สรุปเนื้อหาวงเสวนาอดีตคณบดี งานครบรอบ 50 ปี คณะวิทยาศาสตร์ มจธ.
Published: 27 August 2026
2 views

วันที่ 1 สิงหาคม 2569 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดงานครบรอบ 50 ปี คณะวิทยาศาสตร์ ภายใต้แนวคิด “พิพัฒน์ปัญญา พัฒนาสังคม” เพื่อย้อนมองการเดินทางตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา หนึ่งในช่วงสำคัญคือการเสวนาของอดีตคณบดี 5 ท่าน ได้แก่ รศ. ดร.ปรุงจันทร์ วงศ์วิเศษ ผศ. ดร.สุพัฒน์พงษ์ ดำรงรัตน์ รศ. ดร.เดช พุทธเจริญทอง ผศ. ดร.วรนุช เกิดสินธ์ชัย และ รศ. ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล โดยมี รศ. ดร.ตุลา จูฑะรสก คณบดีคนปัจจุบัน เป็นผู้ดำเนินรายการ เรื่องราวจากวงเสวนาครั้งนี้จึงไม่เพียงพาย้อนกลับไปมองเส้นทางตลอด 50 ปีที่ผ่านมา แต่ยังชวนมองต่อไปถึงวิธีคิด ประสบการณ์ และสิ่งที่คนแต่ละรุ่นได้ฝากไว้ให้กับคณะวิทยาศาสตร์

จากเรื่องเล่าของแต่ละยุค สู่ภาพของคณะวิทยาศาสตร์

รศ. ดร.ตุลา จูฑะรสก เริ่มต้นวงเสวนาด้วยการเล่าถึงความผูกพันที่มีกับอดีตคณบดีแต่ละท่าน ก่อนชวนอดีตคณบดีทั้ง 5 ท่านย้อนเล่าเส้นทางการทำงาน ความประทับใจ และมุมมองที่มีต่อคณะวิทยาศาสตร์ บทสนทนาจึงไม่ได้เพียงพากลับไปเห็นภาพของคณะในแต่ละยุค แต่ยังเผยให้เห็นวิธีคิด การตัดสินใจ ความสำเร็จ และบทเรียนจากประสบการณ์จริง แม้เรื่องราวจะแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละช่วงเวลา แต่หลายประสบการณ์กลับเชื่อมโยงกันอย่างน่าสนใจ และสะท้อนให้เห็นการส่งต่อสิ่งที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้สู่คนรุ่นต่อมา

บรรยากาศบนเวทีเสวนาอดีตคณบดี คณะวิทยาศาสตร์

ความสามัคคีคือรากฐานสำคัญ

รศ. ดร.ปรุงจันทร์ วงศ์วิเศษ ย้อนเล่าถึงช่วงเวลาที่วิทยาศาสตร์ยังเป็นส่วนหนึ่งของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ ก่อนจะพัฒนาและแยกออกมาเป็นคณะวิทยาศาสตร์ เส้นทางในช่วงบุกเบิกไม่ได้มีเพียงเรื่องของการสร้างหน่วยงานหรือวางระบบเท่านั้น แต่อีกสิ่งหนึ่งที่อาจารย์ให้ความสำคัญคือ ความสามัคคีและความเป็นพี่เป็นน้องของคนในคณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในรากฐานที่ทำให้หลายฝ่ายช่วยกันสร้างคณะขึ้นมา ไม่เพียงทำให้บรรยากาศการทำงานสนุก แต่ยังเป็นแรงสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนผ่านปัญหาไปด้วยกัน โดยเฉพาะเมื่อเกิดความไม่เข้าใจ วิธีที่อาจารย์ย้ำเสมอคือการพูดคุยกันตรง ๆ ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ปล่อยให้ความขัดแย้งขยายออกไปจนกระทบคนอื่น

“การทำงานที่เราประสบความสำเร็จคือความสามัคคี ถ้าเรามีเรื่องไม่เข้าใจกัน เราไม่เอาเรื่องไปบอกคนอื่น เราจะตกลงกันตัวต่อตัว”

เมื่อ ‘โอกาส’ ต้องมาพร้อมการสนับสนุน

สำหรับ ผศ. ดร.สุพัฒน์พงษ์ ดำรงรัตน์ เส้นทางสู่คณะวิทยาศาสตร์เริ่มจากการเรียนวิศวกรรมไฟฟ้า และมีโอกาสเรียนกับอาจารย์วุฑฒิและอาจารย์ปรุงจันทร์ ก่อนจะศึกษาต่อและพัฒนาความสนใจไปสู่ด้าน Materials Science, Solid State Physics รวมถึงงานด้าน Laser Physics และ Vacuum Technology แม้จะบอกว่าตัวเองเป็นคนที่ชอบ “คิดและอ่าน” มากกว่างานบริหาร แต่เมื่อกลับมาทำงานที่ มจธ. อาจารย์กลับได้รับความไว้วางใจให้มีส่วนร่วมกับการพัฒนาคณะและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีความร่วมมือจากทั้งคณาจารย์และบุคลากรเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ หนึ่งในเรื่องที่ยังอยู่ในความทรงจำคือการผลักดันโครงการรับนักเรียนจากโรงเรียนโดยรอบมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กที่อาจมีโอกาสแข่งขันในระบบสอบปกติค่อนข้างจำกัด ได้เข้ามาศึกษา แต่สิ่งสำคัญคือคณะไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ “เปิดประตู” ให้นักเรียนเข้ามา เมื่อพบว่านักเรียนบางคนยังมีพื้นฐานไม่พร้อม ก็มีการจัดระบบช่วยเหลือและติวเพิ่มเติม เพื่อให้โอกาสที่ได้รับสามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้จริง

“เรารู้ว่าจริง ๆ แล้วพวกเขาอยากเข้ามาเรียนที่เรามาก แต่ว่าเด็กของเขาโอกาสสอบเข้าได้น้อยมาก เราเลยให้โควตาโรงเรียนละหนึ่งคน”

มองเห็นสิ่งที่มี ก่อนคิดถึงสิ่งที่จะสร้างใหม่

เมื่อ รศ. ดร.เดช พุทธเจริญทอง เข้ามารับตำแหน่งคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ หลังจากเคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์มาก่อน อาจารย์ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการรื้อสิ่งเดิมแล้วสร้างใหม่ แต่เลือกสำรวจก่อนว่า คณบดีรุ่นก่อนหน้าได้วางรากฐานอะไรเอาไว้แล้วบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาคาร บุคลากร หรือทรัพยากรต่าง ๆ

ซึ่งหลายส่วนได้รับการเตรียมความพร้อมไว้อย่างดี คำถามต่อมาจึงเป็นว่า จะทำอย่างไรให้สิ่งที่มีอยู่เดินหน้าต่อและแข็งแรงยิ่งขึ้น บุคลากรในคณะจึงร่วมกันระดมความคิด กำหนดเป้าหมาย และค่อย ๆ เปลี่ยนภาพที่ต้องการเห็นให้กลายเป็นงานจริง ตั้งแต่การยกระดับห้องปฏิบัติการและกลุ่มวิจัย การพัฒนาบุคลากร การสร้างเครือข่าย ไปจนถึงการดึงดูดนักเรียนที่มีศักยภาพให้เข้ามาเรียน อีกแนวคิดหนึ่งคือ โครงการเรียนรู้ร่วมอุตสาหกรรม ที่เปิดให้นักศึกษาได้สัมผัสโลกการทำงานจริงก่อนจบการศึกษา และมีโอกาสทำโครงการร่วมกับผู้ประกอบการหรือคนในภาคอุตสาหกรรมโดยตรง

“เป้าหมายจริง ๆ ในใจผมคือ ถ้าเด็กคนไหนไปร่วมโครงการเรียนรู้อุตสาหกรรม โดยมีผู้ใหญ่หรือหัวหน้าอุตสาหกรรมนั้นมาร่วมโปรเจกต์ด้วย ถ้าเขาถูกใจ เด็กคนนั้นก็จะมีโอกาสได้งานสูง”

ความรู้จากศาสตร์เดียว ไม่พอสำหรับโลกจริง

เรื่องราวของ ผศ. ดร.วรนุช เกิดสินธ์ชัย เริ่มต้นจากคำถามของคนที่เรียนจบด้าน Pure Mathematics แต่ต้องมาสอนคณิตศาสตร์ให้กับนักศึกษาวิศวกรรมว่า จะทำอย่างไรให้ผู้เรียนเห็นว่าคณิตศาสตร์ที่เรียนอยู่สามารถนำไปใช้ทำอะไรได้จริง คำถามนี้พาอาจารย์ต่อยอดไปศึกษาความรู้ด้านวิศวกรรม พูดคุยกับอาจารย์จากศาสตร์อื่น และทำงานวิจัยร่วมกับภาคอุตสาหกรรม และค่อย ๆ พบว่าความรู้จากศาสตร์เดียวไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาในโลกจริง แต่ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูล การทำความเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง การทำงานเป็นทีม และการสร้างเครือข่ายก่อนจะนำบทเรียนเหล่านี้กลับมาใช้ในการบริหารคณะ รวมถึงการพัฒนาคนและวางแผนกำลังคนสำหรับอนาคต และสำหรับอนาคตของคณะ การเรียนรู้เพียงศาสตร์เดียวอาจไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็น AI, Data Science, Semiconductor หรือ Quantum สิ่งที่อาจารย์อยากเห็นจึงไม่ใช่การสร้างสาขาใหม่ไปเสียทุกเรื่อง แต่คือการหาวิธีนำศักยภาพจาก 4 สาขาที่มีอยู่มาบูรณาการ และสร้าง Business Model ใหม่ที่ตอบคำถามให้ได้ว่า คณะวิทยาศาสตร์อข้างหน้ายากอยู่ตรงไหนในอีก 20–50 ปี

“ประสบการณ์ที่ได้คือ ต้องบูรณาการ การทำงานต้องเป็นทีมเพราะของจริงทำคนเดียว รู้อย่างเดียว ทำคนเดียว ตีพิมพ์อย่างเดียว ใช้ประโยชน์ไม่ได้”

โอกาสของคนรุ่นใหม่ พลังของการทำงานร่วมกัน

เส้นทางของ รศ. ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล มีจุดเริ่มต้นแตกต่างออกไป หลังกลับจากศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา อาจารย์เริ่มสอนที่คณะวิทยาศาสตร์ และเพียงสองปีต่อมาก็ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาช่วยงานบริหารในตำแหน่งผู้ช่วยคณบดี สิ่งที่อาจารย์จดจำไม่ได้มีเพียงการได้รับหน้าที่บริหารตั้งแต่อายุยังน้อย แต่คือบรรยากาศของคณะที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่สามารถทำงานได้จริง ทั้งคณาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุนให้ความร่วมมือ โดยไม่ได้มองว่าเป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์น้อย ความรู้สึกของการเป็นครอบครัวและการเป็นกัลยาณมิตรจึงกลายเป็นหนึ่งในความประทับใจที่ชัดเจนตลอดเส้นทางการทำงาน สำหรับโลกข้างหน้า อาจารย์มองว่ายังมีความเปลี่ยนแปลงอีกมาก คณะวิทยาศาสตร์มีต้นทุนสำคัญ ทั้งเครือข่ายกับภาคอุตสาหกรรมและชุมชน รวมถึงประสบการณ์ในการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาเรียนรู้จากสถานการณ์จริง หากสามารถรักษาจุดแข็งนี้ไว้ พร้อมปรับตัวและพัฒนาหลักสูตรให้ทันกับศาสตร์ใหม่ อาจารย์เชื่อว่าคณะวิทยาศาสตร์จะยังมีบทบาทสำคัญในการผลิตคนที่มีศักยภาพให้กับประเทศ

“ถ้าเมื่อใดมีศาสตร์ใหม่ ๆ คนคณะวิทย์น่าจะพร้อมที่จะปรับตัว แล้วสามารถทำหลักสูตรใหม่ ๆ เพื่อให้ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีศักยภาพสูงให้กับประเทศของเราต่อไปได้”

50 ปี ที่เติบโตจากการส่งไม้ต่อ

เมื่อฟังเรื่องราวของอดีตคณบดีทั้ง 5 ท่าน มีชื่อหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าของหลายท่าน คือ ศาสตราจารย์ ดร.วุฑฒิ พันธุมาวิน ผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐาน เปิดโอกาส และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่เข้ามาทำงานในคณะรุ่นต่อ ๆ มา เรื่องราวตลอดวงสนทนาจึงทำให้เห็นชัดว่า 50 ปีของคณะวิทยาศาสตร์ไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว แต่เติบโตจากการรับและส่งไม้ต่อกันของคนหลายรุ่น ทั้งการสร้างคน งานวิจัย เครือข่าย วัฒนธรรมการทำงาน และการมองไปข้างหน้า สิ่งที่คนรุ่นหนึ่งเริ่มต้นไว้ กลายเป็นต้นทุนให้อีกรุ่นนำไปต่อยอด และเมื่อถึงเวลาสิ่งเหล่านั้นก็ถูกส่งต่ออีกครั้ง

สิ่งที่อดีตคณบดีทั้ง 5 ท่านส่งต่อไว้ ไม่ได้มีเพียงผลงานหรือแนวทางการบริหารเท่านั้น เบื้องหลังเส้นทางการทำงานยังเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่ค่อย ๆ กลายเป็น ‘บทเรียนชีวิต’ และชวนให้คนรุ่นต่อไปมองเห็นว่า ระหว่างทางของการทำงานและการเติบโต อะไรคือสิ่งที่ควรยึดไว้ และอะไรคือสิ่งที่ควรส่งต่อ — ติดตามต่อในบทความ EP.2 เร็วๆ นี้

ติดตามชมวิดีโอได้ที่ https://fb.watch/JfJloNfHJ-/?ดีตคณบดี


เรียบเรียงโดยนางสาววนิษา เทียมเมฆ

นักบรรณสารสนเทศ สำนักหอสมุด มจธ.

ผ่านการถอดเทปโดยเครื่องมือ Transkriptor


Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...