
เวลาที่เราต้องเริ่มทำวิจัย ทำวิทยานิพนธ์ หรือหาข้อมูลทำรายงาน ปัญหาหนึ่งที่หลายคนพบคือ "ไม่รู้จะเริ่มหาจากแหล่งไหน" หรือ "บทความที่ได้มามีความน่าเชื่อถือแค่ไหน"
หากคุณกำลังพบปัญหานี้ ขอแนะนำให้รู้จักกับฐานข้อมูลออนไลน์ Scopus ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับนักวิจัยและนักศึกษาค่ะ
Scopus คือฐานข้อมูลที่รวบรวมบทคัดย่อและข้อมูลอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์และสหสาขาวิชาชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวบรวมผลงานจากกว่า 7,000 สำนักพิมพ์ทั่วโลก (เช่น Elsevier, Springer Nature, IEEE)
จุดเด่น คือ ข้อมูลในฐานข้อมูลนี้ผ่านการคัดกรองจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (Peer Review) จึงช่วยลดความกังวลเรื่องการอ้างอิงข้อมูลจากวารสารที่ไม่ได้มาตรฐาน (Predatory Journals) ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ Scopus ยังได้รับการยอมรับและถูกนำไปใช้เป็นเกณฑ์จัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกอย่าง THE World Ranking ด้วยค่ะ
Scopus แตกต่างจากฐานข้อมูลอื่นอย่างไร?
หลายท่านอาจสงสัยว่า ในเมื่อมหาวิทยาลัยมีฐานข้อมูลอื่น ๆ ให้บริการอยู่แล้ว ทำไมเราจึงควรสืบค้นผ่าน Scopus ด้วย ลองมาดูข้อแตกต่างกันค่ะ
- Scopus เทียบกับ ฐานข้อมูลสำนักพิมพ์ (เช่น SpringerLink, Wiley, IEEE): ฐานข้อมูลของแต่ละสำนักพิมพ์มักมีจุดเด่นตรงที่เราสามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF เพื่ออ่านเนื้อหาฉบับเต็ม (Full-text) ได้ทันที แต่จะมีข้อจำกัดคือจะค้นหาได้เฉพาะวารสารหรือหนังสือที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นั้น ๆ เท่านั้น ในขณะที่ Scopus จะเน้นแสดงข้อมูลบรรณานุกรมและสาระสังเขป (บทคัดย่อ) แต่มีจุดเด่นเรื่องความกว้างของการค้นหา เพราะช่วยให้เราสืบค้นบทความข้ามสำนักพิมพ์หลายพันแห่งทั่วโลกได้ในที่เดียว อีกทั้งยังสามารถดูค่า h-index ของนักวิจัย และมีเครื่องมือประเมินคุณภาพวารสารให้ใช้งานด้วยค่ะ
- Scopus เทียบกับ Web of Science (WoS): ทั้งสองเป็นฐานข้อมูลบรรณานุกรมและสาระสังเขประดับโลกเช่นเดียวกันค่ะ โดยฝั่ง WoS จะมีการคัดเลือกวารสารเข้าฐานข้อมูลอย่างเข้มงวด เน้นเฉพาะวารสารชั้นนำ ใช้ค่า Journal Impact Factor (JIF) ประเมินวารสาร และโดดเด่นเรื่องการติดตามการอ้างอิงย้อนหลังเชิงลึก ส่วน Scopus จะโดดเด่นเรื่องความกว้างของเนื้อหาที่ดึงข้อมูลจากวารสารของหลายพันสำนักพิมพ์ จึงมีความครอบคลุมมากกว่า ค้นหาง่าย และรวมข้อมูลไว้ในที่เดียวค่ะ

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของ Scopus กับฐานข้อมูลอื่น ๆ

รูปภาพหน้า Website Scopus
ฟังก์ชันสำคัญของ Scopus ที่ช่วยให้การทำวิจัยสะดวกขึ้น
1.Semantic Search

รูปภาพหน้า Website Scopus ฟังก์ชัน Semantic Search
จุดเด่นของฟังก์ชันนี้คือการรองรับ การค้นหาด้วยภาษาธรรมชาติ (Natural Language) ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถพิมพ์คำถามหรือประโยคภาษาพูดทั่วไปลงในช่องค้นหาได้เลย โดยรองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จากนั้นระบบของ Scopus จะทำความเข้าใจความหมายของประโยค และดึงข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณค้นหามาแสดงผลให้
2.การค้นหาเอกสาร (Document Search) เราสามารถค้นหาบทความวิชาการเพื่อหาช่องว่างทางวิจัย (Research Gap) ได้อย่างสะดวก

ภาพหน้าจอการค้นหาเอกสาร Document Search
- สามารถใช้คำสั่ง Boolean (เช่น การเชื่อมคำด้วย AND, OR, AND NOT) เพื่อจำกัดขอบเขตการค้นหาให้ตรงความต้องการมากที่สุด
- หากบทความนั้นเป็นรูปแบบ Open Access เราสามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF ฉบับเต็มมาอ่านได้ฟรีทันที
- มีระบบค้นหางานวิจัยฉบับร่าง (Preprints) ที่ยังไม่ผ่านการประเมิน (Peer Review) เพื่อติดตามองค์ความรู้ใหม่ ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- เมื่อพบเอกสารที่ต้องการ สามารถกดส่งออกข้อมูล (Export) ไปยังโปรแกรมจัดการบรรณานุกรมอย่าง Mendeley หรือ EndNote ได้โดยตรง หรือจะดาวน์โหลดเป็นไฟล์ CSV เพื่อเปิดในโปรแกรม Excel ก็ได้ค่ะ

รูปภาพตัวอย่างการค้นหางานวิจัยด้วย Keyword คำว่า "Food processing"
3. การวิเคราะห์แนวโน้มงานวิจัย (Analyze Results)

รูปภาพปุ่ม Analyze Results

รูปภาพกราฟของฟังก์ชัน Analyze Results
ฟังก์ชันนี้ช่วยให้เราทราบว่าหัวข้อที่สนใจกำลังเป็นที่นิยมหรือไม่ โดยระบบจะแสดงข้อมูลเป็นกราฟให้เห็นว่า มีจำนวนบทความในหัวข้อนี้เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไรในแต่ละปี นักวิจัย ประเทศ หรือสถาบันใดที่มีการตีพิมพ์เรื่องนี้มากที่สุด รวมถึงข้อมูลว่างานวิจัยแนวนี้ได้รับทุนสนับสนุน (Funding) จากแหล่งใดบ้างค่ะ
3. การตรวจสอบคุณภาพวารสาร (Sources)


รูปภาพหน้าจอการค้นหาวารสารและค่าชี้วัด Sources
สำหรับผู้ที่กำลังหาแหล่งตีพิมพ์ผลงาน สามารถใช้เมนูนี้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความนิยมของวารสารผ่านค่าชี้วัดต่าง ๆ เช่น CiteScore, SJR และ SNIP หรือดูการแบ่งระดับวารสารเป็น Quartile (Q1-Q4) นอกจากนี้ ก่อนตัดสินใจส่งบทความ เรายังเช็กสถานะได้ว่าวารสารนั้นยังคงได้รับการยอมรับ (Active) ในฐานข้อมูลอยู่หรือไม่ค่ะ
4. ข้อมูลนักวิจัยและการค้นหาผู้เชี่ยวชาญ (Author Profile & Researcher Discovery)

รูปภาพหน้าจอ Author

รูปภาพหน้าจอ Researcher Discovery
ระบบจะรวบรวมและจัดทำโปรไฟล์ของนักวิจัยแต่ละท่านไว้ โดยแสดงข้อมูลความเชี่ยวชาญ จำนวนบทความ และค่า H-index ซึ่งเป็นตัวชี้วัดคุณภาพผลงาน หากนักวิจัยพบว่ามีชื่อตนเองซ้ำซ้อน ก็สามารถกดแจ้งรวมโปรไฟล์ หรือเชื่อมต่อข้อมูลกับบัญชี ORCID ได้ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันค้นหาผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก เพื่อประโยชน์ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิจัย (Collaboration) ด้วยค่ะ
5. ภาพรวมขององค์กร (Organization Profile)

รูปภาพหน้าจอ Organization

รูปภาพหน้าจอ Organization Profile
ฟังก์ชันนี้ใช้สำหรับดูภาพรวมของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันต่าง ๆ ว่ามีความเชี่ยวชาญด้านใด มีการทำงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานใดบ้าง และผลงานวิจัยของสถาบันนั้นมีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ในด้านใดบ้าง
6. แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ Researcher Academy นอกจากระบบสืบค้นแล้ว ภายใต้เครือ Elsevier ยังมี Researcher Academy ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมหลักสูตรต่าง ๆ ไว้ให้ศึกษาฟรี เช่น การเตรียมตัวก่อนวิจัย การเขียนต้นฉบับ และกระบวนการ Peer Review เพื่อเป็นแนวทางให้งานวิจัยได้รับการตีพิมพ์อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ
Scopus เป็นเครื่องมือที่ครอบคลุม ทั้งในการสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์แนวโน้ม และการตรวจสอบคุณภาพวารสาร ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการทำวิจัยในทุกขั้นตอน
เพื่อให้คณาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสามารถใช้งานฐานข้อมูลออนไลน์และเครื่องมือช่วยสืบค้นต่าง ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สำนักหอสมุด มจธ. มีการจัดอบรมให้ความรู้ในด้านนี้อย่างสม่ำเสมอค่ะ
ผู้ที่สนใจสามารถติดตามตารางการอบรมประจำเดือน ข่าวสารกิจกรรม และสาระน่ารู้ต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Fanpage สำนักหอสมุด มจธ. มาร่วมพัฒนาทักษะการค้นคว้าเพื่อต่อยอดงานวิจัยไปด้วยกันนะคะ!
เรียบเรียงโดย นางสาวสิริปรียา กันตะปีติ
บทความนี้ใช้เครื่องมือ Gemini ช่วยในสรุป
Categories
Hashtags