดยการมีส่วนร่วมกับเครือข่ายทางอุตสาหกรรมช่วยเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนความรู้ การเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ และการพัฒนานวัตกรรม ขณะที่การสนับสนุนเชิงนโยบายช่วยสร้างแรงจูงใจและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการยกระดับกระบวนการผลิตและนวัตกรรมสีเขียว (Green Innovation: GI)
ชานอ้อยสู่การทำบรรจุภัณฑ์
ชานอ้อยเป็นวัสดุที่เหลือจากการสกัดน้ำตาลจากอ้อย ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งที่มีปริมาณมากในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาล โดยปกติชานอ้อยจะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงาน แต่ในปัจจุบัน ชานอ้อยยังถูกนำมาใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกอีกด้วย
กระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยเริ่มต้นด้วยการนำชานอ้อยมาบดละเอียดและผสมกับน้ำจนเป็นเนื้อเดียว จากนั้นจะถูกขึ้นรูปในแม่พิมพ์และอบแห้งเพื่อให้ได้รูปร่างตามที่ต้องการ บรรจุภัณฑ์ที่ได้มีคุณสมบัติในการย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ทนความร้อน และไม่เป็นพิษ ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม
บรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยสามารถนำมาใช้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น ถาดอาหาร แก้วน้ำ จาน และกล่องบรรจุอาหาร ซึ่งช่วยลดการใช้พลาสติกและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยลดขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ทำให้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน
ภาพจาก : https://renouvo-net.translate.goog/biomass-materials/what-is-bagasse/?_x_tr_sl=en&_x_tr_tl=th&_x_tr_hl=th&_x_tr_pto=tc
5 เหตุผลที่บรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยเป็นมากกว่าแค่ทางเลือก
1. ย่อยสลายได้จริงในธรรมชาติ (Truly Compostable) นี่คือจุดเด่นที่สุด บรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยสามารถย่อยสลายทางชีวภาพกลายเป็นดินหรือปุ๋ยได้เองตามธรรมชาติภายในเวลาเพียง 45 วัน ซึ่งแตกต่างจากพลาสติกชีวภาพอย่าง PLA ที่ส่วนใหญ่ต้องการสภาวะในโรงหมักปุ๋ยอุตสาหกรรมเพื่อการย่อยสลายที่สมบูรณ์
2. ปลอดภัยกับอาหาร 100% (Certified Food Safe) ด้วยกระบวนการผลิตจากธรรมชาติและไม่ใช้สารคลอรีนในการฟอกสี ทำให้ภาชนะชานอ้อย ปลอดสารเคมีอันตราย ที่อาจปนเปื้อนสู่อาหาร ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลว่าปลอดภัยต่อการสัมผัสอาหารโดยตรง
3. แข็งแรงกว่าที่คิด ทนร้อน-เย็น-มัน (Surprisingly Durable) อย่าให้รูปลักษณ์ที่ดูเป็นธรรมชาติหลอกคุณ ภาชนะชานอ้อยมีความแข็งแรงทนทาน สามารถ
ใส่อาหารร้อนจัด: ทนอุณหภูมิได้สูงถึง 100 องศาเซลเซียส
เข้าไมโครเวฟได้: สามารถใช้อุ่นอาหารได้อย่างปลอดภัย
แช่แข็งได้: ไม่เปราะแตกเมื่อเจอความเย็น
ทนน้ำและน้ำมัน: สามารถใส่ของเหลวหรืออาหารมันๆ ได้โดยไม่รั่วซึมง่าย
4. เปลี่ยนของเหลือใช้ให้มีคุณค่า (Upcycled & Circular) การใช้ชานอ้อยคือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นการนำวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมหนึ่งมาสร้างประโยชน์สูงสุดในอีกอุตสาหกรรมหนึ่ง ช่วยลดขยะตั้งแต่ต้นทางและลดการพึ่งพาทรัพยากรที่ต้องปลูกหรือผลิตขึ้นมาใหม่
5. เสริมภาพลักษณ์ให้แบรนด์ใส่ใจโลก (Boosts Brand Image) การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยเป็นการสื่อสารที่ชัดเจนและทรงพลังไปยังลูกค้าว่าแบรนด์ของคุณใส่ใจในสุขภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่ใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อ
บทความงานวิจัยเรื่อง “The Influence Path of Industry Collaboration Network and Policy Support on the Optimization of Sugarcane Bagasse Packaging Value Chain: An Empirical Study Based on Structural Equation Modeling” ของ Meng Fan และ รศ.ดร.โชคอนันต์ บุษราคัมภากร กลุ่มสาขาการวิจัยเชิงกลยุทธ์ : การวิจัยเพื่อการพัฒนาที่ทั่วถึงและยั่งยืน (รูปแบบการวิจัยเชิงกลยุทธ์), นโยบายสิ่งแวดล้อมและพลังงาน (พลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน), อื่น ๆ (รูปแบบการวิจัยเชิงกลยุทธ์) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยงานวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพลของเครือข่ายความร่วมมือในอุตสาหกรรม (ICN) และการสนับสนุนนโยบาย (PS) ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่คุณค่าบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย โดยมุ่งเน้นบทบาทสื่อกลางของสมรรถนะภายใน ได้แก่ ขีดความสามารถด้านการบูรณาการเทคโนโลยี (TIC) และนวัตกรรมสีเขียว (GI) รวมถึงบทบาทกำกับดูแลของการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม (ER) การวิเคราะห์ด้วยวิธี PLS-SEM จากข้อมูลของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 463 ราย พบว่า ICN ส่งผลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อ TIC และ GI ขณะที่ PS มีอิทธิพลอย่างเข้มแข็งต่อ GI ผลการศึกษายืนยันว่า TIC และ GI เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่คุณค่า ขณะที่ ER มีบทบาทขยายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ
ผลลัพธ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงกลไกสำคัญที่ความร่วมมือภายนอกและการสนับสนุนนโยบายช่วยขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันผ่านการเสริมสร้างศักยภาพภายในองค์กร โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วยวัสดุชีวภาพ ท้ายที่สุด งานวิจัยมอบทั้งหลักฐานเชิงประจักษ์และข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้กำหนดนโยบายและภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าที่สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
Fan, M. and Bussracumpakorn, C. (2025). The Influence Path of Industry Collaboration Network and Policy Support on the Optimization of Sugarcane Bagasse Packaging Value Chain: An Empirical Study Based on Structural Equation Modeling. International Journal of Sustainable Development and Planning, 20(6), 2409-2424. https://doi.org/10.18280/ijsdp.200611
GoodBoxPack (ม.ป.ป.). บรรจุภัณฑ์รักโลกที่ผลิตจากชานอ้อยคืออะไร มาทำความรู้จักกัน. https://goodboxpack.com/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9C/
Royal Paper (30 สิงหาคม 2567). บรรจุภัณฑ์ชานอ้อย คืออะไร มีข้อดีอย่างไรบ้าง?. https://royalpaper.co.th/eco-packaging/sugarcane-packaging-benefits/
Categories
Hashtags