การสร้าง Change Agent (ผู้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน)
Published: 11 February 2026
1 views

เมื่อกิจกรรมนักศึกษาไม่ใช่ “กิจกรรมเสริม” แต่เป็นพื้นที่สร้างคนที่เปลี่ยนมหาวิทยาลัยและสังคมได้จริง

มหาวิทยาลัยยุคใหม่ไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนกิจกรรมหรือชั่วโมงเข้าร่วมเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากคำถามที่ลึกกว่านั้น คือ “กิจกรรมเหล่านี้ทำให้นักศึกษาเติบโตเป็นคนแบบไหน” และ “สร้างผลกระทบต่อสังคมได้จริงหรือไม่”

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จึงมองเห็นโอกาสสำคัญในการปรับกระบวนการทำกิจกรรมนักศึกษา จากเดิมที่เป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตร ให้กลายเป็น กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Experiential Learning) ที่พัฒนานักศึกษาให้เป็น Change Agent หรือผู้ที่สามารถนำความรู้และศักยภาพของตัวเองไปสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างยั่งยืนได้

Change Agent with Green Heart เป้าหมายใหม่ของการพัฒนานักศึกษา

ในแผนกลยุทธ์การพัฒนานักศึกษาของ มจธ. “Change Agent” ถูกยกระดับให้ชัดเจนขึ้นอย่าง Change Agent with Green Heart เพื่อสอดรับกับเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในการเป็น “Sustainable and Entrepreneurial University” ภายในปี 2573 Change Agent ในความหมายนี้ คือ คนที่สร้างการเปลี่ยนแปลง พร้อมไอเดียที่ดี ทำให้เกิดผลลัพธ์จริงสร้างผลกระทบเชิงบวก และขยายผลต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม หรือการเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือกิจกรรมแบบเดิมยังไม่สามารถสร้างนักศึกษาที่เป็น Change Agent ได้มากพอตามเป้าหมาย โดยมหาวิทยาลัยตั้งเป้าว่าในปี 2570 นักศึกษากว่า 70% ควรมีสมรรถนะด้าน Change Agent แต่ปัจจุบันนักศึกษาที่มีบทบาทในระดับที่เห็นผลจริง (ระดับ 3–4) มีอยู่ประมาณ 800 คน ซึ่งยังต้องเพิ่มอีกมาก

ปรับเกมใหม่: สร้างโอกาสให้นักศึกษาลงมือทำกับปัญหาจริง

สิ่งที่ มจธ. มองเห็นชัดคือ นักศึกษาจำนวนมากมีศักยภาพ มีความรู้ และมีทัศนคติแบบ Entrepreneurial Mindset พร้อมจะลงมือทำอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ขาดคือ “พื้นที่ทดลอง” “ที่ปรึกษาเชิงลึก” และ “การสนับสนุนที่พาไปสู่การเกิดผลจริง”

สำนักงานกิจการนักศึกษาจึงออกแบบรูปแบบการทำกิจกรรมใหม่ โดยใช้แนวคิดสำคัญคือ

บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในมหาวิทยาลัย และใช้ปัญหาใกล้ตัวในบริบทจริงเป็นโจทย์การเรียนรู้

ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 เป็นต้นมา ได้มีโครงการนำร่องสำคัญ 2 โครงการ ได้แก่

  • Innovation for KMUTT Sustainability
  • KMUTT Green Team

ทั้งสองโครงการใช้กรอบความยั่งยืนเป็นแนวทาง เช่น Waste Management, Water Utilization และ Good Health and Well-Being เพื่อให้นักศึกษาได้เชื่อมองค์ความรู้กับการลงมือทำจริง พร้อมปลูกฝังมุมมองเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

จาก “ประกวดไอเดีย” สู่ “ทำให้เกิดผลงานจริง”

การพัฒนาโครงการไม่ได้เกิดขึ้นแบบสมบูรณ์ตั้งแต่ปีแรก แต่ค่อย ๆ เติบโตผ่านการลองผิดลองถูก โดยปีแรกเริ่มจากการเปิดรับไอเดียอย่างกว้าง เริ่มจากคำว่า “อยาก” และใช้การ Pitching เป็นจุดตั้งต้น เพื่อเปิดประตูให้เด็กที่มีไฟได้เข้ามาเริ่มต้น แต่สิ่งที่พบคือ แม้ไอเดียจะดี แต่ถ้าไม่เชื่อมกับหน่วยงานที่ทำงานจริง ก็ยากที่จะต่อยอดสู่การใช้งานจริงในมหาวิทยาลัย

ปีต่อมา จึงเริ่มกำหนดโจทย์ให้ชัดขึ้น และค่อย ๆ เพิ่มการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นที่ปรึกษาแต่ละทีมมากขึ้น เพื่อช่วยให้แนวคิดของนักศึกษามีความเป็นไปได้

บทเรียนสำคัญคือ “ความตั้งใจของเด็ก” กับ “ข้อจำกัดของหน่วยงาน” มักไม่ตรงกันเสมอ ทำให้บางโครงการยังไม่สามารถนำไปใช้จริงได้ทันที แต่แนวทางค่อย ๆ ปรับมาเป็นการให้หน่วยงานนำเสนอ “โจทย์จริง” ที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ แล้วให้นักศึกษาเข้ามาเสนอแนวทางแก้ไขแทน ซึ่งทำให้มีโอกาสเห็นผลลัพธ์มากขึ้นอย่างชัดเจน

พลังของการทำงานร่วมกัน: ทำคนเดียวไม่สนุกเท่าทำเป็นทีม

หนึ่งในสิ่งที่ได้ค้นพบจากกระบวนการนี้คือ นักศึกษารู้สึกว่า “การทำงานร่วมกับคนอื่นสนุกกว่า” และยิ่งดีเมื่อได้เจอคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน เพราะการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนไม่ใช่งานของคนคนเดียว แต่คือการทำงานแบบเครือข่าย

มีตัวอย่างนักศึกษาที่เริ่มจากการเข้าประกวด ได้รางวัล และต่อยอดไปเป็นผู้จัดกิจกรรมเอง ทำให้คนเข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็นร้อยคน หรือบางคนขยายผลไปสู่ระดับภายนอกมหาวิทยาลัย สร้างเครือข่ายใหม่ และหาทุนสนับสนุนได้ด้วยตัวเอง นี่คือภาพของ Change Agent ที่ไม่ได้จบแค่ “ทำกิจกรรม” แต่เติบโตเป็น “ผู้ริเริ่มและขยายผล”

Change Agent วัดอย่างไร: ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ แต่ดู “พฤติกรรมที่แสดงออก”

การวัด Change Agent ของ มจธ. ไม่ได้ดูแค่โครงการสำเร็จหรือไม่สำเร็จ แต่ดูจาก พฤติกรรมและสมรรถนะที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการ เช่น การตั้งคำถาม การทำงานร่วมกับผู้อื่น การลงมือแก้ปัญหา การสื่อสารกับหน่วยงานจริง และการต่อยอดให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

โจทย์ที่ท้าทายต่อไป คือทำอย่างไรให้กระบวนการพัฒนา Change Agent เชื่อมกับระบบการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยมากขึ้น เช่น การบูรณาการกับรายวิชา Gen Ed เพื่อให้นักศึกษาสามารถต่อยอดเป็นหน่วยกิตได้ และทำให้การลงมือทำกับปัญหาจริงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน ไม่ใช่แค่กิจกรรมเสริม

เปลี่ยน “บางมด” ก่อน แล้วค่อยขยายสู่ภาพใหญ่

สุดท้ายแล้ว เป้าหมายของกระบวนการนี้ไม่ใช่การสร้างกิจกรรมที่มากขึ้น แต่คือการสร้าง “องค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้” ที่ทำให้เด็กพัฒนาได้จริง จนสามารถเปลี่ยนพื้นที่ใกล้ตัวอย่างบางมดให้ดีขึ้นก่อน และค่อยขยายผลสู่สังคมและโลกภายนอก

เพราะเมื่อกิจกรรมนักศึกษาเชื่อมกับโจทย์จริง มีที่ปรึกษาจริง และเกิดการทำงานข้ามหน่วยงานอย่างเป็นระบบ นักศึกษาจะไม่ใช่แค่ผู้เข้าร่วม แต่จะกลายเป็น “ผู้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง” ได้อย่างแท้จริง

ผู้ให้ข้อมูล : ปิยาภา ธรรมศักดิ์

ดาวน์โหลดเพื่อดูเพิ่มเติม

ผลงานนี้ได้รับรางวัลการทำงานข้ามหน่วยงานยอดเยี่ยม 

(Cross Functional Excellence Award)



Series : Show&Share2026

ผู้เรียบเรียง : นางสาวอารยา ศรีบัวบาน และนางสาวสิริปรียา กันตะปีติ

Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...