เนปาลเสี่ยงไหม เมื่อ “ความเสี่ยง” ไม่ได้มีคำตอบเดียว
Published: 9 September 2026
7 views

ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2026 เนปาลกลับมาอยู่ในข่าวใหญ่อีกครั้ง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม เกิดการพังถล่มของมวลน้ำแข็ง หิน และดินบริเวณเทือกเขาหิมาลัยใกล้พรมแดนเนปาล–ทิเบต ก่อนมวลมหาศาลจะไหลลงสู่ระบบแม่น้ำ Bhote Koshi–Trishuli กลายเป็นน้ำท่วมฉับพลันและโคลนถล่มที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเขต Rasuwa และพื้นที่ตามแนวแม่น้ำ ตัวเลขความสูญเสียสะท้อนขนาดของภัยพิบัติได้อย่างชัดเจน ภายในต้นเดือนกันยายน มีรายงานผู้เสียชีวิตในเนปาลและทิเบตรวมมากกว่า 1,300 คน ขณะที่อีกหลายพันคนยังสูญหาย บ้านเรือนในเนปาลอย่างน้อย 7,500 หลังถูกทำลาย และประมาณ 20,000 หลังจำเป็นต้องสร้างใหม่ ความเสียหายเบื้องต้นต่อทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย และโครงสร้างพื้นฐานถูกประเมินไว้สูงถึง 387.5 พันล้านรูปีเนปาล หรือประมาณ 2.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นเกือบหนึ่งในห้าของงบประมาณรัฐบาลเนปาลในปีงบประมาณปัจจุบัน

แต่นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของ “น้ำท่วม”

เมื่อภัยหนึ่งครั้ง สร้างความเสี่ยงเป็นลูกโซ่ ถนนและสะพานที่ถูกทำลายไม่ได้หมายถึงเพียงการเดินทางที่ลำบาก แต่หมายถึงทีมกู้ภัยเข้าไม่ถึงชุมชน ผู้บาดเจ็บเดินทางไปโรงพยาบาลยากขึ้น อาหารและน้ำสะอาดเข้าไปไม่ถึง และบางพื้นที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เมื่อโรงไฟฟ้าพลังน้ำได้รับความเสียหาย ปัญหาก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวโรงไฟฟ้า ข้อมูลของ UNDP ระบุว่าโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 11 แห่งและโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีกหนึ่งแห่ง รวมกำลังผลิตกว่า 431 เมกะวัตต์ ต้องหยุดดำเนินงาน ขณะที่โครงการพลังงานที่กำลังก่อสร้างอีก 15 แห่งได้รับความเสียหาย และเมื่อถนน เส้นทางเดินเขา โรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ ความเสี่ยงก็ไหลต่อไปยังอีกระบบหนึ่ง นั่นคือ การท่องเที่ยว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการบินพลเรือนของเนปาลประเมินเบื้องต้นว่า ภาคการท่องเที่ยวได้รับความเสียหายมากกว่า 50,000 ล้านรูปี โดยมีโรงแรม 142 แห่ง ร้านอาหาร 57 แห่ง และยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว 141 คันได้รับความเสียหาย รวมถึงเส้นทาง trekking สำคัญบางส่วน ผลกระทบยังลามไปไกลกว่าพื้นที่ประสบภัย โรงแรมในเมืองท่องเที่ยวอย่าง Pokhara, Chitwan และ Lumbini รายงานการยกเลิกการจอง ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงโดยตรง ส่วนหนึ่งเกิดจากภาพข่าวและความรู้สึกว่า “เนปาลไม่ปลอดภัย” ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ฤดูท่องเที่ยวสำคัญกำลังจะเริ่มต้นพอดี ตรงนี้ทำให้กรณีของเนปาลน่าสนใจมาก เพราะเราเริ่มเห็นว่า ความเสียหายจากภัยพิบัติ กับความเสี่ยงที่สังคมรับรู้ ไม่จำเป็นต้องมีขอบเขตเดียวกัน

รัฐบาลเนปาลเองยืนยันว่า ประเทศยังเปิดรับนักท่องเที่ยว และมีเพียงบางพื้นที่เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่คำแนะนำการเดินทางของต่างประเทศมีระดับแตกต่างกัน เช่น สหรัฐฯ แนะนำให้ “เพิ่มความระมัดระวัง” สำหรับเนปาลโดยรวม แต่ระบุไม่ให้เดินทางไปยังพื้นที่ Rasuwagadhi–Timure–Syafrubesi ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วม ส่วนรัฐบาลออสเตรเลียแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในระดับสูง และเพิ่มระดับคำเตือนสำหรับพื้นที่ตามแนวแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบ

ดังนั้น หากถามว่า “ตอนนี้เนปาลอันตรายไหม” คำตอบจึงไม่ง่ายเหมือนการตอบว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” เพราะเนปาลไม่ได้กำลังเผชิญแค่ความเสี่ยงจากธรรมชาติ เพราะภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ประเทศเพิ่งผ่านความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ และกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความไม่แน่นอน

ย้อนกลับไปเดือนกันยายน 2025 การประท้วงที่ขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่หรือ “Gen Z protests” เริ่มต้นจากความไม่พอใจต่อปัญหาคอร์รัปชันและการจำกัดแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ก่อนขยายตัวเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ การเสียชีวิตของผู้ประท้วง การเผาอาคารรัฐสภาและอาคารของรัฐ และนำไปสู่การลาออกของนายกรัฐมนตรี K.P. Sharma Oli หลังช่วงรัฐบาลรักษาการ การเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2026 นำไปสู่การขึ้นสู่อำนาจของ Balendra “Balen” Shah อดีตนายกเทศมนตรีกาฐมาณฑุและนักการเมืองนอกขั้วเดิม ซึ่งกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของประเทศ พร้อมความคาดหวังมหาศาลจากคนรุ่นใหม่ให้ปฏิรูประบบการเมืองและแก้ปัญหาคอร์รัปชัน

รัฐบาลใหม่จึงยังไม่ทันได้พิสูจน์ตัวเองเต็มที่ ก็ต้องเผชิญภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ นั่นทำให้ความเสี่ยงจากน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียง Natural Risk แต่กำลังเชื่อมโยงกับ Political Risk, Economic Risk, Infrastructure Risk และ Social Risk พร้อมกัน

หากรัฐบาลจัดการภัยพิบัติได้ดี ความเชื่อมั่นอาจเพิ่มขึ้น

แต่หากความช่วยเหลือไปไม่ถึง ความเหลื่อมล้ำในการฟื้นฟูสูง หรือประชาชนรู้สึกว่ารัฐยังไม่สามารถตอบสนองได้ ความเสียหายทางธรรมชาติก็อาจกลายเป็นความเสี่ยงทางการเมืองรอบใหม่ นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ความเสี่ยงแบบเชื่อมโยงหรือ cascading risk ความเสี่ยงหนึ่งไม่ได้จบลงตรงจุดที่มันเกิด แต่สามารถผลักให้ระบบอื่นๆ เปราะบางตามไปด้วย

และเหนือขึ้นไปอีกชั้น คือ Climate Risk

สิ่งที่ทำให้กรณีเนปาลมีความหมายมากกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งหนึ่ง คือคำถามว่า ภัยลักษณะนี้กำลังบอกอะไรเราเกี่ยวกับโลกที่ร้อนขึ้น เทือกเขาหิมาลัยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทั้งการละลายของธารน้ำแข็ง การเปลี่ยนแปลงของ permafrost และความไม่แน่นอนของฝน ซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน และภัยจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง แม้เหตุการณ์วันที่ 26 สิงหาคมจะไม่ได้ถูกจัดว่าเป็น Glacial Lake Outburst Flood โดยตรง แต่การพังทลายของภูเขาและธารน้ำแข็งครั้งนี้ทำให้คำถามเรื่องความมั่นคงของภูมิประเทศในโลกที่อุ่นขึ้นกลับมาได้รับความสนใจอย่างมาก และตรงนี้นำไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่าเรื่องภัยพิบัติ คือ ใครเป็นผู้สร้างความเสี่ยง และใครเป็นผู้รับผลของความเสี่ยง

เนปาลมีส่วนต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกเพียงเล็กน้อยมาก แต่กลับเป็นประเทศที่มีความเปราะบางสูงต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติครั้งนี้จึงถูกเชื่อมโยงกับข้อเรียกร้องเรื่อง Climate Justice หรือความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศมากขึ้น

สรุปแล้ว “ความเสี่ยงของเนปาล” คืออะไรกันแน่ หากมองเพียงภาพแรก เราอาจตอบว่า “น้ำท่วม” แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป เราจะพบความเสี่ยงหลายชั้นซ้อนกันอยู่

ภัยทางธรรมชาติ — น้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม ภูเขาและธารน้ำแข็งพังทลาย

ความเสี่ยงทางกายภาพ — บ้าน ถนน สะพาน และระบบพลังงานเสียหาย

ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ — ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู การสูญเสียรายได้ และการท่องเที่ยวชะลอตัว

ความเสี่ยงทางสังคม — คนจนและชุมชนห่างไกลอาจมีความสามารถในการฟื้นตัวน้อยกว่าคนกลุ่มอื่น

ความเสี่ยงทางการเมือง — รัฐบาลใหม่ต้องพิสูจน์ความสามารถในการจัดการวิกฤต

ความเสี่ยงจากการรับรู้ — ภาพข่าวจากพื้นที่หนึ่งอาจทำให้คนมองว่าทั้งประเทศไม่ปลอดภัย

และ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ — ซึ่งอาจทำให้เหตุการณ์ที่เคยคิดว่า “ผิดปกติ” กลายเป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมพร้อมมากขึ้น

นี่จึงเป็นบทเรียนสำคัญจากเนปาลว่า ความเสี่ยงไม่เคยมีเพียงมิติเดียว และบางที คำถามที่ว่า “เนปาลเสี่ยงไหม” อาจเป็นคำถามที่ผิดตั้งแต่ต้น

คำถามที่ควรถามมากกว่าคือ เสี่ยงจากอะไร เสี่ยงกับใคร ใครได้รับผลกระทบมากที่สุด ใครมีความสามารถในการรับมือ และเมื่อความเสี่ยงหนึ่งเกิดขึ้น มันจะส่งต่อไปสร้างความเสี่ยงอะไรอีกบ้าง เพราะในโลกปัจจุบัน ภัยพิบัติหนึ่งครั้งอาจเริ่มต้นบนภูเขา แต่ผลกระทบของมันสามารถไหลผ่านแม่น้ำ ถนน โรงไฟฟ้า โรงแรม เศรษฐกิจ การเมือง และท้ายที่สุด ไหลมาถึงวิธีที่เรามองและตัดสินใจเกี่ยวกับ “ความเสี่ยง” ได้พร้อมกัน

อ้างอิง

[1]: https://www.reuters.com/business/environment/nepal-flood-losses-estimated-256-billion-official-says-2026-09-04/?utm_source=chatgpt.com "Nepal flood losses estimated at $2.56 billion, official says"

[2]: https://apnews.com/article/54356ff1125e24493c003916e2280e03?utm_source=chatgpt.com "Nepal endured months of political upheaval. Devastating floods are now testing its new government"

[3]: https://www.undp.org/asia-pacific/press-releases/nepal-floods-hit-vulnerable-communities-undp-estimates-22-million-tonnes-debris?utm_source=chatgpt.com "Nepal floods hit vulnerable communities as UNDP estimates 2.2 million tonnes of debris | United Nations Development Programme"

[4]: https://radionepalonline.com/en/2026/09/02/435282.html?utm_source=chatgpt.com "Tourism sector suffers over Rs 50 billion losses from Bhotekoshi flooding: Minister Paudel – Public Service Broadcasting, Radio Nepal"

[5]: https://kathmandupost.com/money/2026/09/08/a-flood-of-bad-news-leaves-nepal-s-tourist-hubs-eerily-quiet?utm_source=chatgpt.com "A flood of bad news leaves Nepal’s tourist hubs eerily quiet"

[6]: https://www.mofa.gov.np/content/1876/daily-situation-update-on-the-bhote-koshi/?utm_source=chatgpt.com "Daily Situation Update on the Bhote Koshi River Floods- 04 September 2026 | Ministry Of Foreign Affairs"

[7]: https://travel.state.gov/en/international-travel/travel-advisories/nepal.html?utm_source=chatgpt.com "Nepal Travel Advisory | Travel.state.gov"

[8]: https://www.aljazeera.com/news/2026/9/8/one-year-on-from-nepal-protests-have-gen-z-demands-been-met?utm_source=chatgpt.com "One year on from Nepal protests, have Gen Z demands been met? | Protests News | Al Jazeera"

[9]: https://www.theguardian.com/environment/2026/sep/03/what-we-know-about-the-link-between-nepals-flash-floods-and-our-climate-crisis?utm_source=chatgpt.com "What we know about the link between Nepal's flash floods and our climate crisis"

[10]: https://www.lemonde.fr/en/economy/article/2026/09/05/nepal-demands-greater-climate-justice-amid-staggering-flood-costs_6757198_19.html?utm_source=chatgpt.com "Nepal demands greater climate justice amid staggering flood costs"


Hashtags

Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...