เมื่อความคิดสั่งโลก: จากพลังจิตสู่เทคโนโลยี BCI
Published: 29 April 2026
5 views


หนังไซไฟ (Sci-Fi) มักเล่าเรื่อง “มนุษย์พลังจิต” ที่สามารถบังคับสิ่งของได้เพียงแค่นึกคิด ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกจัดอยู่ในหมวดเรื่องลี้ลับและเหนือธรรมชาติ แต่ในปัจจุบัน เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้า มนุษย์เริ่มเข้าใจการทำงานของสมองมากขึ้น จนแนวคิดเรื่องพลังจิตไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการอีกต่อไป

เรากำลังเข้าใกล้โลกที่ “ความคิด” สามารถกลายเป็นคำสั่งได้โดยไม่ต้องเปล่งเสียงออกมาอีกต่อไป เทคโนโลยีที่พาเราเข้าใกล้ภาพในหนังไซไฟนี้มากที่สุดคือ BCI (Brain-Computer Interface) หรือ “ส่วนต่อประสานระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์” หากมองแบบง่ายที่สุด

สมอง คือแหล่งกำเนิดสัญญาณไฟฟ้าจากการคิด การรู้สึก และการตัดสินใจ (ศึกษาในมุมชีววิทยาและประสาทวิทยา)

คอมพิวเตอร์ คือเครื่องมือที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อประมวลผลและตอบสนองต่อคำสั่ง (อยู่ในโลกของวิศวกรรมและไอที)

BCI จึงเปรียบเสมือน “ล่าม” ที่ทำหน้าที่แปลภาษาระหว่างสองโลก—จาก “ภาษาของสมอง” ที่เป็นสัญญาณไฟฟ้า ไปสู่ “ภาษาของเครื่องจักร” ที่เป็นคำสั่งดิจิทัล

หลักการทำงานของ BCI สามารถอธิบายเป็น 3 ขั้นตอนสำคัญ

1.การตรวจจับและรับสัญญาณ: จุดเริ่มต้นอยู่ที่การใช้ เซนเซอร์ (Sensor) ทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณคลื่นสมอง (Brain waves)

2.การแปลสัญญาณ: สัญญาณที่ได้ยังไม่ใช่คำสั่งโดยตรง จึงต้องใช้ AI หรือ Machine Learning เข้ามาช่วยวิเคราะห์ กระบวนการนี้ประกอบด้วย การเก็บและประมวลผลสัญญาณ การแยกรูปแบบ (pattern recognition) การดึงคุณลักษณะ เช่น ความถี่หรือรูปคลื่นการจำแนกรูป จัดกลุ่มว่าสัญญาณเป็นความ "ตั้งใจ" แบบใด

ขั้นตอนนี้จึงเปรียบเหมือน “นักแปลภาษา” ที่ค่อย ๆ เรียนรู้ว่า สัญญาณแบบไหนหมายถึงคำสั่งอะไร

3. การส่งต่อคำสั่งสู่การปฏิบัติ: เมื่อ AI แปลงความคิดเป็นคำสั่งได้แล้ว ข้อมูลนั้นจะถูกส่งไปควบคุมอุปกรณ์ปลายทางทันที ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนเมาส์บนหน้าจอ การบังคับแขนกลให้หยิบจับสิ่งของ หรือแม้แต่การพิมพ์ข้อความผ่านหน้าจอโดยไม่ต้องขยับนิ้วแม้แต่นิดเดียว


ตัวอย่างนวัตกรรมที่น่าสนใจ ในงานนิทรรศการ KMUTT Learning Innovation สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการ Brain-Computer Interface (BCI) to Integrate Individuals with Disabilities into the Workforce ซึ่งพัฒนาโดยนางสาวบุญปัน วงศ์คงคาเทพ และนางสาวเสาวลักษณ์ ภูรินันทกุล นักเรียนโรงเรียนดรุณสิกขาลัย โครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ภายใต้การดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษาในมหาวิทยาลัย ได้แก่ รศ.ดร.สยาม เจริญเสียง ดร.ดวงหทัย วิวัฒน์รัตน์ และนายศุภราช อินทรโสภา และอาจารย์ที่ปรึกษาในโรงเรียน ได้แก่ นางสาวจินตนา วงศ์ต๊ะ โดยต่อยอดจากแนวคิดของ DAWN Avatar Robot Café ที่เดิมใช้เทคโนโลยี Eye Tracking ในการควบคุมหุ่นยนต์ แต่มีข้อจำกัดเรื่องความเมื่อยล้าทางสายตา จึงได้นำ BCI เข้ามาช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมหุ่นยนต์ด้วยคลื่นสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

จากตัวอย่างเหล่านี้จะเห็นได้ว่า BCI เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงและมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมในอนาคต คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “เราจะทำได้หรือไม่” แต่คือ “เทคโนโลยีนี้จะพาเราไปได้ไกลแค่ไหน”



ติดตามเรื่องราวโครงการ Brain-Computer Interface (BCI) ได้ในบทความฉบับถัดไป

รวบรวมและเรียบเรียงโดย จินต์กมล ทับพวาธินท์ นักศึกษาฝึกงานมหาวิทยาลัยศิลปากร

บรรณานุกรม

 Thaiware. (2563). Brain Computer Interface คืออะไร ? เมื่อสมองของมนุษย์ กับเครื่องจักรเชื่อมต่อกัน. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2569. URL: https://today.line.me/th/v2/article/0PEv6x


สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.). (2565). Brain-Computer Interface (BCI) เทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองมนุษย์กับคอมพิวเตอร์. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2569. URL: https://www.nstda.or.th/home/news_post/10-tech-bci/


ESC KMUTT. (2568). นักเรียนโครงการ วมว. มจธ. (ดรุณฯ) นำเสนอผลงาน Brain-Computer Interface (BCI) เพื่อบูรณาการผู้พิการเข้าสู่ตลาดแรงงาน. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2569. URL: https://www.facebook.com/share/p/1BzAUrUVtN/


KMUTTLibrary. (2568). Brain Computer Interface (BCI) to Integrate Individuals with Disabilities into the Workforce. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2569. URL: https://youtu.be/rjnS91PjC2Q?si=FnBt0L03HiW1bbqy



Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...