ทำรายงานทั้งที อย่าหาข้อมูลแบบ “เสิร์ชไปเรื่อย ๆ”
เคยรึเปล่า? อาจารย์สั่งรายงานหนึ่งชิ้น พอเห็นเช่นนี้เราเลยเปิด Google แล้วพิมพ์คำค้นลงไป จากนั้นเปิดเว็บไซต์สิบกว่าหน้า อ่านไปอ่านมาเริ่มไม่รู้ว่าอันไหนเชื่อถือได้ เชื้อได้บ้างไม่ได้บ้าง บางอันเชื่อได้ก็ไม่เชื่อ เอาแน่เอานอนไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่ ว่าอันไหนควรนำมาอ้างอิง และพอเขียนเสร็จกลับต้องมานั่งหาว่า “ข้อมูลนี้มาจากไหนกันแน่เนี่ย!?”
จริง ๆ แล้วการค้นคว้าไม่จำเป็นต้องวุ่นวายขนาดนั้น เพราะสำนักหอสมุด มจธ. มีทรัพยากรออนไลน์ที่ช่วยตั้งแต่ขั้นตอน “ค้นหาข้อมูล” ไปจนถึง “จัดการข้อมูลก่อนส่งงาน”
เริ่มจากการค้นหางานวิชาการ หากต้องการข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่าการค้นหาทั่วไป สำนักหอสมุดมีฐานข้อมูลออนไลน์สำหรับวารสารและงานวิชาการหลายสาขา โดยในปี 2569 มีฐานข้อมูลที่เปิดให้บริการ เช่น IEEE Electronic Library, SpringerLink, American Chemical Society Journal, Emerald Management, Academic Search Ultimate, EBSCO Discovery Service, Applied Science & Technology Source Ultimate, Engineering Source และ ScienceDirect
ตัวอย่างเช่น หากกำลังทำโครงงานด้านวิศวกรรมหรือเทคโนโลยี ScienceDirect สามารถใช้ค้นหาเอกสารฉบับเต็มในหลายสาขา รวมถึง Computer Science และ Engineering โดยฐานข้อมูลที่หอสมุดให้บริการครอบคลุมข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา
แต่การค้นเจอบทความยังไม่ใช่จุดจบ เพราะเมื่ออ่านงานวิจัยหลายชิ้น เรามักเจอปัญหาอีกอย่างคือ “แล้วจะจำได้อย่างไรว่าข้อมูลนี้มาจากบทความไหน?”
ตรงนี้ EndNote เข้ามาช่วยได้ เครื่องมือนี้ใช้สำหรับจัดการบรรณานุกรมและข้อมูลอ้างอิง สามารถช่วยรวบรวมรายการเอกสารที่เราใช้ค้นคว้า และนำข้อมูลไปใช้ในการเขียนรายงานหรือบทความได้ โดยสำนักหอสมุด มจธ. มีบริการและคู่มือสำหรับนักศึกษาและบุคลากรในการใช้งาน EndNote ด้วย
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ “การคัดลอกผลงาน” สำนักหอสมุดมีบริการ Turnitin สำหรับตรวจสอบการคัดลอกหรือการทำซ้ำของงานเขียน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะการเขียนและการสร้างผลงานที่มีความคิดริเริ่ม โดยนักศึกษาและบุคลากรสามารถขอใช้บริการตามเงื่อนไขของหอสมุด
ดังนั้น ถ้ามองกระบวนการทำรายงานหนึ่งชิ้น เราอาจแบ่งการใช้บริการของหอสมุดออกเป็นง่าย ๆ 3 ขั้นตอน
หนึ่ง ค้นหา — ใช้ฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อค้นบทความและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
สอง จัดระเบียบ — ใช้ EndNote ช่วยจัดการข้อมูลอ้างอิง
สาม ตรวจสอบ — ใช้ Turnitin เพื่อช่วยตรวจสอบการคัดลอกผลงาน
สิ่งเหล่านี้ทำให้ห้องสมุดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับ “ยืมหนังสือ” แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานวิชาการตั้งแต่ต้นจนจบ
ครั้งหน้าหากว่าต้องทำรายงาน อย่าเพิ่งไปไต่ถามตัวเองว่า “Google มีข้อมูลอะไรบ้าง?” แต่ให้ลองเปลี่ยนคำถามเป็น “ห้องสมุดมีเครื่องมืออะไรช่วยงานของเราได้บ้างนะ?” เพราะบางทีการทำงานให้ดีขึ้นอาจไม่ได้เริ่มจากการทำงานให้หนักขึ้น แต่อาจเริ่มจากการรู้จักใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้วให้เป็น
Categories
Hashtags