การเติบโตของนักศึกษา คือพลังของการทำงาน: แนวคิดการทำงานของ “คุณมณีรัตน์ ขอกรดสำโรง”
Published: 18 May 2026
2 views

ผู้ให้ข้อมูล : คุณมณีรัตน์ ขอกรดสำโรง สำนักงานคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์

ประเภท เจ้าหน้าที่สนับสนุนดีเด่น รางวัลดาวรุ่ง

รางวัลเชิดชูเกียรติ ประจำปีการศึกษา 2568


ในสังคมการศึกษายุคปัจจุบัน มหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ให้ความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาทักษะชีวิต ความมั่นใจ และการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถเติบโตในสังคมที่หลากหลายและเชื่อมโยงกับโลกมากขึ้น

เบื้องหลังการปรับตัวและความสำเร็จของนักศึกษาหลายคน มักมีบุคลากรสายสนับสนุนที่คอยดูแล ประสานงาน และช่วยแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิด “คุณมณีรัตน์ ขอกรดสำโรง” คือหนึ่งในบุคลากรที่ทำหน้าที่ดังกล่าวด้วยความตั้งใจ โดยเฉพาะการดูแลนักศึกษาไทยและนักศึกษานานาชาติที่มีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรม

แนวคิดการทำงานของเธอสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรับฟัง ความเข้าใจ และการพัฒนางานให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของผู้เรียนและสังคมการศึกษาในปัจจุบัน

แรงผลักดันและแนวคิดในการทำงาน

สิ่งที่เป็นแรงผลักดันสำคัญของคุณมณีรัตน์ คือ การได้เห็นพัฒนาการของนักศึกษา ทั้งด้านการเรียน การใช้ชีวิต และความมั่นใจในการเติบโตสู่ระดับสากล

สำหรับเธอ ความสำเร็จของนักศึกษาไม่ได้วัดเพียงผลการเรียน แต่รวมถึงการที่นักศึกษาสามารถปรับตัว ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีความสุข และได้รับประสบการณ์ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของตนเอง เมื่อได้เห็นนักศึกษาที่เคยกังวลหรือไม่มั่นใจ สามารถเติบโตและประสบความสำเร็จจากกิจกรรมหรือโครงการที่ตนเองมีส่วนร่วมในการดูแล สิ่งเหล่านี้กลายเป็นกำลังใจสำคัญในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

อีกแนวคิดหนึ่งที่เธอให้ความสำคัญ คือ การมองว่างานด้านพัฒนานักศึกษาเป็นงานที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวตลอดเวลา เพราะความต้องการของนักศึกษาในแต่ละช่วงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งด้านการเรียนรู้ การใช้ชีวิต และรูปแบบการสื่อสาร

ดังนั้น การพัฒนาตนเอง คิดกิจกรรมใหม่ ๆ และปรับปรุงวิธีการทำงานให้ตอบโจทย์นักศึกษามากที่สุด จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้นักศึกษาทั้งไทยและนานาชาติได้รับโอกาส ประสบการณ์ และการสนับสนุนที่เหมาะสมตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย

จุดเด่นหรือวิธีการทำงานที่ช่วยให้งานสำเร็จ

จุดเด่นสำคัญของคุณมณีรัตน์ คือ ความสามารถในการประสานงานและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา อาจารย์ บุคลากรภายในมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานภายนอก

โดยเฉพาะการดูแลนักศึกษาไทยและนักศึกษานานาชาติ ซึ่งมีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรม การทำงานลักษณะนี้จำเป็นต้องอาศัยทั้งความเข้าใจ ความยืดหยุ่น และการสื่อสารที่เหมาะสม

เธอให้ความสำคัญกับ “การรับฟัง” เพราะเชื่อว่าการเข้าใจปัญหาและมุมมองของนักศึกษาอย่างแท้จริง จะช่วยให้สามารถหาทางช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมองว่าการทำงานด้านพัฒนานักศึกษาไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรมหรือประสานงานเท่านั้น แต่คือการสร้างพื้นที่ที่ทำให้นักศึกษารู้สึกว่าได้รับการดูแลและสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้เมื่อมีปัญหา

ความท้าทายที่เคยพบและวิธีรับมือ

หนึ่งในความท้าทายสำคัญของการทำงาน คือ การดูแลนักศึกษาที่มีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรม เนื่องจากนักศึกษาแต่ละคนมาจากพื้นฐานทางสังคม เชื้อชาติ และศาสนาที่แตกต่างกัน ทำให้มีวิธีคิด การสื่อสาร และการปรับตัวที่ไม่เหมือนกัน

บางครั้งอาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือความกังวลในการใช้ชีวิตและการเรียนในประเทศไทย ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อทั้งการเรียนและสภาพจิตใจของนักศึกษา

คุณมณีรัตน์รับมือกับความท้าทายเหล่านี้ด้วยการเปิดใจเรียนรู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรม และพยายามรับฟังนักศึกษาอย่างเข้าใจ พร้อมทั้งปรับวิธีการสื่อสารให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ การประสานงานร่วมกับอาจารย์ รุ่นพี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้นักศึกษาสามารถปรับตัวได้ดีขึ้น ทั้งในด้านการเรียนและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

ประสบการณ์เหล่านี้ยังช่วยพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการทำงานในสภาพแวดล้อมพหุวัฒนธรรมให้กับตัวเธอเองอีกด้วย

มุมมองต่อการพัฒนางานในอนาคต

คุณมณีรัตน์มองว่า งานสนับสนุนในอนาคตจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่น รวดเร็ว และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของนักศึกษาได้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่นักศึกษามีความหลากหลายทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม และรูปแบบการเรียนรู้

นอกจากนี้ เทคโนโลยียังเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น การนำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในการให้บริการและการสื่อสารกับนักศึกษา จะช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และทำให้นักศึกษาเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายมากขึ้น

ในมุมของบุคลากรสายสนับสนุน เธอมองว่าควรพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม รวมถึงภาษาอังกฤษ เพื่อให้สามารถดูแลและสนับสนุนนักศึกษาได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในบริบทของมหาวิทยาลัยที่มีแนวโน้มจำนวนนักศึกษาต่างชาติเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อคิดหรือคำแนะนำสำหรับผู้อื่น

จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา คุณมณีรัตน์เชื่อว่า การทำงานด้านพัฒนานักศึกษาที่ดีต้องเริ่มจาก “ความเข้าใจในตัวผู้เรียน” เพราะนักศึกษาแต่ละคนมีพื้นฐาน ความต้องการ และวิธีคิดที่แตกต่างกัน

การเปิดใจรับฟังและพร้อมเรียนรู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรม จะช่วยให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่นมากขึ้น และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของนักศึกษา

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ การไม่หยุดพัฒนาตนเอง ทั้งด้านเทคโนโลยี การสื่อสาร และแนวทางการทำงานใหม่ ๆ เพราะเมื่อโลกการศึกษาเปลี่ยนแปลง บุคลากรสายสนับสนุนก็ต้องพร้อมปรับตัวเช่นกัน

สรุปบทเรียนสำคัญ

เรื่องราวและแนวคิดการทำงานของคุณมณีรัตน์ ขอกรดสำโรง สะท้อนให้เห็นว่า งานพัฒนานักศึกษาไม่ใช่เพียงการดูแลกิจกรรมหรือประสานงานทั่วไป แต่คือการช่วยสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การปรับตัว และการเติบโตให้กับนักศึกษาในสังคมที่มีความหลากหลายมากขึ้น

การทำงานด้วยความเข้าใจ เปิดใจรับฟัง และพร้อมพัฒนาตนเองอยู่เสมอ คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้งานสนับสนุนสามารถตอบโจทย์ผู้เรียนในยุคปัจจุบัน และช่วยสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับนักศึกษาทั้งไทยและนานาชาติได้อย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติม

ผลงานของ คุณมณีรัตน์ ขอกรดสำโรง คลิก



เรียบเรียงโดย นางสาวสิริปรียา กันตะปีติ

Series : รางวัลเชิดชูเกียรติ ประจำปีการศึกษา 2568


Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...