เพราะความสำเร็จของนักศึกษาเริ่มต้นที่การดูแล
หลายครั้ง “ความสำเร็จของนักศึกษา” ไม่ได้เริ่มจากการเรียนเก่งขึ้นทันที แต่เริ่มจากสิ่งพื้นฐานกว่านั้น เช่น การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง การได้รับคำตอบที่ชัดเจน และการได้รับบริการที่ไม่ทำให้รู้สึกติดขัดหรือเสียเวลาโดยไม่จำเป็น เพราะเมื่อเรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้จัดการได้ดี นักศึกษาก็มีพื้นที่และเวลาเหลือมากพอที่จะโฟกัสกับการเรียนและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้เต็มที่ ข้อมูลที่กระจัดกระจาย หรือระยะเวลาดำเนินการที่ยาวนาน ส่งผลให้นักศึกษาจำนวนมากสับสน ต้องถามซ้ำ และเสียเวลาไปกับการตามเรื่อง ทั้งที่ควรเป็นงานที่รู้ขั้นตอนแล้วทำตามได้เลย โครงการ Campus Care Initiative: Little Things That Make a Big Difference จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้โจทย์นี้โดยตรง ด้วยเป้าหมายสำคัญคือทำให้งานบริการนักศึกษา ชัดเจน รวดเร็ว ครบถ้วน และเข้าถึงง่าย จนสามารถใช้งานได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาไทยหรือนักศึกษาต่างชาติ เริ่มจากการทำให้ “ข้อมูลบริการ” เป็นระบบเดียวกัน หัวใจของโครงการไม่ได้เริ่มจากการเพิ่มภาระงานใหม่ แต่เริ่มจากการจัดระเบียบของเดิมให้ดีขึ้น โดยใช้แนวคิดง่าย ๆ คือ ถ้านักศึกษารู้ขั้นตอนชัดเจนตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องถามซ้ำ และบริการก็จะเดินเร็วขึ้นเอง แนวทางหลักของโครงการจึงเป็นการจัดทำสื่อสรุปขั้นตอนบริการให้เข้าใจง่าย และเผยแพร่ผ่านช่องทางที่นักศึกษาเข้าถึงจริง เช่น ModLink เว็บไซต์ สื่อภายในหน่วยงาน รวมถึงการทำสื่อสองภาษา (ไทย–อังกฤษ) เพื่อรองรับความหลากหลายของนักศึกษา
เนื้อหาที่จัดทำขึ้นไม่ได้เป็นแค่คำอธิบายแต่ถูกออกแบบให้เป็นคู่มือที่นักศึกษาทำตามได้จริง โดยเน้นความชัดเจน และลดความกำกวมของขั้นตอน
3 บริการหลักที่โครงการครอบคลุม
โครงการเน้นแก้ปัญหาจากงานบริการที่มีการใช้งานจริงและถูกถามบ่อย โดยครอบคลุม 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่
- ขั้นตอนการขอลงทะเบียนเพิ่มรายวิชา / เปลี่ยนกลุ่มเรียน
- ขั้นตอนการบันทึกข้อมูลกิจกรรมนักศึกษา
- ขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือสำหรับนักศึกษาที่เดือดร้อนทางการเงิน
แต่ละเรื่องเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน และมีรายละเอียดที่นักศึกษามักสับสน โครงการจึงเน้นทำให้เป็นภาพเดียวกัน”พื่อให้นักศึกษารู้ว่าเริ่มตรงไหน ต้องทำอะไรต่อ ใครเป็นผู้ดูแล และต้องเตรียมอะไรบ้าง
สิ่งที่ทำให้ Campus Care ไม่ได้เป็นแค่โครงการประชาสัมพันธ์ทั่วไป คือการนำแนวคิด Daily Management มาใช้เป็นโครงสร้างการทำงานจริง โดยมีแกนสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่
- Standardization ทำให้ขั้นตอนบริการมีมาตรฐานเดียวกัน ลดความคลาดเคลื่อน
- Monitoring & Measurement ติดตามผลและวัดว่าการสื่อสารช่วยลดความสับสนได้จริงหรือไม่
- Continuous Improvement ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพราะบริการนักศึกษาไม่มีคำว่า “ทำครั้งเดียวแล้วจบ”
นอกจากจะช่วยให้นักศึกษาได้รับบริการที่ดีขึ้น ยังช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนของบุคลากร เพราะเมื่อข้อมูลชัด นักศึกษาก็ไม่ต้องมาถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน เจ้าหน้าที่เองก็มีเวลาไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้การตัดสินใจหรือการช่วยเหลือเชิงลึกมากขึ้น
บทเรียนจากการทำงานจริง: Infographic ช่วยได้มากกว่าที่คิด
หนึ่งในประสบการณ์ที่สะท้อนจากการทำโครงการคือ รูปแบบ “Infographic” ทำให้การสื่อสารกับนักศึกษาได้ผลมากกว่าข้อความยาว ๆ เพราะนักศึกษาต้องการคำตอบที่เร็ว เข้าใจง่าย และทำตามได้ทันที นศ.ได้เข้าใจขั้นตอนและสามารถเข้าถึงการบริการ ต่อมจธ. รวมถึงลดภาระงานเจ้าหน้าที่
สิ่งที่โครงการ Campus Care Initiative สะท้อนชัดที่สุดคือ งานบริการนักศึกษาไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนระบบใหญ่เสมอไป บางครั้งการปรับปรุงเล็ก ๆ ในงานประจำ เช่น ทำข้อมูลให้ชัดขึ้น ทำขั้นตอนให้เข้าใจง่ายขึ้น หรือทำให้ค้นหาข้อมูลได้เร็วขึ้น ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายต่อชีวิตนักศึกษาได้จริง
เพราะเมื่อมหาวิทยาลัยดูแลเรื่องเล็ก ๆ ได้ดี นักศึกษาก็พร้อมเดินต่อในเรื่องใหญ่ ๆ ได้เต็มที่ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ “ความสำเร็จ” ที่เกิดขึ้นจากการดูแลอย่างตั้งใจ
ผู้ให้ข้อมูล : ศุริษา แสงอรุณ และ ธัชชา นามนนท์
Series : Show&Share2026
ผู้เรียบเรียง : นางสาวอารยา ศรีบัวบาน
Categories
Hashtags