ก่อนมีการพิมพ์ต้องคัดลอกด้วยมือ ลายมือแต่ละคนต่างกัน ทำให้เราเห็นรูปแบบการเขียนที่หลากหลาย รับข้อมูลได้ไม่เท่ากัน หรือข้อมูลที่รับรู้อาจจะผิดเพี้ยนก็ได้ ดังนั้น ข้อมูลข่าวสารจากทางการในสมัยก่อน จึงมีคนที่เข้าถึงได้และเข้าถึงไม่ได้ มีข่าวลือต่าง ๆ นานา หรือตีความกันไปผิดเพี้ยน
ตีฆ้องร้องป่าว
ถ้าย้อนกลับไปในสมัยก่อนรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่ยังไม่มีวิทยาการการพิมพ์ (สยามพิมพการ: หน้า 7, 2549) เมื่อพระเจ้าแผ่นดินมีพระราชดำริให้ประกาศกิจการอันใดมักมีพระราชดำรัสให้เจ้าหน้าที่อาลักษณ์หรือบริวารเข้าเฝ้าเพื่อเรียบเรียงพระราชดำรัสสำหรับออกประกาศเมื่อร่างตามพระราชดำรัสแล้วก็ทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงตรวจแก้ จากนั้นกรมพระสุรัสวดีจะคัดสำเนาประกาศแจกจ่ายไปตามกรมต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองต่าง ๆ หลังจากเจ้ากระทรวง หัวเมืองฝ่ายเหนือฝ่ายใต้และชายฝั่งทะเลตะวันออก มหาดไทย กลาโหม และกรมท่า ได้รับประกาศก็จะคัดลอกไปให้ตามหัวเมืองในบังคับบัญชา โดยลักษณะการประกาศนั้นในกรุงเทพฯ กรมเมืองจะให้นายอำเภอเป็นเป็นผู้อ่านประกาศตามตำบลต่าง ๆ ที่เป็นที่ประชุมชน ส่วนตามหัวเมือง เจ้าเมืองก็ให้กำนันเป็นพนักงานอ่านประกาศ จะไปอ่านที่ใดก็ตีฆ้องเป็นสัญญาณเรียกราษฎรมาประชุมกัน จึงเป็นที่เรียกกันว่า “ตีฆ้องร้องป่าว”
ราชกิจจานุเบกษา
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า ข้อราชการที่มีใบบอกไปยังหน่วยงานราชการต่าง ๆ เพื่อให้ป่าวประกาศให้ราษฎรทราบ อาจมีการลอกต่อกันผิด ๆ หรือมีโกงแต่งหนังสือราชการนั้นขึ้นใหม่ จะทำให้ราษฎรเดือดร้อนได้ จึงทรงเห็นความสำคัญของการพิมพ์อย่างยิ่ง โดยหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เสด็จสวรรคตในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2384 รัชกาลที่ 4 ขึ้นครองราชย์แล้ว ก็ทรงสร้างโรงพิมพ์ในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานชื่อว่า โรงพิมพ์อักษรพิมพการเพื่อใช้พิมพ์ประกาศของทางราชการ คือ ราชกิจจานุเบกษา ซึ่งพระองค์ทรงรู้จักวิทยาการการพิมพ์ตั้งแต่ครั้งทรงผนวชแล้ว
จุดเริ่มต้นของการพิมพ์ในสยาม
หากพิจารณาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์จะพบว่า เค้าลางของการนำเทคโนโลยีการพิมพ์เข้ามาในไทยมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งเป็นยุคที่มีการติดต่อกับตะวันตกอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะมิชชันนารีชาวฝรั่งเศสบาทหลวงหลุยส์ ลาโน (Louis Laneau) และคณะ ที่เข้ามาทำงานด้านการศาสนาและการศึกษา มีการแปลและเรียบเรียงหนังสือสอนศาสนาคริสต์ ตำราไวยากรณ์ พจนานุกรม และเห็นว่ากระดาษในเมืองไทยมีราคาถูก สามารถผลิตหนังสือได้เป็นจำนวนมาก แนวคิดตั้งโรงพิมพ์ในสยามจึงปรากฏหลักฐานเป็นบันทึกของของ ฟ.ฮีแลร์ แต่เมื่อสิ้นยุคสมัยของพระนารายณ์ ความสัมพันธ์กับชาวตะวันตกก็เปลี่ยนแปลงไป ความคิดเรื่องการตั้งโรงพิมพ์ก็หยุดชะงักลง
ต่อมาในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ความคิดเรื่องการพิมพ์เริ่มปรากฏหลักฐานอีกครั้ง ในสมัยรัชกาลที่ 1 มีการสั่ง “ตัวพิมพ์” เข้ามาใช้ในบางกอก โดยสังฆราชการ์โนลต์ (Garnault) ได้ติดต่อสั่งตัวพิมพ์มาใช้ที่วัดซางตาครู้สใน พ.ศ. 2337 และมีการย้ายโรงพิมพ์จากปีนังมาตั้งเป็นโรงพิมพ์มิสซัง หลักฐานที่ยังปรากฏอยู่คือหนังสือ “คำสอนคริสตัง ภาคต้น” ซึ่งพิมพ์ด้วยเทคนิคแม่พิมพ์ไม้ (xylograph) และใช้ตัวอักษรโรมันถอดเสียงภาษาไทย สันนิษฐานว่าสถานที่แห่งนี้อาจเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของกิจการพิมพ์ในประเทศไทย แม้วิธีการพิมพ์จะยังไม่ใช้ตัวอักษรไทยโดยตรงก็ตาม

ภาพจาก Issuu
อีกเหตุการณ์หนึ่งที่สำคัญต่อประวัติศาสตร์การพิมพ์ภาษาไทยเกิดขึ้นนอกดินแดนสยาม ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อจอร์จ เอช. ฮัฟ (George H. Hough) ช่างพิมพ์ชาวตะวันตกได้นำแท่นพิมพ์และตัวพิมพ์ภาษาอังกฤษไปตั้งในประเทศพม่า และได้ทดลองหล่อตัวพิมพ์ภาษาไทยขึ้นเป็นครั้งแรก แบบตัวพิมพ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากความรู้ภาษาไทยที่มิชชันนารีได้รับจากเชลยศึกชาวไทยที่ถูกกวาดต้อนไปอยู่ในพม่า เชลยเหล่านี้ช่วยสอนภาษาไทยให้ จนสามารถออกแบบตัวอักษรไทยเพื่อใช้ในการพิมพ์ได้สำเร็จ นับเป็นจุดกำเนิดของ “ตัวพิมพ์ไทย” ในโลกการพิมพ์สมัยใหม่ แม้จะเกิดขึ้นนอกดินแดนสยามก็ตาม
ต่อมาภายหลังเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองในพม่าไม่มั่นคง ฮัฟจึงย้ายไปยังประเทศอินเดียและนำแท่นพิมพ์พร้อมตัวพิมพ์ภาษาไทยติดตัวไปด้วย ทำให้ตัวพิมพ์ไทยชุดแรกถูกนำไปใช้พิมพ์หนังสือเกี่ยวกับภาษาไทยในอินเดีย เช่น หนังสือไวยากรณ์ไทยเรื่อง A Grammar of the Thai or Siamese Language ของเจมส์ โลว์ ซึ่งพิมพ์ที่โรงพิมพ์มิชชันในอินเดีย หลังจากนั้นตัวพิมพ์ไทยจึงถูกนำไปใช้ในกิจการเผยแผ่ศาสนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิงคโปร์และปีนัง ก่อนที่เทคโนโลยีการพิมพ์ภาษาไทยจะถูกนำกลับเข้ามาใช้อย่างจริงจังในสยามในเวลาต่อมา โดยบุคคลสำคัญที่นำกิจการพิมพ์ตัวอักษรไทยเข้ามาในสยามนั่นก็คือ Dr.Dann Beach Bradley M.D) โดยให้ช่างหล่อจากสิงคโปร์เข้ามาหล่อตัวพิมพ์อักษรไทยให้ใหม่ ให้มีความสวยงาม ถูกต้อง

Timeline : หมอบรัดเลย์กับการพิมพ์ในสยาม
พ.ศ. 2378 - หมอแดน บีช บรัดเลย์ (Dr. Dan Beach Bradley) มิชชันนารีชาวอเมริกัน ได้รับมอบหมายจากคณะมิชชันนารีให้นำ แท่นพิมพ์และตัวพิมพ์ภาษาไทย เข้ามาใช้ในสยาม เพื่อพิมพ์หนังสือเผยแพร่ศาสนาคริสต์
3 มิถุนายน พ.ศ. 2379 - เกิดสิ่งพิมพ์ภาษาไทยฉบับแรกในสยาม โดยศาสนาจารย์โรบินสัน เป็นหนังสือเรื่อง บัญญัติสิบประการ พร้อมคำอธิบายและบทสวด จำนวนประมาณ 1,000 เล่ม
พ.ศ. 2382 - พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้หมอบรัดเลย์พิมพ์ ประกาศห้ามสูบฝิ่นและค้าฝิ่น จำนวน 9,000 ฉบับ ถือเป็นเอกสารราชการที่พิมพ์ครั้งแรกของสยาม
พ.ศ. 2385 - หมอบรัดเลย์และคณะ หล่อตัวพิมพ์ไทยชุดใหม่ได้สำเร็จ มีความสวยงามและมาตรฐานมากขึ้น และได้นำตัวพิมพ์ไปถวาย เจ้าฟ้ามงกุฎ (รัชกาลที่ 4 ขณะทรงผนวช) ที่วัดบวรนิเวศวิหาร
12 มกราคม พ.ศ. 2386 - พิมพ์ปฏิทินตามสุริยคติเป็นภาษาไทยครั้งแรก รวมถึงการพิมพ์หนังสือความรู้ เช่น คำภีร์ครรภ์ทรักษา (ตำราการแพทย์)
พ.ศ. 2387 - หมอบรัดเลย์ออกหนังสือพิมพ์ภาษาไทยฉบับแรกของสยาม บางกอกรีคอร์เดอร์ (Bangkok Recorder) เป็นหนังสือพิมพ์รายปักษ์ มีทั้งข่าวในประเทศและต่างประเทศ
พ.ศ. 2394 - หมอบรัดเลย์ลาออกจากคณะมิชชันนารีอเมริกัน และย้ายมาตั้ง โรงพิมพ์ของตนเองที่ปากคลองบางหลวง เพื่อดำเนินกิจการพิมพ์เชิงพาณิชย์
หนังสือสำคัญที่หมอบรัดเลย์พิมพ์
พ.ศ. 2385 - คำภีร์ครรภ์ทรักษา
พ.ศ. 2388 - ตำราปลูกฝีโค (การแพทย์)
พ.ศ. 2402–2416 บางกอกคาเลนดาร์
พ.ศ. 2403 - ประถม ก กา แจกลูกอักษร (แบบเรียนภาษาไทย)
พ.ศ. 2404 - นิราศลอนดอน
พ.ศ. 2405 - กฎหมายเมืองไทย
พ.ศ. 2406 - พระราชพงศาวดารกรุงเก่า
พ.ศ. 2408 - สามก๊ก
พ.ศ. 2413 - เลียดก๊ก
จะเห็นได้ว่า การพิมพ์ในสยามเริ่มมีมาตั้งแต่ยังไม่มีตัวอักษรไทยในแท่นพิมพ์ ต้องใช้ภาษาอังกฤษแทนการอ่านภาษาไทย แท่นพิมพ์ภาษาไทยก็มีที่มาจากสถานที่ต่างเมืองอย่างพม่า ซึ่งเกิดจากมิชชันนารีในพม่าที่เรียนรู้ภาษาไทยจากเชลยไทย แล้วแท่นพิมพ์ไทยก็ตกทอดอยู่กับตัวบุคคลไปเมืองต่าง ๆ อย่างอินเดีย สิงคโปร์ ปีนัง จนมาหล่อพิมพ์ไทยได้สำเร็จในสมัยที่รัชกาลที่ 4 ยังทรงผนวช รัชกาลที่ 3 เป็นพระเจ้าแผ่นดิน แล้วการพิมพ์การเผยแพร่ความรู้ มาพร้อมกับการเผยแผ่ศาสนาของชาวตะวันตก ที่พยายามถ่ายทอดคริสต์ศาสนา ภาษา ก่อนจะเป็นประกาศสำคัญจากทางราชการ ก่อนจะเป็นวรรณกรรม แบบเรียนตำราสำคัญ ประกาศ เป็นที่มาของราชกิจจานุเบกษาในเวลาต่อ ๆ มา การพิมพ์เริ่มแพร่หลายเป็นที่รู้จักในยุคสมัยพระจอมเกล้า
บทความต่อไปเรื่อง โลกการพิมพ์และการเรียนรู้ของคนไทย
บรรณานุกรม
วิภา จิรภาไพศาล. (2567). โรงพิมพ์แห่งแรกของไทย เกิดสมัย “กรุงศรีอยุธยา” จริงหรือ?. สืบค้นเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569. URL: https://www.silpa-mag.com/history/article_132945.
คณะทำงานประวัติการพิมพ์ในประเทศไทย. (2549). สยามพิมพการ : ประวัติศาสตร์การพิมพ์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: มติชน.
การพิมพ์ในประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 5 มีนาคม 2569. URL: https://kanlayanee.ac.th/wbiprinting/WBI/wbi_6/lesson/basic_6.htm.
Categories
Hashtags