ซีรีส์อ่านสมองผ่านเรื่องใกล้ตัว | ตอนที่ 1: สมองวัยรุ่น × Inside Out 2
เคยเป็นไหม…ที่แชทขึ้นว่า “อ่านแล้ว” แต่ไร้การตอบกลับ รู้ทั้งรู้ว่าเขาอาจไม่ว่าง แต่ใจดันคิดไปไกลว่าเราทำอะไรผิดไปหรือเปล่านะ? มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คนเราจะรู้สึกแบบนั้นบ่อย ๆ ในช่วงวัยรุ่นที่ผ่านมา เพราะในหนังเรื่อง Inside Out 2 ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตัวละครอย่าง “ไรลีย์” เด็กสาววัยรุ่นผู้ใฝ่ฝันจะเป็นนักฮ็อกกี้ กับโลกภายในสมองของเธอที่มีเหล่าตัวแทนอารมณ์ต่าง ๆ คอยทำหน้าที่แสดงพฤติกรรมและอารมณ์ออกมาผ่านตัวไรลีย์ผ่านห้องควบคุมอารมณ์ ก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดคำถามแบบเดียวกันเมื่อเธอเข้าสู่วัยรุ่น ห้องควบคุมที่เคยมี Joy และเพื่อน ๆ จึงต้องต้อนรับ Anxiety [ความวิตกกังวล], Envy [ความอิจฉา], Embarrassment [ความอับอาย] และ Ennui [ความเบื่อหน่าย] แต่ทำไมกันนะ? ทั้ง ๆ ที่โตขึ้น แถมคิดอะไรได้มากขึ้นแล้ว ความรู้สึกเหล่านี้กลับยิ่งจัดการยากขึ้นตามไปด้วย?

(Credit image by Walt Disney Pictures)
เรามาลองมองไรลีย์จากในเรื่องกัน เธอไม่ได้สนใจเพียงแค่ว่าจะเล่นสนุกหรือเปล่า แต่เธอเริ่มคิดถึงการเข้าทีม การถูกยอมรับจากรุ่นพี่และสายตาของคนอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนความสามารถที่พัฒนาขึ้นมาจากวัยเด็ก ทั้งเรื่องการคิด การวางแผน การมองผลที่จะตามมา และคิดถึงอนาคตที่อาจเป็นไปได้ ซึ่งเกิดจากสมองส่วนหน้าที่ช่วยคิดและกำกับพฤติกรรมกำลังทำงานร่วมกับส่วนอื่นได้ดีขึ้น แต่ความสามารถนี้ก็เปิดพื้นที่ให้เกิดคำถามอย่าง “ถ้าฉันทำพลาด ทุกคนจะมองฉันอย่างไร?” ตามมาด้วยเช่นกัน วัยรุ่นจึงอาจว้าวุ่นใจเกินจำเป็น และบางครั้งเองก็เพราะคิดไปไกลกว่าความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้
ตัวละครอย่าง Anxiety เองก็ทำให้เราเห็นภาพนี้ชัดมากขึ้น เธอพยายามคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า เพื่อปกป้องตัวไรลีย์ในแบบของเธอ แต่ยิ่งคิดเผื่อทุกอย่างสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นก็ยิ่งดูน่ากลัวขึ้นไปอีก ตามวัยแล้ว วัยรุ่นจะคิดวิเคราะห์ได้ดีขึ้นตามพัฒนาการ แต่เมื่อเครียดมาก สมองอาจหลั่งสารสื่อประสาทอย่าง นอร์อะดรีนาลีน มากจนไปรบกวนการทำงานของสมองส่วนหน้าที่ช่วยจดจ่อและยั้งคิดได้ ขณะเดียวกัน ระบบตอบสนองต่อความเครียดยังคงกระตุ้นต่อมหมวกไตให้หลั่ง คอร์ติซอล เพื่อช่วยให้ร่างกายรับมือกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น ภาพที่ Anxiety เข้าคุมทุกอย่างจึงเปรียบได้กับช่วงที่เกิดความตื่นตัว ส่งผลให้คิดรอบคอบได้ยากขึ้นชั่วขณะ จนอาจเผลอพูดแรงเกินไปหรือตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่ไม่ดีออกไปได้ ทั้ง ๆ ที่ตอนปกติมักจะรู้ตัวดีว่าควรทำอะไร อย่างไร

(Credit image by Walt Disney Pictures)
แล้วทำไมวัยนี้ถึงรู้สึกคล้อยตามสิ่งรอบตัวได้ง่าย? ภาพที่อารมณ์ต่าง ๆ ของไรลีย์ตอบสนองต่อเรื่องเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว ชวนให้เห็นถึงการทำงานระหว่าง อะมิกดะลา ซึ่งช่วยประเมินความสำคัญทางอารมณ์ของสิ่งที่พบ กับสมองส่วนหน้าที่ช่วยตีความและปรับการตอบสนอง ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า ท่าทาง หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมเล็กน้อยที่วัยนี้สัมผัสหรือสังเกตเห็น ก็อาจไปกระตุ้นให้เกิดการทำงานของระบบกลไกนี้ได้ ทุกวัยสามารถเกิดกลไกการทำงานนี้ได้เช่นกัน เพียงแต่ในวัยรุ่นการประสานงานของเครือข่ายเหล่านี้ยังอยู่ระหว่างพัฒนา ทำไมสมองถูกกระตุ่นจากสิ่งเร้าได้มากกว่าวัยอื่น ๆ
และเมื่อสิ่งที่มากระตุ้นคือโอกาสได้รับการยอมรับ ความรู้สึกนั้นก็อาจทำให้การตัดสินใจมีความเสี่ยงมากขึ้นได้ เหมือนช่วงท้ายของเรื่องในการแข่งขันที่ไรลีย์มุ่งทำแต้มเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนเข้าปะทะกับเกรซอย่างรุนแรงจนถูกลงโทษให้ออกจากสนามชั่วคราว ฉากนี้สามารถอธิบายผ่าน ระบบรางวัลในสมองได้ ซึ่งใช้ โดพามีนในส่วนของแรงจูงใจและการเรียนรู้จากผลลัพธ์ ในเมื่อการเข้าทีมสำคัญกับเธอมาก จึงทำให้การชั่งใจต่อผลเสียที่อยู่ตรงหน้าลดน้อยลง และทำสิ่งที่เสี่ยงมากขึ้น สอดคล้องกับงานทดลองเกมขับรถ Stoplight ของ Jason Chein และคณะ (2011) ที่พบว่าวัยรุ่นเลือกเสี่ยงขับผ่านแยกมากขึ้นเมื่อมีเพื่อนคอยดูขณะเล่น งานนี้สนับสนุนว่าตัวเพื่อน (ซึ่งเป็นสิ่งกระตุ้นภายนอก) ส่งผลต่อตัดสินใจที่เสี่ยงมากขึ้นได้ ส่วนโดพามีนเป็นกลไกที่เกี่ยวข้องกับระบบรางวัล และเชื่อมโยงกับเครือข่ายประสาทอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ ไม่ใช่หลักฐานว่าไรลีย์เล่นรุนแรงเพราะสารตัวนี้เพียงอย่างเดียว
เพราะฉะนั้น “วัยว้าวุ่น” จึงเป็นช่วงที่ความสามารถในการคิดกำลังเติบโต พร้อมกับความไวต่อสิ่งรอบข้างและความคาดหวังที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น อีกทั้งฮอร์โมนเพศที่เปลี่ยนแปลงในวัยนี้ยังสัมพันธ์กับพัฒนาการของสมองด้วย การมาถึงของเหล่าอารมณ์หน้าใหม่จึงเป็นเหมือนตัวแทนของเหล่าวัยรุ่นที่หุนหันผันแล่น แม้ในชีวิตจริงเด็กจะมีอารมณ์เหล่านี้อยู่แล้ว และไม่มีสารเคมีตัวใดตัวหนึ่งที่กำหนดความรู้สึกใดอย่างชัดเจน สิ่งที่ไรลีย์และพวกเราควรเรียนรู้จึงมีทั้งการคิดให้รอบด้านและการรับมือกับความรู้สึก โดยไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดชั่วขณะตัดสินคุณค่าทั้งหมดของตัวเอง การเข้าใจเบื้องหลังนี้ช่วยให้เรารับฟังวัยรุ่นมากขึ้น รับฟังตัวเองมากขึ้น ทั้งยังช่วยกันหาวิธีแสดงความรู้สึกที่ไม่ทำร้ายต่อตนเองหรือผู้อื่นได้อีกด้วย
การเติบโตของสมองจึงมีพื้นที่ให้ทั้งการเรียนรู้ การพัก และการลองใหม่ อย่างหนังสือ The Brain Fitness Book ของ Rita Carter เองก็มีกิจกรรมหลากหลายที่ช่วยให้เราสามารถพัฒนาสมองได้ อีกทั้งยังมีทริคหรือเทคนิคต่าง ๆ เช่น การนอน การเลือกอาหาร และการเคลื่อนไหว หรือถ้าใครอยากจะรู้จักสมองของตัวเองมากขึ้น สามารถมายืมผ่านสำนักหอสมุด มจธ. เพื่ออ่านกันได้ และเร็ว ๆ นี้ จะมีนิทรรศการ Brain Inside Out ณ ชั้น 1 อาคาร LX ที่จะพาทุก ๆ คน ลงลึกและดำดิ่งสู่สมองของตัวเอง เล่าผ่านย้อนวัยไปยังอนาคตด้วยกันผ่านเรื่องราวของสมอง เพื่อให้เข้าใจและเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเองได้มากยิ่งขึ้น สำหรับเรื่องราวต่อไปจะเกี่ยวกับวัยไหน เตรียมตัวรับชมกันได้เลย
แหล่งอ้างอิง
Arnsten, A. F. T. (2009). Stress signalling pathways that impair prefrontal cortex structure and function. Nature Reviews Neuroscience, 10(6), 410–422. https://doi.org/10.1038/nrn2648
Chein, J., Albert, D., O’Brien, L., Uckert, K., & Steinberg, L. (2011). Peers increase adolescent risk taking by enhancing activity in the brain’s reward circuitry. Developmental Science, 14(2), F1–F10. https://doi.org/10.1111/j.1467-7687.2010.01035.x
Hare, T. A., Tottenham, N., Galvan, A., Voss, H. U., Glover, G. H., & Casey, B. J. (2008). Biological substrates of emotional reactivity and regulation in adolescence during an emotional go-nogo task. Biological Psychiatry, 63(10), 927–934. https://doi.org/10.1016/j.biopsych.2008.03.015
Herman, J. P., McKlveen, J. M., Ghosal, S., Kopp, B., Wulsin, A., Makinson, R., Scheimann, J., & Myers, B. (2016). Regulation of the hypothalamic-pituitary-adrenocortical stress response. Comprehensive Physiology, 6(2), 603–621. https://doi.org/10.1002/cphy.c150015
Herting, M. M., Gautam, P., Spielberg, J. M., Kan, E., Dahl, R. E., & Sowell, E. R. (2014). The role of testosterone and estradiol in brain volume changes across adolescence: A longitudinal structural MRI study. Human Brain Mapping, 35(11), 5633–5645. https://doi.org/10.1002/hbm.22575
Mann, K. (Director). (2024). Inside out 2 [Film]. Pixar Animation Studios; Walt Disney Pictures.
Schultz, W., Dayan, P., & Montague, P. R. (1997). A neural substrate of prediction and reward. Science, 275(5306), 1593–1599. https://doi.org/10.1126/science.275.5306.1593
Categories
Hashtags