ปลูกผักด้วยเทคโนโลยี สร้างอาชีพให้คนพิการ
Published: 28 September 2026
1 views

ปลูกผักด้วยเทคโนโลยี สร้างอาชีพให้คนพิการ

การมีอาชีพและรายได้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคน แต่สำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหว การเดินทางไปทำงานหรือการทำงานในสถานที่ทั่วไปอาจมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น การเดินทางไม่สะดวก พื้นที่ทำงานไม่เหมาะสม หรือไม่สามารถทำงานบางประเภทได้ งานวิจัยของ ผศ. ดร. มนัญญา เพียรเจริญ และคณะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับคนพิการทางการเคลื่อนไหวในตำบลรางบัว จังหวัดราชบุรี

งานวิจัยนี้มีชื่อว่า “การถ่ายทอดเทคโนโลยีปลูกผักสลัดปลอดสารสำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง” โดยนำแนวคิด “เกษตรอัจฉริยะ” หรือ Smart Agriculture มาประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบรดน้ำอัตโนมัติที่ควบคุมด้วยเทคโนโลยี IoT เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการทำงานของคนพิการ และเปิดโอกาสให้สามารถปลูกผักและสร้างรายได้จากที่บ้านได้

เมื่อ “ข้อจำกัด” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม

จากข้อมูลในงานวิจัย ตำบลรางบัวมีคนพิการทั้งหมด 398 คน และเป็นคนพิการทางการเคลื่อนไหวถึง 261 คน หรือประมาณร้อยละ 65.58 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในพื้นที่ โดยจากการสำรวจพบว่า คนพิการบางส่วนมีความสามารถในการทำงาน แต่มีข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง การจ้างงาน และสภาพแวดล้อมของสถานที่ทำงาน ทำให้ขาดโอกาสในการประกอบอาชีพและมีรายได้

คณะผู้วิจัยสำรวจความต้องการของคนพิการ พบว่าอาชีพหนึ่งที่คนพิการสนใจคือ การปลูกผัก เพราะสามารถทำที่บ้านได้ และสามารถปรับพื้นที่ให้เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละคน งานวิจัยจึงเลือก “ผักสลัดปลอดสาร” มาเป็นพืชต้นแบบ เนื่องจากใช้เวลาปลูกประมาณ 45 วัน มีราคา และสามารถนำไปจำหน่ายได้

เปลี่ยนแปลงแปลงผักให้เหมาะกับผู้ปลูก

จุดที่น่าสนใจของงานวิจัยคือ ไม่ได้ให้คนพิการปรับตัวเข้ากับวิธีการทำเกษตรแบบเดิม แต่เลือกที่จะ ปรับแปลงปลูกให้เหมาะกับคนพิการ แปลงปลูกผักสลัดบนกระเบื้องมีขนาดกว้าง 1.20 เมตร ยาว 3 เมตร และปรับความสูงให้เหมาะกับผู้ใช้งาน เช่น แปลงสูงประมาณ 0.50 เมตร สำหรับผู้ที่ใช้รถวีลแชร์ และสูงประมาณ 0.75–0.80 เมตร สำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดทางการเคลื่อนไหวบางส่วน

การออกแบบลักษณะนี้ทำให้คนพิการสามารถเข้าถึงแปลงผัก ดูแลต้นผัก และทำงานได้สะดวกมากขึ้น เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การออกแบบที่ดีควรเริ่มจากความต้องการของผู้ใช้งาน

IoT ช่วยดูแลผักได้อย่างไร?

เทคโนโลยีสำคัญของงานวิจัยคือ IoT หรือ Internet of Things ซึ่งในโครงการนี้นำมาใช้กับระบบรดน้ำผักแบบอัตโนมัติ ผู้ปลูกสามารถควบคุมการให้น้ำผ่านสมาร์ทโฟน โดยใช้แอปพลิเคชัน eWeLink

ระบบให้น้ำพืชอัตโนมัติ ควบคุมด้วยแอพพลิเคชัน eWeLink บน Smartphone

พูดง่าย ๆ คือ คนพิการไม่จำเป็นต้องเดินไปรดน้ำผักด้วยตนเองทุกครั้ง แต่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือช่วยควบคุมระบบได้ เทคโนโลยีจึงเข้ามาช่วยลดภาระทางกายภาพ และทำให้ผู้ปลูกสามารถดูแลแปลงผักได้สะดวกขึ้น สิ่งสำคัญของงานวิจัยจึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ แต่เป็นการเลือกใช้เทคโนโลยี เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน

งานวิจัยไม่ได้สอนเฉพาะวิธีปลูกผักเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมแปลง การจัดการดินและน้ำ การปลูกและดูแลผัก การเก็บเกี่ยว การจัดการหลังเก็บเกี่ยว การขนส่ง ไปจนถึงการขายให้ผู้บริโภคโดยตรง การสร้างอาชีพไม่ได้จบลงเมื่อ “ปลูกผักได้” แต่ต้องสามารถจัดการผลผลิตและหาตลาดเพื่อสร้างรายได้ด้วย

จากผู้เรียนรู้ สู่ผู้ถ่ายทอดความรู้

ความน่าสนใจของโครงการไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างอาชีพให้คนพิการกลุ่มหนึ่ง แต่ยังมีการนำความรู้ไปขยายผลยังพื้นที่อื่น โดยมีการถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนพิการและผู้ดูแลที่ ศูนย์เรียนรู้บ้านตอยาง จังหวัดลพบุรี และมีคนพิการต้นแบบจากตำบลรางบัวเข้ามาช่วยเป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์จริงด้วย เพราะคนพิการไม่ได้เป็นเพียง “ผู้รับความช่วยเหลือ” แต่สามารถพัฒนาตนเองจนเป็น ผู้ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่น ได้ด้วย

วิทยากรถ่ายทอดความรู้ในการปลูกผักปลอดสารบนกระเบื้องโดยเทคโนโลยีระบบรดน้ำควบคุมด้วย IoT

งานวิจัยเรื่องการปลูกผักสลัดปลอดสารสำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหว แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีสามารถช่วยสร้างโอกาสทางอาชีพและลดข้อจำกัดในการทำงานได้ หากเทคโนโลยีนั้นได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน

สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้อยู่ที่การใช้ IoT หรือระบบรดน้ำอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว แต่คือการนำหลายองค์ประกอบมาทำงานร่วมกัน ได้แก่ ความรู้ด้านการเกษตร การออกแบบพื้นที่ เทคโนโลยี การตลาด และการมีส่วนร่วมของชุมชน จนเกิดเป็นรูปแบบการสร้างอาชีพที่สามารถนำไปทดลองใช้จริงได้

ผลการวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า คนพิการต้นแบบสามารถผลิตผักและสร้างรายได้ ขณะเดียวกันยังสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดให้คนอื่น และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับชุมชนได้อีกด้วย

งานวิจัยนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ช่วยให้เราเห็นว่า “นวัตกรรมไม่ได้หมายถึงเทคโนโลยีที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาและทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น” จากแปลงผักเล็ก ๆ ที่บ้าน เทคโนโลยีสามารถช่วยสร้างทั้งความรู้ อาชีพ รายได้ และโอกาสในการพึ่งพาตนเองให้เกิดขึ้นได้

ในอนาคต งานวิจัยเสนอให้มีการพัฒนาทักษะเพิ่มเติม ทั้งด้านการวางแผนการผลิต การบริหารจัดการฟาร์ม การใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ การขยายตลาด และการสร้างแบรนด์ชุมชน เพื่อให้การสร้างอาชีพสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน

การศึกษาดูงานการปลูกผักสลัดปลอดสารบนกระเบื้อง ณ พื้นที่เรียนรู้ทางการเกษตรเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร มจธ.ราชบุรี

อ้างอิง

มนัญญา เพียรเจริญ. (2569). การถ่ายทอดเทคโนโลยีปลูกผักสลัดปลอดสารสำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ราชบุรี.










Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...