โลกการพิมพ์และการเรียนรู้ของคนไทย
Published: 6 March 2026
4 views

ก่อนจะมีการพิมพ์ เราต้องเรียนรู้ผ่านการจารในวัด จากใบลาน มีตำราต่าง ๆ อยู่ในหอตำรา จากบทความที่แล้วจะเห็นว่า โรงพิมพ์ของหมอบรัดเลย์หลังจากลาออกจากการเป็นมิชชันนารีแล้วมีหนังสือตีพิมพ์ออกมาหลายเล่มทั้งแบบเรียนและวรรณกรรม แปลว่าความรู้ในสยามขยายวงกว้างไปสู่คนทั่วไปมากขึ้น มีหนังสือพิมพ์เกิดขึ้นฉบับแรกตั้งแต่ พ.ศ. 2387 Bangkok Recorder บทบาทของพระสงฆ์ก็มีส่วนสำคัญต่อการเผยแพร่ความรู้เป็นอย่างมาก เพราะคนสมัยก่อนมักเรียนรู้ได้จากการบวชเรียน อิทธิพลทางการขยายความรู้พระสงฆ์จึงมีบทบาทสำคัญอย่างมาก หลังจากที่รัชกาลที่ 4 ทรงขึ้นครองราชย์แล้วพระองค์มอบหมายให้กรมพระยาวชิรญาณวโรรสดูแลโรงพิมพ์ของวัดบวรนิเวศที่พระองค์ทรงตั้งขึ้นในขณะทรงผนวชด้วย (ศักดาศิริพันธ์ : หน้า 44, 2525) แล้วก็ยังทรงสร้างโรงพิมพ์หนังสือใหม่ขึ้นอีกในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานชื่อว่า โรงพิมพ์อักษรพิมพการ ออกประกาศราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำคัญของทางราชการต่อ ๆ ไปเริ่มใน พ.ศ. 2401

อักษรอริยกะ นวัตกรรมขยายโลกความรู้

ขณะพระองค์ทรงผนวชทรงประดิษฐ์อักษรอริยกะซี่งมีรูปแบบคล้ายตัวอักษรโรมันและตัวเขียนแบบภาษาอังกฤษ มีวัตถุประสงค์สำคัญใน 3 ประการ ได้แก่

  1. เพื่อใช้เขียนและบันทึกภาษาบาลีแทนอักษรขอม: เดิมการศึกษาพระปริยัติธรรมและคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาในสมัยนั้นใช้อักษรขอม ซึ่งมีระบบที่ยุ่งยากซับซ้อน เช่น มีพยัญชนะทั้ง "ตัวเต็ม" และ "ตัวเชิง" (ตัวซ้อน) ทำให้พระภิกษุสามเณรเรียนรู้และอ่านออกเขียนได้ยาก
  2. เพื่อความสะดวกในการพิมพ์และเผยแผ่พระพุทธศาสนา: ในช่วงปลายรัชกาลที่ 3 เริ่มมีวิทยาการการพิมพ์จากตะวันตกเข้ามา พระองค์ทรงเห็นว่าการพิมพ์จะช่วยให้สามารถเผยแผ่คำสอนทางศาสนาได้รวดเร็วและกว้างไกลกว่าการจารลงในใบลาน อักษรอริยกะถูกออกแบบมาให้มีพยัญชนะและสระวางอยู่ในบรรทัดเดียวกันหมด (คล้ายอักษรโรมัน) ไม่มีสระหรือวรรณยุกต์ด้านบนหรือด้านล่างเหมือนอักษรไทยหรืออักษรขอม ทำให้ง่ายต่อการแกะแม่พิมพ์และการเรียงพิมพ์
  3. เพื่อใช้เขียนและพิมพ์ภาษาไทย: นอกจากจะใช้กับภาษาบาลีแล้ว พระองค์ยังได้ทรงประดิษฐ์อักษรอริยกะอีกชุดหนึ่งที่มีตัวพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ครบถ้วน เพื่อให้สามารถนำมาใช้เขียนภาษาไทยได้ด้วย


นอกจากนี้ การประดิษฐ์อักษรอริยกะยังมีสาเหตุมาจากพระราชดำริที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนของพระภิกษุสามเณรที่เริ่มห่างเหินจากพระธรรมวินัยและไม่เชี่ยวชาญการอ่านเขียนอักษรขอม อีกทั้งตอบโต้การเผยแผ่ศาสนาคริสต์ของชาวตะวันตกที่ใช้แท่นพิมพ์ในการพิมพ์คำสอน โดยพระองค์ทรงต้องการใช้เทคโนโลยีเดียวกันนี้ในการพิมพ์หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเช่นกัน โดยรูปลักษณะของอักษรอริยกะมีทั้งตัวพิมพ์ (ตัวเหลี่ยม) คล้ายตัวอักษรโรมัน ใช้บันทึกและพิมพ์ภาษาบาลีแทนอักษรขอม แบบตัวเขียน (ตัวกลม) มีเส้นหนัก-เบา เขียนตัวอักษรต่อเนื่องกันคล้ายกับภาษาอังกฤษ ใช้เขียนทั้งภาษาบาลีและภาษาไทย ปัจจุบันเรายังคงเห็นอักษรอริยกะในสถานที่ต่าง ๆ ได้บ้าง เช่น จารึกคาถาเยถัมมาที่หน้าบันอุโบสถวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ที่ด้านหลังโบสถ์ของวัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม ที่แผ่นจารึกในองค์ระฆังพระไพรีพินาศเจดีย์ในวัดบวรนิเวศ เป็นต้น

เจ้านายสามพระองค์บุคคลสำคัญผู้มีบทบาทต่อการเรียนรู้ของคนไทย

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงครองวัดบวรนิเวศวิหารตั้งแต่ พ.ศ. 2435 พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านวิทยาการหลายสาขา ทั้งพระพุทธศาสนา ภาษาต่างประเทศ การศึกษา และวิทยาการสมัยใหม่ ในช่วงที่สยามกำลังปรับปรุงประเทศ (วัดบวรนิเวศวิหาร, หน้า 17 : 2546) พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาด้านการศึกษา โดยทรงมีส่วนในการก่อตั้ง มหามกุฏราชวิทยาลัย ตามพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ ร.ศ. 112 และทรงนำวิธีการศึกษาแบบใหม่มาใช้ เช่น การเรียนภาษาต่าง ๆ คณิตศาสตร์ และวิชาการสมัยใหม่ พร้อมทั้งทรงพระนิพนธ์ตำราเรียนและวางระบบการสอบแบบข้อเขียนที่ใช้การคิดคะแนนเป็นเกณฑ์วัดผล แนวทางการศึกษาที่พระองค์ทรงริเริ่มได้รับการสนับสนุนจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และถูกนำไปใช้ขยายการศึกษาไปยังหัวเมือง โดยให้วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน และให้พระภิกษุมีบทบาทในการจัดการศึกษา มหามกุฏราชวิทยาลัยจึงเป็นทั้งสถาบันการศึกษาและสถานที่ฝึกอบรมพระสงฆ์ให้เป็นครูไปสอนตามหัวเมืองทั่วประเทศ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการวางหลักสูตร ฝึกอบรมครู และส่งเสริมการศึกษา ทำให้เกิดโรงเรียนแบบใหม่ทั้งระดับประถมและมัธยม จึงนับได้ว่าพระองค์ทรงเป็นบุคคลสำคัญผู้วางรากฐาน "การศึกษาสมัยใหม่ของประเทศไทย"

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคัคณางยุคล กรมหลวงพิชิตปรีชากร

ต้นราชสกุล คัคณางค์ ณ อยุธยา

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (เล็ก พงษ์สมัครไชย, หน้า 49 : 2546) ทรงได้รับการศึกษาขั้นต้นตามโบราณราชประเพณีแห่งพระราชสำนัก และได้ทรงรับราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตามพระราชประสงค์ ในปีมะโรง พ.ศ. 2411 พระองค์ได้ทรงผนวชเป็นสามเณร และในระหว่างนั้นได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไปยังตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อทอดพระเนตรสุริยุปราคาตามที่ทรงคำนวณไว้ ต่อมาเมื่อเสด็จกลับ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประชวรและเสด็จสวรรคต พระองค์จึงอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมหลวงพิชิตปรีชากรทรงสนพระทัยศึกษาด้านกฎหมายและระเบียบแบบแผนโบราณราชประเพณี โดยทรงศึกษาวิชากฎหมายและพระธรรมศาสตร์จากพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระเทเวศวัชรินทร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีศาลรับสั่งในขณะนั้น จนทรงมีความเชี่ยวชาญในพระราชกำหนดและกฎหมายโบราณของกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นนอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมีบทบาทสำคัญด้านกฎหมายและการศึกษา โดยทรงร่วมเป็นอาจารย์สอนกฎหมายในโรงเรียนกฎหมาย สังกัดกระทรวงยุติธรรมในระยะแรกเริ่ม ในช่วงวิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความรู้ด้านกฎหมายแก่สังคมไทย อีกทั้งยังทรงดำรงตำแหน่ง สภานายกหอพระสมุดวชิรญาณ และทรงปฏิบัติหน้าที่เป็นบรรณาธิการวารสาร วชิรญาณวิเศส ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความรู้และวิชาการในสมัยนั้น

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายเกษมสันต์โสภาคย์ กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์

ต้นราชสกุล เกษมสันต์ ณ อยุธยา

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายเกษมสันต์โสภาคย์ กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังรัชกาลที่ 4 สวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับราชการในกรมสรรพยุทธและช่างสนะ (ช่างตัดเย็บผู้ชาย) เมื่อพระชนมายุ 17 พรรษา ต่อมา ในพ.ศ. 2421 พระชนมายุ 22 พรรษา ทรงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บัญชากรมอักษรพิมพ์การ (โรงพิมพ์หลวง) ด้วยความที่พระองค์รักการขีดเขียนและงานประพันธ์จึงทรงออกหนังสือพิมพ์ชื่อ ดรุโณวาท นับเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรกของคนไทย 

ภาพจากเว็บไซต์ tarad.com

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระองค์ทรงนำเทคโนโลยีการพิมพ์แบบตะวันตกมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและขยายความรู้สู่สังคม การพิมพ์ช่วยให้การศึกษาแพร่หลายได้รวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งยังมีการพัฒนาแบบอักษรและรูปแบบหนังสือที่เหมาะสำหรับใช้ในการเผยแพร่คำสอนทางศาสนาและความรู้ต่าง ๆ แก่ประชาชน ภายหลังรัชสมัยของพระองค์ เมื่อกิจการพิมพ์แพร่หลาย การเรียนรู้ในสังคมไทยก็ขยายตัวมากขึ้น อย่างน้อยเห็นตัวอย่างได้จากเครือข่ายราชสกุลของรัชกาลที่ 4 เจ้านายสามพระองค์ที่กล่าวมา แต่ละพระองค์นั้นมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความรู้หลายด้านไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบการศึกษาเป็นรากฐานของปัจจุบัน การสร้างสรรค์วรรณกรรมของคนไทยเอง และการศึกษากฎหมายของบ้านเมือง ล้วนมีส่วนสำคัญในการขยายโลกการเรียนรู้ของสังคมไทยในยุคต่อมา

บรรณานุกรม

(2546). วัดบวรนิเวศวิหาร (พิมพ์ครั้งที่ 3.). นครปฐม: โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย.

คณะทำงานประวัติการพิมพ์ในประเทศไทย. (2549). สยามพิมพการ : ประวัติศาสตร์การพิมพ์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: มติชน.

ธรรมยุต. (2568). คู่มือเรียนอักษรอริยกะ. สืบค้นเมื่อ 8 เมษายน 2568. URL: https://dhammayut.org/wp-content/uploads/2021/01/คู่มือเรียนอริยกะ.pdf

เล็ก พงษ์สมัครไชย. (2546). มหามงกุฏบรมราชวงศ์. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์. (2525). วิทยาศาสตร์ 200 ปี รัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ: กราฟิคอาร์ต.

Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...