Editor’s Review: เมื่อ "ความเสี่ยงด้านการเงิน" ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือตัวกำหนดความอยู่รอดขององค์กร
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเวทีการนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ Awakening Risk DNA ของ คณะวิทยาศาสตร์ มจธ. นำเสนอโดยคุณรัชนี รัดเขื่อนขันธ์ ที่กล้าหยิบยกประเด็นสุดท้าทายอย่าง "เสถียรภาพทางการเงิน" มาชำแหละให้เห็นถึงต้นตอของปัญหา พร้อมกางแผนกลยุทธ์การรับมือที่ทำได้จริง
และพลาดไม่ได้กับไฮไลต์ช่วงท้าย... "มุมมองสุดเฉียบจากคณะกรรมการ" ที่จะช่วยเปิดมุมมองเรื่อง Strategic Risk ให้กว้างขึ้นกว่าเดิม!
--------------------------------------------------------------------------------
1. จุดเริ่มต้น... เมื่อกราฟการเงินส่งสัญญาณเตือน
คณะวิทยาศาสตร์มีภารกิจหลักที่สำคัญคือการผลิตบัณฑิตและสอนวิชาพื้นฐานให้กับหลายคณะในมหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่คณะต้องเผชิญในยุคที่ "โลกเปลี่ยนไปแล้ว" คือ ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงินที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลย้อนหลังพบว่า ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา เส้นกราฟรายรับหักรายจ่ายเริ่มติดลบ ส่งผลให้เงินสะสมของคณะลดลง ซึ่งหากปล่อยไว้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ งบประมาณปฏิบัติงาน การขอกรอบอัตรากำลังใหม่ และท้ายที่สุดคือ "ความยั่งยืนขององค์กร"

--------------------------------------------------------------------------------
2. กลยุทธ์ 3 แกน: กู้สถานการณ์ด้วยข้อมูลและการลงมือทำ
เพื่อรับมือกับวิกฤตนี้ คณะวิทยาศาสตร์ได้จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงโดยใช้ "เป้าหมายของกลยุทธ์เป็นตัวตั้ง" และงัด 3 มาตรการเด็ดออกมาใช้ ได้แก่:
- แกนที่ 1: เพิ่มรายได้ด้วย Core Competency คณะฯ เปลี่ยนจุดแข็งในการสอนวิชาพื้นฐานให้เป็นรายได้ ผ่านโครงการ OBM (Outcome Based Module) ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเข้ามาเรียนและสามารถเก็บเครดิต (Credit Bank) เพื่อโอนหน่วยกิตเมื่อเข้าเรียนที่ มจธ. ได้ โดยมีการรับฟังเสียงผู้เรียน (Voice of Customer, VOC) เพื่อปรับรูปแบบให้ตอบโจทย์ ส่งผลให้รายรับในส่วนนี้พุ่งสูงขึ้นถึง 50% ในปี 2566 และเพิ่งได้รับรางวัลด้าน Impact ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้
- แกนที่ 2: ลดและควบคุมรายจ่ายที่ทำได้จริง เนื่องจากรายจ่ายด้านบุคลากรเป็นสัดส่วนที่ใหญ่และลดไม่ได้ คณะจึงมุ่งเป้าไปที่ "ค่าไฟฟ้า" ที่สูงถึงปีละ 10 ล้านบาท ผ่าน โครงการประหยัดพลังงาน อย่างจริงจัง ผลลัพธ์ที่ได้คือ อาคารปฏิบัติการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ (N7) สามารถลดค่าไฟลงได้ถึง 36% (ประหยัดไปกว่า 2 ล้านบาท)
- แกนที่ 3: บริหารแผนรายรับ-รายจ่ายเชิงรุก ใช้ข้อมูลทางการเงินมาวิเคราะห์และเปรียบเทียบ (IE Ratio) โดยเริ่มนำร่องจากสำนักงานคณบดี เพื่อจำกัดการใช้ทรัพยากรในโครงการที่ไม่จำเป็น แต่ยังคงรักษาคุณภาพการเรียนการสอนไว้ขั้นสูงสุด
--------------------------------------------------------------------------------
3. เสียงสะท้อนและข้อเสนอแนะเชิงรุกจาก "คณะกรรมการ"
ในช่วงถาม-ตอบ (Q&A) คณะกรรมการได้ให้ข้อเสนอแนะที่ช่วยยกระดับการมองความเสี่ยงจากระดับปฏิบัติการ (Operational) สู่ระดับกลยุทธ์ (Strategic Risk) ดังนี้:
- ระวังพายุ "Demographic Cliff": กรรมการให้มุมมองว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า จำนวนนักศึกษาในไทยมีแนวโน้มลดลงถึง 40% คณะวิทยาศาสตร์ซึ่งปัจจุบันเผชิญปัญหาจำนวนนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาลดลงอยู่แล้ว จะต้องมองหา "กลุ่มผู้เรียนใหม่ ๆ" เพิ่มเติม เพื่อชดเชยรายได้จากการเรียนการสอนที่จะหายไป
- ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ (Strategic Risk) และคู่แข่ง: การสร้างหลักสูตรเพื่อหารายได้เพิ่มเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องพึงระวังว่า "คู่แข่งก็อาจกำลังคิดและทำแบบเดียวกัน" การกำหนดแนวทางแก้ความเสี่ยงทางหนึ่ง อาจนำไปสู่อีกความเสี่ยงหนึ่งได้ (ความเสี่ยงซ้อนความเสี่ยง)
- ความยั่งยืนของกลยุทธ์ (Sustainability): รายได้ที่เพิ่มขึ้น 50% จากโครงการ OBM จะมีความเสถียรและเติบโตต่อเนื่องในปีถัด ๆ ไปได้หรือไม่? สิ่งสำคัญคือต้องมีกระบวนการทำอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงกับการจัดทำงบประมาณเชิงกลยุทธ์อย่างแท้จริง
- จำลองสถานการณ์ (Scenario Analysis): เสนอให้มีการทำแบบจำลองว่า หากเราลดค่าไฟได้ตามเป้าจริงๆ ท้ายที่สุดแล้ว "ภาพรวมของตัวเลข" จะช่วยแก้ปัญหารายจ่ายที่เกินดุลได้ตามเป้าหมายของคณะหรือไม่?
นอกจากนี้ ทางผู้นำเสนอยังได้สะท้อน Pain Point สำคัญ ว่า ปัจจุบันคณะขาดระบบการวิเคราะห์แนวโน้มการเงินที่แม่นยำ (Predictive) ทำให้ไม่สามารถรู้สถานะทางการเงินสุทธิแบบเรียลไทม์ได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการวางแผนล่วงหน้า
--------------------------------------------------------------------------------
บทสรุป: ปลุก Risk DNA เพื่อความยั่งยืน
การลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับความเสี่ยงด้านการเงินของคณะวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการ "สร้างโอกาส สร้างความเชื่อมั่น และสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร"
ประโยคทิ้งท้ายจากผู้นำเสนอที่ว่า "เราต้องปลุก DNA ความเสี่ยงในตัวคุณ... คิดก่อนเสี่ยง บริหารก่อนวิกฤต" สะท้อนให้เห็นว่า วัฒนธรรมองค์กรที่กล้าเผชิญความจริงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Kaizen) คือกระดูกสันหลังที่จะพาองค์กรก้าวข้ามทุกความท้าทายในอนาคต

--------------------------------------------------------------------------------
รับชมวิดีโอ การนำเสนอแผนบริหารความเสี่ยง | คณะวิทยาศาสตร์
ผู้นำเสนอ: คุณรัชนี รัดเขื่อนขันธ์
Categories
Hashtags