อาวุธจำลองกับอารยธรรมโลก
“เพราะหอสมุดไม่ใช่เพียงที่เก็บหนังสือ แต่คือ 'คลังแสงทางปัญญา' และทุกศาสตรามีเรื่องราวให้ค้นหา..." แวะมาชมอาวุธจำลองได้ที่ ห้องกำแพงเกียรติยศ (Wall of fame) ชั้น 2 หอบรรณสารสนเทศ หรือคลิกชมอาวุธจำลองออนไลน์ได้ที่ Repository Home
"ศาสตราไม่ใช่อาวุธร้าย... แต่คือร่องรอยความทรงจำ มาร่วมแกะรอยประวัติศาสตร์ผ่านวาไฮกา บูมเมอแรง หมวกเกราะซามูไร ตะขอช้าง และปืนใหญ่โบราณ"
เมื่อเอ่ยถึง “อาวุธ” หลายคนมักนึกถึงเพียงเครื่องมือเพื่อการเอาชีวิตรอด ทว่าเราพบความจริงอันน่าทึ่งว่า แท้จริงแล้วศัสตราวุธแต่ละชิ้นคือ “บันทึกชั้นดี” ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญา วิทยาการ และวิถีชีวิตของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัย จากรอยลิขิตบนไม้ขว้างและอาวุธไม้แกะสลัก สู่หมวกซามูไรแห่งศรัทธา ตะขอช้าง และปืนใหญ่ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของ 5 ศาสตราจากวัตถุจำลองที่จัดเก็บ เราสามารถรับรู้เรื่องราวของ "อาวุธจำลองกับอารยธรรมโลก"
⏳ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ (ประมาณ 20,000 ปี – 10,000 ปีก่อนคริสตกาล)
1. บูมเมอแรง: ศาสตร์แห่งการร่อนและศิลปะชนเผ่า
หลายคนเข้าใจว่า “บูมเมอแรง” เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีเฉพาะในออสเตรเลีย แต่หลักฐานทางโบราณคดีกลับระบุว่า บูมเมอแรงที่เก่าแก่ที่สุดในโลกทำจากงาช้างแมมมอธ ถูกค้นพบในถ้ำอ็อบวาโซวา (Oblazowa Cave) ในประเทศโปแลนด์ มีอายุเก่าแก่ถึงประมาณ 20,000 ปี แม้กระทั่งในสุสานขององค์ฟาโรห์ตุตันคาเมนแห่งอียิปต์โบราณ ก็มีการค้นพบคลังสะสมบูมเมอแรงส่วนพระองค์เพื่อใช้ในการล่าสัตว์ปีกเช่นกัน
มนุษย์ใช้บูมเมอแรงในหลากหลายบทบาท ทั้งเป็นอาวุธล่าสัตว์ และกีฬา โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท:
- บูมเมอแรงไม้ลายจุด (แบบไม่ย้อนกลับ)(ตัวอย่างของที่ระลึกจากหอบรรณสารสนเทศ): บูมเมอแรงสำหรับการล่าสัตว์ใหญ่ (Hunting Boomerang) มักมีขนาดใหญ่และหนัก ถูกออกแบบมาเพื่อขว้างตรงไปยังเป้าหมาย สำหรับชิ้นงานจัดแสดงเป็นผลงานของ Ross Morgan ศิลปินพื้นเมืองจากเผ่า Yorta Yorta ถ่ายทอดลงบนไม้ด้วยเทคนิคการแต้มจุด (Dot painting) อันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความเชื่อเรื่อง “โลกและดวงดาวในยุคแห่งความฝัน” (Dreamtime) ของชาวอะบอริจิน

- บูมเมอแรงไม้ลายจิงโจ้ (แบบย้อนกลับ)(ตัวอย่างของที่ระลึกจากหอบรรณสารสนเทศ): เป็นบูมเมอแรงขนาดเล็กและเบากว่า ใช้ล่าสัตว์เล็ก หรือใช้เพื่อความบันเทิงและการกีฬา วิถีการบินที่เป็นวงรีทำให้มันสามารถย้อนกลับมาหาผู้ขว้างได้ โดยชิ้นงานที่จัดแสดงเป็นของแบรนด์ Murra Wolka ผลิตโดยครอบครัว Skeen แห่งรัฐควีนส์แลนด์ (สืบทอดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990) ตัวไม้มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และทนทาน เพ้นท์ลวดลายสัตว์พื้นเมืองด้วยมืออย่างประณีต

⏳ ศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล – คริสต์ศตวรรษที่ 1 (ประมาณ 2,200 ปีมาแล้ว)
2. ตะขอช้าง: เครื่องมือคุมสัตว์สู่เครื่องรางมงคล
ขยับเวลาเข้ามาสู่ยุคโบราณในแถบเอเชียใต้ “อังกุศะ” หรือที่คนไทยคุ้นเคยในชื่อ “ตะขอช้าง” หรือ “คชกุศ” คือเครื่องมือหลักในการควบคุมสัตว์ นักโบราณคดีระบุว่า มีการขุดพบตะขอช้างในสภาพสมบูรณ์จำนวน 2 ชิ้น ณ แหล่งโบราณคดีเมืองตักศิลา (Taxila) สันนิษฐานอายุเก่าแก่ย้อนไปถึงช่วงศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล
ในยามศึกสงคราม ตะขอช้างถูกนำมาใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวระยะประชิด โดยด้ามจับจะยาวประมาณ 60–90 เซนติเมตร ปลายทำเป็นเหล็กคดงอมีคม ใช้สำหรับสับเพื่อควบคุมช้างศึกไม่ให้ทำอันตรายต่อควาญและผู้คนรอบข้าง
ทว่าในบริบทวัฒนธรรมไทยและพราหมณ์-ฮินดู ตะขอช้างได้ยกระดับจากอาวุธในสมรภูมิสู่ “เครื่องรางมงคลชั้นสูง” โดยจัดเป็น 1 ใน 8 สิ่งมงคลของศาสนาพราหมณ์ และเป็นเทพศาสตราประจำกายขององค์พระพิฆเนศ ซึ่งในตำราเก่าแก่ระบุว่าใช้สำหรับ “ควบคุมตัวกิเลสให้อยู่ในที่ตั้งและทำลายอุปสรรคทั้งปวง” เหล่าผู้ศึกษาพระเวทย์และสายมูจึงนิยมบูชาคชกุศด้วยความเชื่อ 2 ด้าน:
- ด้านอำนาจและการคุ้มภัย: มีฤทธิ์สะกดและสยบอาถรรพ์ คุณไสย ฝ่ายมืด บังคับคนให้อยู่ในบัญชา
- ด้านโภคทรัพย์: ด้วยลักษณะของหัวตะขอที่เป็น "ขอ-งอ" จึงสื่อถึงการ "เกี่ยวเหนี่ยวรั้ง" เงินทอง และคำว่า "ขอ" ก็คือคำมงคลที่หมายถึง "การได้มา" นั่นเอง

ตะขอช้าง (ตัวอย่างของที่ระลึกจากหอบรรณสารสนเทศ)
⏳ ยุคก่อนการเข้ามาของชาวยุโรป (ก่อนปี ค.ศ. 1769)
3. วาไฮกา: กระบองไม้สลักลายของนักรบเมารี
ข้ามมหาสมุทรไปยังดินแดนโอเชียเนียในช่วงยุคก่อนการเข้ามาของชาวยุโรป (Pre-European era) บรรพบุรุษชาวเมารีแห่งนิวซีแลนด์ได้คิดค้น “วาไฮกา” อาวุธมือขนาดสั้น อาวุธชนิดนี้สะท้อนถึงฝีมือ ที่ใช้เพียงเครื่องมือหิน ค่อย ๆ ถากแกะสลักไม้สนพื้นเมืองยักษ์อย่าง ไม้เคารี (Kauri) ที่มีความทนทานสูง หรือบางชิ้นทำจากกระดูกวาฬ หิน และหยกนิวซีแลนด์ (Pounamu) ซึ่งเป็นหินศักดิ์สิทธิ์ประจำเผ่า
วาไฮกาถูกออกแบบมาเพื่อการรบระยะประชิด ใช้สำหรับการต่อสู้ด้วยการแทงหรือตีบริเวณขมับ ใบหน้า และซี่โครงของคู่ต่อสู้ ที่ด้ามจับมีสายรัดทำจากหนังเข็มขัดสุนัขสำหรับคล้องข้อมือและหัวแม่มือ เพื่อป้องกันอาวุธหลุดมือ
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของวาไฮกาเริ่มต้นขึ้นเมื่อกัปตันเจมส์ คุก (James Cook) เดินทางมาสำรวจนิวซีแลนด์ครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 1769–1770 บรรดานักธรรมชาติวิทยาบนเรือเอ็นเดเวอร์ (Endeavour) ได้เก็บกู้วาไฮกาชิ้นสำคัญมาจากบริเวณช่องแคบคุก ตัวอาวุธมีความพิเศษตรงที่มีการแกะสลักรูปบุคคลสองร่างหันหัวชนกันอยู่บนตัวอาวุธ วัตถุชิ้นนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงอาวุธสงคราม แต่เป็น "สาร" บันทึกอารยธรรมของชาวยุโรป

วาไฮกา (ตัวอย่างของที่ระลึกจากหอบรรณาสารสนเทศ)
⏳ ศตวรรษที่ 15 – 17 (ยุคเซ็งโงกุ)
4. หมวกเกราะซามูไร: สัญลักษณ์แห่งความรักและศรัทธา
ขยับไทม์ไลน์ขึ้นมาสู่ยุคสงครามกลางเมืองยุคเซ็งโงกุคาบเกี่ยวถึงช่วงต้นยุคเอโดะ นี่คือช่วงเวลาที่ชุดเกราะและหมวกเกราะ “คาบูโตะ” ไม่ใช่เพียงเครื่องป้องกันร่างกายในสมรภูมิ แต่คือตราประทับแห่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของยอดนักรบ
หนึ่งในหมวกเกราะที่เป็นตำนานและถกเถียงกันมากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ คือหมวกเกราะของ “นาโอเอะ คาเนะซึกุ” (ค.ศ. 1560 – 1619) ยอดขุนศึกผู้จงรักภักดีและเป็นหัวหน้าข้ารับใช้แห่งตระกูลอุเอะสึงิ
ความโดดเด่นสะดุดตาที่เป็นหนึ่งเดียวคือ แผ่นป้ายหน้าหมวก (Maedate) ที่ประดับด้วยอักษรคันจิตัวใหญ่ว่า “愛” (ไอ) ซึ่งแปลว่า “ความรัก” ในอุดมคติขงจื๊อใหม่ (Neo-Confucianism) สื่อถึง "เมตตาธรรม" และการปกครองราษฎรด้วยหลักคุณธรรม และในมิติแห่งศรัทธา เป็นตัวอักษรแรกของพระนามองค์เทพ "ไอเซ็น เมียวโอ" (พระราคะราชพุทธะ) หรือ เทพ "อาทาโกะ กงเก็ง" เทพแห่งสงครามผู้ปกป้องนักรบ
ในปัจจุบัน หมวกเกราะจำลองของนาโอเอะ คาเนะซึกุ ชิ้นนี้ (ซึ่งจัดแสดงพร้อมดาบและคันธนูขจัดสิ่งชั่วร้าย "ฮามายูมิ") ได้เปลี่ยนบทบาทจากยุทธภัณฑ์ในอดีตสู่ "สะพานแห่งมิตรภาพ" โดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งญี่ปุ่น (NIT) ได้ส่งมอบของขวัญชิ้นนี้ให้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย เพื่อเป็นจารึกแห่งสัมพันธไมตรีอันยาวนาน

หมวกเกราะซามูไร (ตัวอย่างของที่ระลึกจากหอบรรณสารสนเทศ)
⏳ พ.ศ. 1918 – ต้นรัตนโกสินทร์
5. ปืนใหญ่โบราณ: อาวุธดินปืนและวิทยาการแห่งสยาม
ปิดท้ายเส้นเวลาประวัติศาสตร์ด้วยการก้าวเข้าสู่ยุคแห่ง “อาวุธดินปืน” (Firearms) ปืนใหญ่ถือเป็นยุทธภัณฑ์ที่มีอำนาจการทำลายล้างสูงในระยะไกลที่มีประจำกองทัพมาแต่โบราณ เทคโนโลยีนี้เริ่มผลิตขึ้นครั้งแรกโดยชาติตะวันตกเมื่อประมาณ พ.ศ. 1918 และสันนิษฐานว่าเริ่มเข้ามามีบทบาทในแผ่นดินสยามครั้งแรกในสมัยอยุธยาตอนต้น เมื่อครั้งสมเด็จพระราเมศวรยกกองทัพไปล้อมนครเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 1972 และได้ใช้ปืนใหญ่ยิงทำลายกำแพงเมืองจนได้รับความเสียหาย
ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ประเทศไทยมีการใช้ปืนใหญ่จำลองสืบเนื่องมาตั้งแต่ปลายสมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนถึงสมัยต้นรัตนโกสินทร์ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยแบ่งลักษณะการใช้งานออกเป็น ปืนใหญ่ประจำป้อม (สำหรับตั้งรับ) และ ปืนใหญ่สนาม (สำหรับเคลื่อนพล)
ปืนใหญ่ที่นำมาใช้ในกองทัพสยามนั้น มีทั้งส่วนที่สั่งซื้อมาจากต่างประเทศ และส่วนที่หล่อขึ้นใช้เอง โดยสยามเริ่มหล่อปืนใหญ่ขึ้นใช้เองครั้งแรกในรัชสมัยของ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งพระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงหล่อปืนใหญ่ขึ้นที่กรุงศรีอยุธยาในบริเวณหมู่บ้านฮอลันดา ก่อนที่โรงหล่อแห่งนี้จะถูกเผาทำลายไปในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

(ตัวอย่างของที่ระลึกจากหอบรรณสารสนเทศ)

(ตัวอย่างของที่ระลึกจากหอบรรณสารสนเทศ)

(ตัวอย่างของที่ระลึกจากหอบรรณสารสนเทศ)
อารยธรรมโลกที่เรากล่าวไปมีเพียงใน 5 ประเทศเท่านั้น... และศัสตราวุธทั้ง 5 ชิ้นนี้ จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือในการเอาชีวิตรอดแต่เป็น "บันทึกชั้นดี" ที่ส่งต่อคุณค่าทางภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม และมิตรภาพข้ามประเทศมาจนถึงปัจจุบัน

⋆·˚ ☾ ゚꒱ ✧˚₊‧
ติดตามของที่ระลึกอื่น ๆ ได้อีกที่ ห้องกำแพงเกียรติยศ (Wall of fame) ชั้น 2 หอบรรณสารสนเทศ หรือคลิกชมอาวุธจำลองออนไลน์ได้ที่ Repository Home
รวบรวมและเรียบเรียงโดย เพชรพลอย ศรีจันทร์เคณ นักศึกษาฝึกงานชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยศิลปากร
อ้างอิง
Britannica, T. Editors of Encyclopaedia. (2024). Boomerang-weaponry. Retrieved May 19, 2026. URL: https://www.britannica.com/technology/boomerang-weaponry.
Chidori Vintage. (n.d.). Japanese sword bow arrow hamayumi display stand vtg Boys Day New Year. Retrieved May 19, 2026. URL: https://chidorivintage.com/products/japanese-sword-bow-arrow-display-stand-id655.
Kyoto Handicraft Center. (n.d.). Small helmet "Naoe Kanetsugu". Retrieved May 19, 2026. URL: https://store.kyotohandicraftcenter.com/products/20250811.
Museum of New Zealand Te Papa Tongarewa. (n.d.). Wahaika (short hand club). Retrieved May 19, 2026. URL: https://collections.tepapa.govt.nz/object/104468.
Natural Selection Souvenirs. (n.d.). Murra Wolka boomerangs & Aboriginal art. Retrieved May 19, 2026. URL: https://www.naturalselectiongifts.com.au/murra-wolka/.
Wikipedia contributors. (2024). Boomerang. Retrieved May 19, 2026. URL: https://en.wikipedia.org/wiki/Boomerang.
Wikipedia contributors. (2024). Elephant goad. Retrieved May 19, 2026. URL: https://en.wikipedia.org/wiki/Elephant_goad.
คมชัดลึก. (2565). สายมู ควรรู้จัก "คชกุศ" เครื่องรางประจำตัวคนเล่นของ. สืบค้นเมื่อ 19 พฤษภาคม 2569. URL: https://www.komchadluek.net/amulet/514494.
มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม. (ม.ป.ป.). อาวุธโบราณ. สืบค้นเมื่อ 19 พฤษภาคม 2569. URL: http://www.wangdermpalace.org/weapon_th.html.
เรือนไทย. (2551). เรื่องปืนใหญ่. สืบค้นเมื่อ 19 พฤษภาคม 2569. URL: https://www.reurnthai.com/index.php?topic=2068.0.
วิทยาศาสตร์รอบตัว. (2567). ทำไม บูมเมอแรง ถึงขว้างไปแล้วย้อนกลับมา ประวัติและที่มาของ บูมเมอแรง [Status update]. สืบค้นเมื่อ 19 พฤษภาคม 2569. URL: https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0QZq8Vq5B9NcsJepLscR5Yp6W8y8Y8ZtC5Z4e58b1XoU8EaZ4k7V9D4eR8V2y4G4l&id=100086383039831.
Categories
Hashtags