บทสัมภาษณ์ Exclusive จากกิจกรรมเสวนา PSF Connect: เชื่อมประสบการณ์ แบ่งปันการเรียนรู้ – รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีศักดิ์ กฤษเจริญ
In series
Published: 25 June 2026
1 views

บทสัมภาษณ์ Exclusive จากกิจกรรมเสวนา PSF Connect: เชื่อมประสบการณ์ แบ่งปันการเรียนรู้ – รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีศักดิ์ กฤษเจริญ

 

การเสวนามีขึ้นในวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00-16.00

 

ณ ยุคปัจจุบันนี้ การประเมินตนเองถือว่าเป็นทักษะที่ใหญ่หลวง เนื่องจากปฏิเสธค่อนข้างยากว่าทุกวันนี้เองผู้คนรุ่นใหม่บางส่วนเริ่มให้ความสำคัญกับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาน้อยลง ประกอบกับในแง่ของผู้ถ่ายทอดความรู้ การประเมินตนเองย่อมเป็นส่วยช่วยให้แต่ละรายปัจเจกสามารถปรับแนวทางการเรียนการสอนโดยมีหลักยึดอ้างอิงอย่าง PSF (Professional Standard Framework) ซึ่งเป็นกรอบมาตรฐานวิชาชีพเพื่อการสอนและการสนับสนุนการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา

ด้วยเหตุนี้เอง การยื่นขอ PSF นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ต้องเจออะไร จะยากมากมายแค่ไหน วันนี้บทความของเราชวนผู้อ่านร่วมรับรู้กับเรื่องของ รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีศักดิ์ กฤษเจริญ ซึ่งท่านได้ยื่นอยู่ในระดับ UK PSF - Level 3 (Senior Fellow) TH PSF - Level 3 (Scholarly Teacher) โดยเรื่องราวของท่านจะเป็นอย่างไร สามารถอ่านกันได้ด้านล่างนี้เลยค่ะ


  มุมมองก่อนเข้าสู่กระบวนการ PSF

อาจารย์ทวีศักดิ์มีมุมมองเชิงบวกต่อ PSF มาตั้งแต่ต้น เนื่องจากอาจารย์มีพื้นฐานการทำงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) จึงมองว่าองค์ประกอบของ PSF ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณค่า (Knowledge, Activity/Skill, Value) เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับแนวคิดเรื่อง Competency (สมรรถนะ) อาจารย์มองว่าเครื่องมือนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยพิสูจน์ศักยภาพของบุคลากรสายวิชาการในฐานะด่านหน้า (Frontline) ของมหาวิทยาลัยให้ได้รับการยอมรับ

ในขณะเดียวกัน ในหมวกของผู้บริหารที่ต้องขับเคลื่อนนโยบายนี้ อาจารย์มองว่าเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะอาจารย์ส่วนใหญ่ไม่ได้จบมาทางด้านศาสตร์การสอน (Pedagogy) แต่อาจารย์ยึดมั่นในหลักการเป็นผู้นำว่าต้อง "Make change and movement" คือผู้บริหารต้องทำตัวเป็นต้นแบบให้ได้ก่อน จึงมีความตั้งใจที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ผ่านการรับรองเพื่อเป็นแบบอย่างในการเชิญชวนผู้อื่น

มุมมองหลังจากผ่านกระบวนการ PSF

กระบวนการนี้ทำให้อาจารย์ได้เรียนรู้วิธีการและเทคนิคการสอนใหม่ๆ เช่น Think to pair หรือ Scaffolding เพื่อนำมาออกแบบกิจกรรมให้สนุกและหลากหลายมากขึ้น จุดเปลี่ยนสำคัญคืออาจารย์ตระหนักถึงการจัดการเรียนการสอนแบบ Outcome-based อย่างแท้จริง โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner Center) อาจารย์ได้นำเทคนิค "Keeping Journal" มาใช้เพื่อให้นักศึกษาสะท้อนผลการเรียนรู้ของตนเองว่าสิ่งใดทำได้ดีและสิ่งใดต้องปรับปรุง (What works and what needs work) ซึ่งทำให้อาจารย์สามารถติดตามพัฒนาการและนำฟีดแบคมาปรับปรุงการสอนของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการปรับใช้ให้เข้ากับการเรียนการสอนยุคใหม่ เช่น ปรับไปใช้บน Facebook หรือนำไปใช้กับการเรียนแบบ Hybrid


กระบวนการยื่นขอ

อาจารย์เป็น 1 ใน 50 อาจารย์กลุ่มแรกของมหาวิทยาลัยที่เข้าไปอบรมร่วมกับทาง UK ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 และได้ยื่นขอประเมินใน ระดับ 3 ทั้งของ UK PSF (Senior Fellow) และ Thailand PSF (Scholarly Teacher)

กระบวนการเขียนของอาจารย์ในยุคนั้นมีความยากลำบากพอสมควร เนื่องจาก ยังไม่มี AI หรือ ChatGPT เข้ามาช่วยเขียนเลย อาจารย์ต้องลงมือเขียนบรรยายด้วยตนเองกว่า 6,500 คำ อาจารย์ระบุว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือ "การเริ่มเขียนประโยคแรก" โดยอาจารย์อาศัย "ช่วงเวลาทอง" คือช่วงปิดเทอม หลังจากคุมสอบและตัดเกรดเสร็จสิ้น โดยใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์เต็มในการทุ่มเทเขียนจนสำเร็จ

เคสที่เขียนยื่น

เพื่อตอบโจทย์เกณฑ์ระดับ 3 (Senior Fellow) ที่ต้องสะท้อนถึง ภาวะผู้นำ (Leadership) ในการนำทีมอาจารย์ให้พัฒนาการสอน อาจารย์ได้เลือกเขียน 2 กรณีศึกษา ได้แก่:

  • เคสที่ 1: ด้านการจัดการเรียนการสอน อาจารย์ใช้รายวิชา Business Negotiation and conflict resolution (การเจรจาต่อรองและการจัดการความขัดแย้ง) โดยเล่ากระบวนการตั้งแต่การออกแบบการสอน การจัดกิจกรรม ไปจนถึงวิธีการวัดและประเมินผลผู้เรียนด้วยเทคนิค Keeping Journal
  • เคสที่ 2: ด้านภาวะผู้นำและการเป็นพี่เลี้ยง อาจารย์ใช้ประสบการณ์ในช่วงที่รับหน้าที่เป็นประธานหลักสูตร (ปี 58-59) ซึ่งเป็นช่วงปรับปรุงหลักสูตรพอดี มาเขียนสะท้อนวิธีจูงใจ (Convince) และนำทีมอาจารย์ร่วมกันคิดผลลัพธ์และวางเส้นทางการเรียนรู้ (Learning pathway) พร้อมทั้งสอดแทรกบทบาทการเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำอาจารย์รุ่นใหม่ในระดับบัณฑิตศึกษา


คำแนะนำสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ยื่น

  • ให้นึกถึงเป้าหมายปลายทาง (Achievement) ว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่คนในสังคมให้การเคารพ การได้รับใบรับรองนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์สมรรถนะ ทักษะ องค์ความรู้ และจรรยาบรรณวิชาชีพของเรา ทำให้เราภาคภูมิใจกับความสำเร็จนี้
  • ก้าวข้ามความกลัวและลงมือทำ จุดที่ยากที่สุดคือการเริ่มเขียนประโยคแรก ดังนั้นขอให้เริ่มเขียนออกมาก่อน
  • บริหารเวลาโดยใช้ "ช่วงเวลาทอง" อาจารย์แนะนำให้ใช้เวลาช่วงปิดเทอมหลังจากส่งเกรดเรียบร้อยแล้วมาโฟกัสกับการเขียน
  • ใช้ AI ให้เป็นประโยชน์ อาจารย์เน้นย้ำว่าในยุคของอาจารย์ต้องเขียนเองทั้งหมด 6,500 คำโดยใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยแล้ว ระยะเวลาที่ใช้ในการเขียนก็น่าจะน้อยลงกว่านั้นมาก จึงอยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนรีบลงมือทำ

 


 

ผู้อ่าน สามารถรับชมการเสวนาจากวิทยาท่านอื่นๆ ได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้



เรียบเรียงโดย นางสาวสิริปรียา กันตะปีติ

นักบรรณสารสนเทศ สำนักหอสมุด มจธ.

ผ่านการถอดเทปโดยเครื่องมือ Transkriptor



Categories

Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...