บ้านอยู่ที่นี่จะให้หนีไปที่ไหน
Published: 6 February 2025
11 views

บ้านอยู่ที่นี่จะให้หนีไปที่ไหน : การเชื่อมต่อเส้นทางที่กระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ

" หากวันใดที่เธอได้พบผู้คนในป่าเธอหนีให้ไกล

พวกมนุษย์แสนใจร้ายและอันตรายเธออย่าไว้ใจ

โปรดจงหนีเข้าไปให้ลึกให้ไกลในป่าและหายไป

อย่าให้รู้ว่าเธอยังเหลือพวกเขาจะมาพรากเธอไป"

ท่อนหนึ่งในเนื้อเพลง "จงหนีไป" คำร้อง/ทำนอง วสันต์17 เรียบเรียง แมว จิรศักดิ์


ผลงานเพลง "จงหนีไป" เนื้อเพลงธรรมดาที่สอดแทรกความจริงในระบบนิเวศว่าการใช้ชีวิตของสัตว์ป่าที่ต้องคอยระวังและคอยหลบหนีเหล่ามนุษย์

เนื้อเพลงเพลงนี้สะท้อนให้เราเข้าใจและเห็นใจสัตว์ป่าได้อย่างดีว่าความเจริญที่เราเพรียกหานั้นมันส่งผลอะไรให้ต่อสัตว์ป่าบ้าง ในวันที่ทุกคนรู้ว่าบ้านเมืองกำลังจะตัดถนนผ่านป่าผ่านเขาเพื่อพัฒนาเส้นทางคมนาคมผู้คนต่างดีใจพร้อมทั้งชื่นชมยินดีกับสิ่งที่กำลังจะได้รับการพัฒนาและมีประโยชน์ต่อตน แต่ยังมีอีกหลายร้อยพันชีวิตที่กำลังไม่รู้ตัวและไม่รู้ว่าบ้านของตนกำลังจะถูกรุกรานโดยที่ตนไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหรือฟ้องร้องใครได้เลย ทำได้เพียงแค่หนีไปที่อื่นทั้งที่ตนถูกรุกรานบ้านของตนแท้ ๆ

การพัฒนาเส้นทางนับว่าเป็นการพัฒนาการคมนาคมของประเทศที่สร้างผลประโยชน์ต่อระบบการขนส่ง ระบบเศรษฐกิจและอื่น ๆ ให้กับประเทศมากมายแต่เคยคิดสงสัยกันหรือไม่ว่าการพัฒนาเส้นทางจะเป็นการรุกรานที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า

รูปภาพจาก : มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

ในปี 2566 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ 31.47 % ของพื้นที่ประเทศทั้งหมดหากเราเพิ่งเห็นยอดเปอร์เซ็นครั้งแรกเราอาจจะยังไม่ได้แปลกใจแต่หากย้อนมองลงไปในปีก่อน ๆ ยอดเปอร์เซ็นปริมาณพื้นที่ป่าไม้เราจะพบว่าพื้นที่ป่าไม้ลดลงไปทุก ๆ ปี เช่นในปี พ.ศ 2565 ประเทศไทยเรามีพื้นที่ป่าไม้ทั้งหมด 31.57% จากสถิติพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศที่จำเป็นต้องดิ้นรนหาที่อยู่อาศัย หาแหล่งอาหารใหม่ไปเรื่อย ๆ ปัจจัยของการลดลงของปริมาณพื้นที่ป่าไม้นี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียวแต่มนุษย์ก็มีส่วนที่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติลดน้อยลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ ซึ่งป่าบางพื้นที่ได้รับการถูกจัดเป็นมรดกโลกจึงเกิดการคัดค้านและให้ชะลอการก่อสร้างจากลุ่มคนในพื้นที่หรือกลุ่มผู้ที่ส่งเสริมการอนุรักษ์ผืนป่า

การคมนาคมของมนุษย์ที่จำเป็นต้องตัดผ่านผืนป่าเช่น โครงการถนนผ่านป่า ที่เคยถูกคัดค้านไม่ให้เกิดขึ้นเพราะกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดกับระบบนิเวศแต่ไม่ใช่ถูกแห่งที่จะสามารถคัดค้านการก่อสร้างได้สำเร็จ ด้วยเหตุผลความจำเป็นการพัฒนาการคมนาคมของประเทศทำให้ผืนป่าต้องถูกรุกล้ำสัตว์ป่าและระบบนิเวศก็ต้องได้รับผลกระทบไปด้วยตัวอย่างผลกระทบที่เกิดขึ้นและเห็นได้อย่างชัดเจนเช่น ถนน 3259 เขาอ่างฤาไน ถนนสายนี้เป็นเส้นทางลัดไปยังภาคตะวันออกนับว่าเป็นถนนสายที่มีรถวิ่งเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลจนทำให้สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณป่าแถบนี้ถูกรถชนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากโดยมีการเก็บสถิติในช่วงปี 2541-2542 ว่าในช่วงเวลานี้รถวิ่งผ่านจำนวน 299,298 คันและในช่วงเวลานั้นมีสัตว์ป่าที่เสียชีวิต 14,408 ตัว ซึ่งจัดว่าผลกระทบของการตัดถนนผ่านป่านี้ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศเป็นจำนวนมากทั้งทรัพยากรป่าไม้และอันตรายที่เกิดขึ้นกับสัตว์ป่า

ถ่ายภาพโดย : จำลอง วิไลเลิศ

เสียงปืนที่ดังลั่น

ตัวแม่นั้นต้องสิ้นใจ

ลูกน้อยที่แบกไว้

กระดอนไปเพราะแรงปืน

ฝืนใจเข้ากอดแม่

หวังแก้ให้แม่ฟื้น

แม่จ๋าเพราะเสียงปืน

จึงไม่คืนชีวิตมา

โทษไหนจึงประหาร

ศาลไหนพิพากษา

ถ้าลูกท่านเป็นสัตว์ป่า

ใครเข่นฆ่าท่านยอมไหม

ชีวิตใครใครก็รัก

ท่านประจักษ์หรือไม่ไฉน

โปรดเถิดจงเห็นใจ

สัตว์ป่าไซร้ก็เหมือนกัน

พ.ค. 2518 สืบ นาคะเสถียร

"อย่าให้เสียงปืนของสืบเงียบลงไปเปล่าประโยชน์"

นับร้อยนับพันชีวิตที่ไม่มีสิทธิ์ส่งเสียงเรียกร้องความเห็นใจจากมวลมนุษย์เกี่ยวกับการเสียชีวิตของพวกเขา ทั้งที่พวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านของตนเอง ผลกระทบต่อระบบนิเวศจากการตัดถนนป่าไม่ได้เพียงแค่ทำให้สัตว์ป่าเสียชีวิตจากการข้ามถนนเพียงอย่างเดียวแต่ยังส่งผลให้วิถีการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าเปลี่ยนแปลงไปด้วยเพราะผลกระทบจากเสียงการวิ่งของรถยนต์ที่วิ่งบนถนนที่ตัดผ่านผืนป่ามลภาวะทางเสียงส่งผลให้สัตว์ที่เคยอาศัยอยู่บริเวณนั้นต้องอพยพหนีมลพิษทางเสียงซึ่งก็ส่งผลให้วิถีชีวิตของสัตว์ป่าเปลี่ยนไป การหาอาหารก็ยากขึ้น การสืบพันธุ์ก็ลดลง

หากตั้งคำถามว่าเหตุใดสัตว์ป่าจึงไม่หลบรถ คงต้องย้อนถามกลับไปว่าแล้วเหตุใดการอาศัยอยู่บ้านของตนจึงไม่ปลอดภัย สัตว์ป่าเติบโตมาในป่าแน่นอนว่าไม่มีสัญชาติญาณการป้องกันอันตรายจากรถยนต์เหมือนสุนัขหรือแมวในสังคมเมืองบางครั้งสัตว์ป่าตกใจเสียงรถวิ่งออกจากป่ามาโดนรถชนเสียชีวิตกลางถนนหรือแม้แต่แมลงบางชนิดที่ออกหากินก็ต้องถูกเหยียบตายเพราะความเร็วของรถมีความไวมากกว่าปีกของพวกมันการป้องกันโดยการล้อมรั้วกั้นระหว่างถนนและป่าก็ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องเพราะวิถีชีวิตของสัตว์ป่าไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้อาศัยอญู่ในกรงการที่สัตว์ป่าไม่สามารถติดต่อกับสัตว์กลุ่มอื่นได้เพราะถูกกั้นโดยรั้วที่มนุษย์สร้างขึ้นทำให้พวกมันต้องผสมพันธุ์กันเองในกลุ่มทำให้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมส่งผลให้สัตว์เหล่านี้ต้องเริ่มทะยอยสูญพันธุ์กันไปเรื่อยๆ

ที่กล่าวมานี้คือผลกระทบในระบบนิเวศที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยและคาดว่ายังคงมีการเกิดขึ้นต่อไปหากยังไม่ได้รับการร่วมมือแก้ไขอย่างจริงจัง ระบบนิเวศพังเพราะเกิดจากภัยธรรมชาติเรายังพอเข้าใจและหาทางแก้ไขป้องกันได้แต่ถ้าระบบนิเวศพังเพราะน้ำมือมนุษย์วันนี้คงถึงเวลาที่จะเปลี่ยนชุดความคิดของเราแล้วว่าความเจริญที่มนุษย์เราเพรียกหานั้นมันเกิดจากการเข้าไปรุกรานพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าแห่งใดหรือเปล่า

" มนุษย์ไม่จำเป็นต้องเข้าถึงทุกที่ในโลกก็ได้ ถ้าเราไปดูทะเลหมอกที่พะเนินทุ่งไม่ได้ เราก็ยังไปดูทะเลหมอกที่อื่นได้ แต่สัตว์ป่าไม่มีทางเลือกมากเท่าเรา มันมีบ้านแค่แห่งเดียวเท่านั้น ถ้ามันรู้สึกไม่ปลอดภัย จะให้หนีไปอยู่ที่ไหน "

เรายังรักบ้านเราหวงบ้านเราแล้ว เหนื่อยจากไหนมา หิวจากไหนมา เรายังนึกถึงบ้านเราเป็นที่แรก สัตว์ป่าก็เช่นกัน เกิดในป่า โตในป่า หากินในป่า แต่วันนี้กลับถูกไล่ฆ่าไล่ที่อยู่ วันนี้โลกออนไลน์มีอิทธิพลต่อการช่วยเหลือชีวิตมากมายไม่ว่าจะเป็นชีวิตมนุษย์หรือชีวิตสัตว์ถึงเวลาแล้วที่เราจะสามารถช่วยเพื่อนร่วมโลกของเรา

ร่วมกันปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่า

ร่วมปกป้องผืนป่าสัตว์ป่า ผ่าน ระบบ Thai QR Code

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพิ่มช่องทางให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการรักษาป่าใหญ่กับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้อย่างง่าย โดยสามารถ สมทบกองทุนมูลนิธิสืบนาคะเสถียร


ที่มา

http://thaipbs.or.th/news/content/275522

https://readthecloud.co/scoop-road-kills/

https://www.seub.or.th/bloging/news/global-news/deforestation-2000-2020/

Categories

Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...