ระบบดูแลสุขภาวะทางใจของนักศึกษาและบุคลากร มจธ.
เพราะ “ใจที่ไหว” ไม่ควรถูกมองข้าม
สุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะในชีวิตมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความกดดัน และความคาดหวัง ทั้งจากการเรียน การทำงาน และความสัมพันธ์รอบตัว หลายคนอาจเริ่มต้นจากความเครียดเล็ก ๆ แต่เมื่อไม่มีพื้นที่ระบาย ไม่มีคนรับฟัง หรือขาดทักษะในการดูแลใจตัวเอง สุดท้ายอาจกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จึงพัฒนา KMUTT CAPS (Counseling and Psychology Service) ระบบดูแลสุขภาวะทางใจของนักศึกษาและบุคลากร เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริม ป้องกัน และดูแลปัญหาสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบ ทั้งในเชิง “รับมือเมื่อเกิดปัญหา” และ “ดูแลก่อนจะสายเกินไป”
ทำไม KMUTT CAPS จึงจำเป็น
ในความเป็นจริง นักศึกษาและบุคลากรจำนวนไม่น้อยยังมองข้ามความสำคัญของสุขภาวะทางใจ บางคนรู้สึกว่า “เดี๋ยวก็หาย” หรือ “ต้องเข้มแข็งไว้” ทั้งที่ภายในอาจกำลังแบกรับความเหนื่อยล้าสะสมอยู่
จากข้อมูลที่พบในงานดูแลสุขภาพจิตของนักศึกษา ปัญหาที่พบมากที่สุด 3 อันดับคือ
- โรคซึมเศร้า
- ความเครียดจากการเรียน
- ปัญหาครอบครัว
ประเด็นเหล่านี้ไม่เพียงกระทบต่อการเรียน แต่ยังส่งผลต่อการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ และความสามารถในการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในมหาวิทยาลัย
KMUTT CAPS จึงถูกออกแบบมาเพื่อทำให้การดูแลใจเป็นเรื่อง “เข้าถึงได้” และเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย หรือการช่วยเหลือแบบมืออาชีพ
KMUTT CAPS ทำอะไรบ้าง: ดูแลทั้งเชิงรุกและเชิงรับ
KMUTT CAPS ดำเนินงานโดยสำนักงานกิจการนักศึกษา และจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา โดยเฉลี่ยเดือนละ 1–2 กิจกรรม ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การสร้างความตระหนักรู้ และการดูแลเมื่อเกิดปัญหาจริง
1) ด้านการเสริมสร้างและป้องกัน (Preventive & Promotion)
มีทั้งกิจกรรมในวันสำคัญและกิจกรรมที่ออกแบบให้เข้ากับบริบทนักศึกษา เช่น
- กิจกรรมวันสุขภาพจิตโลก ทั้งแบบ On-site และ Online
- แคมเปญประเมินสุขภาพจิตด้วย QR Code พร้อมคำแนะนำ
- กิจกรรมการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ในช่วงวาเลนไทน์
- แคมเปญ “เดือนแห่งการฟัง” ชวนฝึกทักษะการฟังอย่างเป็นกลาง
- กิจกรรมให้กำลังใจก่อนปิดภาคเรียน เช่น Checklist ความเครียดและคำแนะนำดูแลตัวเอง
- นิทรรศการรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตาย “วันที่ผ่านพายุฝน”
สิ่งสำคัญคือทีมงานไม่ได้จัดกิจกรรมแบบทำตามปฏิทินเพียงอย่างเดียว แต่พยายามเชื่อมกับ “ช่วงเวลาวิกฤต” ที่นักศึกษามักเปราะบาง เช่น ช่วงสอบหนัก ช่วงปรับตัวปี 1 หรือช่วงที่เจอสถานการณ์กดดันในชีวิต เพื่อให้เข้าถึงและช่วยได้ตรงจุดมากขึ้น
2) ด้านการดูแลและช่วยเหลือ (Care & Support)
เมื่อเกิดปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือจริง KMUTT CAPS มีช่องทางให้เข้าถึงนักจิตวิทยาและการนัดหมายได้โดยตรง เช่น ผ่านเพจ Facebook “KMUTT CAP” ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้การขอความช่วยเหลือ “ไม่รู้สึกไกลตัว” และเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการจัดทำคู่มือหรือ Port Guide เพื่อส่งต่อให้คณะและหน่วยงานต่าง ๆ ใช้เป็นแนวทางในการสื่อสารและส่งต่อการช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม
ทำงานเป็นระบบแบบ Daily Management: ไม่ใช่จัดกิจกรรมแล้วจบ
KMUTT CAPS ไม่ได้ทำงานแบบแคมเปญครั้งคราว แต่สะท้อนแนวคิดการบริหารจัดการที่เป็นระบบ เริ่มตั้งแต่
- สร้างมาตรฐานการดูแลใจให้เกิดเป็นกิจวัตร เช่น การฝึกสติ การสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิต
- ติดตามผลจากเสียงสะท้อนของผู้เข้าร่วม
- ปรับปรุงกิจกรรมให้เหมาะกับสถานการณ์และความต้องการจริง
- ใช้ข้อมูลระดับความพึงพอใจเป็นฐานในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
เป้าหมายไม่ใช่แค่ “คนมาร่วมเยอะ” แต่คือการทำให้คนรู้สึกว่าได้รับการดูแลจริง และมีพื้นที่ที่พึ่งได้เมื่อใจไม่ไหว
สิ่งที่ทำให้เข้าร่วมมากขึ้น: แรงจูงใจเล็ก ๆ ที่ช่วยได้จริง
อีกหนึ่งข้อค้นพบสำคัญคือ การให้ชั่วโมงกิจกรรมนักศึกษา ช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการเข้าร่วมอย่างเห็นได้ชัด เพราะทำให้การดูแลใจไม่ใช่เรื่องที่ต้อง “แลกกับเวลาเรียนหรือเวลาพัก” แต่กลายเป็นกิจกรรมที่นักศึกษารู้สึกว่ามีคุณค่าและสามารถจัดสรรเวลาได้ง่ายขึ้น
KMUTT CAPS จึงไม่ใช่แค่กิจกรรมสุขภาพจิต แต่เป็นระบบที่ทำให้การดูแลใจเกิดขึ้นได้จริงในมหาวิทยาลัย สร้างความตระหนักรู้ เพิ่มทักษะในการดูแลตัวเอง และทำให้ทั้งนักศึกษาและบุคลากรรู้ว่า “ไม่ได้ต้องผ่านทุกอย่างไปคนเดียว” เพราะความสำเร็จที่ยั่งยืน ไม่ได้มาจากความเก่งอย่างเดียว แต่มาจากใจที่พร้อมเติบโตไปข้างหน้าด้วย
ผู้ให้ข้อมูล : วันวิสา ดอกสันเทียะ สำนักงานกิจการนักศึกษา มจธ.
Series : Show&Share2026
ผู้เรียบเรียง : นางสาวสิริปรียา กันตะปีติ และนางสาวอารยา ศรีบัวบาน
Categories
Hashtags