เปลี่ยน "แผน" ให้เป็น "ผลลัพธ์" ด้วยแนวคิด Risk Management (5 EP.)
Published: 2 March 2026
1 views

🚩 ซีรีส์บทความ: เปลี่ยน "แผน" ให้เป็น "ผลลัพธ์" ด้วยแนวคิด Risk Management (5 EP.)


EP.1 | Environmental Scanning: สแกนรอบตัว มองให้ออกว่าอะไรกำลังจะเปลี่ยน


"เห้ย... โยนเหรียญหัวก้อยสนุก ๆ ทำไมบางคนถึงเครียดหนัก?"

วันนี้อยากชวนทุกคนมาคุยเรื่องความเสี่ยงแบบง่าย ๆ ครับ สมมติว่าผมโยนเหรียญ 1 เหรียญ ความน่าจะเป็นที่จะออกหัวหรือก้อยคือ 50/50 ใช่ไหมครับ? ถ้าโยนเล่นๆ มันก็คือ "ความไม่แน่นอน" (Uncertainty) ธรรมดา ๆ ไม่มีใครเครียด

แต่ถ้าผมบอกใหม่ว่า "ถ้าออกหัว คุณจ่ายผม 10 บาท แต่ถ้าออกก้อย ผมจ่ายคุณ 10 บาท" ...เห็นไหมครับว่าความรู้สึกเริ่มเปลี่ยน! การพนันที่เกิดขึ้นทำให้เริ่มมีคน "เดือดร้อน" และนี่แหละครับคือจุดเริ่มต้นของคำว่า ความเสี่ยง (Risk)

🔍 ถอดบทเรียน: ความไม่แน่นอนจะกลายเป็นความเสี่ยงก็ต่อเมื่อ "มันมีผลกระทบ (Impact) ต่อเป้าหมายของเรา" ในการทำงานก็เช่นกัน ก่อนที่เราจะจัดการความเสี่ยงได้ เราต้องทำกระบวนการ Environmental Scanning สแกนบริบทแวดล้อมเพื่อ "ตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ (Objective)" ให้ชัดเจนเสียก่อน เช่น ปีนี้คณะเราต้องการรายได้เพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ หรือจะมีหลักสูตร Non-degree เปิดใหม่กี่หลักสูตร ถ้ายิ่งเป้าหมายชัด การวิเคราะห์ความเสี่ยงว่าอะไรจะมาขัดขวางเป้าหมายนั้นก็จะยิ่งเฉียบคมครับ!


EP.2 | Risk Identification: ระบุให้ชัด จุดไหนคือจุดเสี่ยงที่ต้องระวัง


"เห้ย... อาการปวดท้องตุ่ย ๆ กับการวิ่งเข้าห้องน้ำ มันคือเรื่องเดียวกันไหม?"

เรามักจะสับสนระหว่าง "ความเสี่ยง" กับ "ปัญหา" ครับ ลองนึกภาพว่าคุณกินส้มตำรสจัดเข้าไป สักพักเริ่มมีอาการปวดท้อง "ตุ่ย ๆ"... อาการตุ่ย ๆ นี่แหละคือ ความเสี่ยง (Risk) ที่เรายังพอกินยาหรือหาทางจัดการได้ทัน แต่ถ้าข้าศึกบุกจนคุณต้องวิ่งเข้าห้องน้ำไปเรียบร้อยแล้ว นั่นไม่ใช่ความเสี่ยงแล้วครับ แต่มันคือ ปัญหา (Problem) ที่เกิดขึ้นแล้ว!

ในการทำงานก็เหมือนกัน หลายคนมักเอาสิ่งที่เป็นปัญหาไปแล้ว หรือสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เลยมาเขียนเป็นความเสี่ยง เช่น "เด็กเกิดน้อยลง" (Birth rate) อันนี้ไม่ใช่ความเสี่ยงครับ แต่มันเป็น ภัยคุกคาม (Threat) หรือสิ่งที่เป็นสภาพแวดล้อมไปแล้ว เพราะมหาวิทยาลัยไปบังคับให้คนมีลูกเพิ่มไม่ได้!

🔍 ถอดบทเรียน: ในขั้น Risk Identification เราต้องมองหา "สาเหตุรากเหง้า (Root Cause)" ให้เจอ ความเสี่ยงที่แท้จริงคือเหตุการณ์ที่ "มีแนวโน้มจะเกิด" (ปวดท้องตุ่ยๆ) และส่งผลให้เป้าหมายเราพลาด (เช่น รายได้ตกเพราะหลักสูตรไม่ตอบโจทย์) การตั้งคำถามว่า "ทำไม" ลึกลงไปเรื่อยๆ จะช่วยให้เราระบุจุดเสี่ยงที่แท้จริงเพื่อหาทางหนีทีไล่ได้ถูกจุดครับ


EP.3 | Risk Assessment: ประเมินระดับโอกาสเกิด และผลกระทบ เพื่อจัดลำดับความสำคัญ


"เห้ย... ทำไมตู้กดน้ำ ถึงกำหนดให้กดปุ่มน้ำร้อนยากกว่าน้ำเย็น?"

เคยสงสัยเหมือนกันไหมครับ? เวลากดน้ำเย็น เราแค่เอาแก้วดัน น้ำก็ไหลออกมาดื่มชื่นใจ แต่พอกดน้ำร้อน นอกจากดันแก้วแล้ว เรายังต้องเอานิ้วไปกดปุ่มปลดล็อคซ้ำอีกที เหนื่อยกว่าเห็นๆ!

คำตอบง่ายนิดเดียวครับ เพราะน้ำร้อนมันเสี่ยงที่จะลวกมือเรา! (Impact สูงกว่า) ผู้ผลิตจึงต้องสร้าง จุดควบคุม (Control Point) ที่รัดกุมกว่าน้ำเย็นนั่นเอง


🔍 ถอดบทเรียน: เมื่อเรานำเรื่องนี้มาประยุกต์ใช้กับการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) หรือการให้คะแนนโอกาสเกิดและผลกระทบ (5x5) เราต้องมองกลับมาที่องค์กรก่อนว่า ปัจจุบันเรามี การควบคุมภายใน (Internal Control) อะไรอยู่แล้วบ้าง?

ถ้าเรามีจุดควบคุมที่ดี ทำเป็นประจำทุกวัน (เช่น มีคู่มือ มีคนตรวจสอบ) โอกาสเกิดความผิดพลาดก็ต้องลดลง คะแนนความเสี่ยงเราก็ไม่ควรจะเป็น 5x5 ทะลุปรอทจริงไหมครับ? อ่านเกมให้ขาดว่า สิ่งที่เราทำอยู่มันช่วยลดโอกาสเกิดไปแล้ว คราวนี้เราจะได้ไปโฟกัสจัดการกับความเสี่ยงที่ยังตกค้างอยู่จริงๆ เสียที!


EP.4 | Risk Mitigation: วางมาตรการจัดการ ไม่ใช่แค่ป้องกันแต่ต้องลดผลกระทบได้จริง


"เห้ย... สร้างคอนโดใกล้วัด ทำไมสุดท้ายถึงต้องพับโครงการทิ้ง?"

มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งครับ โครงการคอนโดมิเนียมเตรียมก่อสร้างใกล้วัดแห่งหนึ่ง แต่ปรากฏว่าวัดมีข้อทักท้วงเรื่องทัศนียภาพและพิธีกรรม รวมถึงพื้นที่นั้นมีหลุมศพเก่ามากมาย สุดท้ายโครงการนี้ประเมินแล้วว่าดันทุรังสร้างไปก็ไม่ได้คุ้มเสีย จึงตัดสินใจยกเลิกการก่อสร้างไปเลย!


🔍 ถอดบทเรียน: นี่คือตัวอย่างของกลยุทธ์การจัดการความเสี่ยง (Risk Mitigation) ในรูปแบบของการ Avoid (หลีกเลี่ยง) ครับ เพราะเมื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่า (Cost-Benefit Analysis) แล้วพบว่าต้นทุนสูงกว่าผลกำไร การถอยจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

แต่ในการทำงานจริง เรามักจะใช้กลยุทธ์อื่นๆ เป็นหลัก ซึ่งเรียกว่า Quick Win Risk Management Plan ได้แก่:

  1. Treat (จัดการเอง): ออกมาตรการใหม่ๆ เพื่อลุยแก้ปัญหาโดยตรง เช่น การจัดแคมเปญการตลาดใหม่
  2. Transfer (ผลักภาระ/หาคนช่วย): ถ้าทำเองไม่ไหว ก็หา Partnership มาช่วย หรือถ้ากลัวไฟไหม้ ก็ทำประกันภัยให้คนอื่นมารับความเสี่ยงแทน
  3. Accept (ยอมรับ): ปล่อยให้ระบบ Internal Control เดิมทำงานไป โดยไม่ต้องไปเขียนแผนอะไรเพิ่มให้เหนื่อย

การอ่านเกมขาด คือการเลือกกลยุทธ์ "4Ts" ให้เหมาะสมกับหน้าตักและบริบทของเราที่สุดครับ!


EP.5 | Risk Monitoring: ติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์เปลี่ยนได้เสมอ


"เห้ย... เอาเงินเดือนไปซื้อหุ้น กับ เอาเงินเก็บไปซื้อหุ้น ความเครียดต่างกันไหม?"

คำตอบคือต่างกันแน่นอนครับ! คนที่เอา "เงินเดือน" ที่ต้องใช้กินข้าวไปซื้อหุ้น ย่อมแสดงว่าเขาเป็นคนที่กล้าได้กล้าเสียสุด ๆ ต่างจากคนที่เอา "เงินเก็บเย็น ๆ" ไปซื้อ เพราะเขายังอยู่ในจุดที่ปลอดภัยกว่า นี่คือตัวอย่างคลาสสิกของคำว่า Risk Appetite (ความแน่วแน่ต่อความเสี่ยง หรือจุดที่เรายอมรับความเสี่ยงได้)

นอกจากนี้ เวลาขับรถ สิ่งที่เตือนเราว่า "คุณกำลังจะแย่แล้วนะ" คือไฟเตือนน้ำมันสีส้มบนหน้าปัดรถยนต์ใช่ไหมครับ?

🔍 ถอดบทเรียน: ในขั้นตอนสุดท้ายของการบริหารความเสี่ยง เราต้องมีตัวชี้วัดที่เรียกว่า KRI (Key Risk Indicator) ครับ ไม่ต้องไปเถียงกันให้ปวดหัวว่ามันต่างจาก KPI หรือ OKR ยังไง เพราะทั้งหมดมันคือ "ตัวชี้วัด" เหมือนกัน

แต่หัวใจของ KRI คือมันต้องเป็น "สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า" (Early Warning) ได้! เช่น น้ำหนักตัวเราแตะหลัก 100 กิโลกรัมเมื่อไหร่ ผลเลือดอาจจะเริ่มพัง (สัญญาณเตือน) เราจึงตั้ง KRI ไว้ว่า ถ้าน้ำหนักลดลงมาเหลือ 97 กิโลกรัมเมื่อไหร่ เราถึงจะพอใจ (Risk Appetite) และถือว่าความเสี่ยงกลับมาอยู่ในโซนปลอดภัยสีเขียวครับ!


💡 บทส่งท้าย: อย่าแค่รู้ทฤษฎี... มาสร้างผลงานจริงและ Earn Digital Badge กันเถอะ!


หากคุณอ่านซีรีส์ "จากแผนสู่ผลลัพธ์ ด้วยแนวคิดการบริหารความเสี่ยง" จบแล้ว และอยากนำความรู้เรื่อง Environmental Scanning, Risk Identification, Assessment, Mitigation และ Monitoring ไปใช้งานจริง มจธ. มีพื้นที่ให้คุณโชว์ของครับ!

คุณสามารถนำโปรเจกต์หรือแผนงานของหน่วยงานคุณ มาวิเคราะห์กระบวนการทั้ง 5 ขั้นตอน และยื่นประเมินเพื่อรับ Micro-Credentials & Digital Badge ในหัวข้อ "From plans to results with the concept of risk management" ผ่านแพลตฟอร์ม 4LifelongLearning เพื่อนำไปประดับบน LinkedIn หรือหน้า Profile ของคุณการันตีทักษะ (Verified by experts) ได้เลย!

🎁 สิทธิพิเศษ! ปกติการประเมินนี้มีค่าใช้จ่าย 1,990 บาท

แต่สำหรับ บุคลากร มจธ. รับ Code เคลมเหรียญฟรี!

📥 ติดต่อขอรับ Redeem Code ได้ที่: กลุ่มงานบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

แล้วมาสร้างองค์กรให้แข็งแกร่ง อ่านเกมให้ขาดไปด้วยกันครับ!

รายละเอียด: https://app.4lifelonglearning.org/micro-credentials/detail/365


Categories

Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...