ทักษะการแก้ปัญหา
พลังขับเคลื่อนความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต
“If your only tool is a hammer then every problem looks like a nail.”
-- Abraham Maslow
สิ่งที่เราพบและเห็นกันอยู่ทุกวี่วันไม่จบไม่สิ้น หนึ่งในนั้นคือสิ่งที่เรียกกันว่า “ปัญหา” เนื่องจากการดำเนินชีวิตท่ามกลางสภาวการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกยุคปัจจุบัน ส่งผลให้บุคคลต้องพบกับสภาวะความกดดัน ความยุ่งยากในการตัดสินใจ และเผชิญกับปัญหาต่างๆ อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน การดำเนินชีวิตส่วนตัว แม้กระทั่งความสัมพันธ์ทางสังคม ผู้ที่จะฝ่าฟันและเอาชนะสถานการณ์เหล่านี้ไปได้ จะต้องมีทักษะในการแก้ไขปัญหา
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ปัญหาของเยาวชนไทยจากกระทรวงสาธารณสุข เมื่อปี พ.ศ. 2560 พบว่า เยาวชนไทยจำนวนมากยังขาดทักษะในการแก้ไขปัญหาและการเผชิญอุปสรรค ทำให้หาทางออกจากปัญหาด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม เช่น หันไปดื่มสุรา การใช้สารเสพติด การขาดสติในการควบคุมตนเองจนเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาท หรือแม้กระทั่งการฆ่าตัวตาย ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบทั้งกับตัวเองและสังคม
จากข้อมูลดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าการแก้ปัญหาเป็นทักษะสำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องปลูกฝังให้กับเยาวชนไทยเพื่อให้พวกเขาสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข อีกทั้งสภาพปัญหาที่แต่ละบุคคลต้องเผชิญกันในวันนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงและมีความซับซ้อนมากกว่าในอดีต วิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ไม่สามารถนำมาใช้กับสภาพปัญหาในยุคปัจุบันได้ ผู้ที่จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องรู้จักกระบวนการคิดเพื่อแสวงหาคำตอบ หรือวิธีการรูปแบบใหม่ๆ และสามารถตัดสินใจเลือกวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดตามหลักการของเหตุและผล เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้วยเหตุนี้ เมื่อพิจารณาถึงสภาพการจัดการศึกษาในประเทศไทย ซึ่งยังคงให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาในสถาบันการศึกษาและพัฒนาผู้เรียนผ่านการขับเคลื่อนของผู้สอน ตัวผู้สอนจึงมีบทบาทหน้าที่ และภาระสำคัญในการจัดการศึกษารวมถึงพัฒนาผู้เรียน ซึ่งมีความหลากหลายอันมากจากความต่างของสภาพความเป็นอยู่ในแต่ละครอบครัว บุคลิกลักษณะ รูปแบบการเรียนรู้ ตลอดจนวิธีการประพฤติปฏิบัติที่แตกต่างกันไป
ทั้งนี้ การพัฒนาขีดจำกัดของทักษะแต่ละคนให้มีความพร้อมต่อการเผชิญแต่ละสภาพปัญหาได้อย่างเหมาะสม ก็ควรเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงที่ยังอยู่ในวัยเรียน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ นักศึกษาในบางสาขาวิชาชีพ ยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาที่ตนเองประสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งปัญหาส่วนตัว ปัญหาการเรียน และการปฏิบัติงาน เมื่อต้องเผชิญกับปัญหา นักศึกษามักจะใช้วิธีการเพิกเฉยต่อปัญหา หนีปัญหาหรือขอคำแนะนำจากรุ่นพี่ โดยไม่คิดแก้ปัญหาด้วยกับตนเอง
ซึ่งถือเป็นสาระสำคัญในบริบทของประเทศไทยที่มีความจำเป็นในการปลูกฝังทักษะด้านการแก้ไขปัญหาให้กับผู้เรียนในทุกกลุ่ม โดยทางมหาวิทยาลัยเทคโลโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ดำเนินการนโยบายผลักดันให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกฝนทักษะ Problem Solving ด้วยกับแนวทาง KMUTT Generic Competence สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ซึ่งได้มีการวางกรอบโดยคร่าวเกี่ยวกับทักษะนี้ไว้ 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1. (Identify) การระบุและวิเคราะห์ปัญหาเพื่อสร้างทางเลือกทางการแก้ไขโดยวิธีการที่เรียนรู้ 2. (Criteria) ใช้ประสบการณ์ของตนเองเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและสร้างวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 3. (Constructing Solve) เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ภายในทีม
ซึ่งหัวข้อถัดไปเราจะมาพูดถึงแนวทางการจัดการปัญหาที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
แล้วจะจัดการปัญหาอย่างไรให้เหมาะสม?
ปัญหารอบตัวที่เกิดขึ้นบางอย่าง เป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องอาศัยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า บางอย่างต้องแก้ไขแบบระยะยาว เพราะการตัดสินใจนั้นๆ อาจส่งผลต่ออนาคตหรืออาจีผลเป็นวงกว้างต่อผู้อื่น การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ย่อมทำให้เกิกประสิทธิภาพมากยิ่งกว่า โดยพื้นฐานง่ายๆ อาจเริ่มต้นที่ 6 ขั้นตอน ดังนี้
1 : ค้นหานิยามหรือต้นตอของปัญหา รวมทั้งปัญหาที่ง่ายและปัญหาที่ซับซ้อนหรือมีหายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น การขุดค้นให้ไปถึงต้นตอของปัญหาจริงๆ ว่าสิ่งนั้นคืออะไร? สิ่งใดบ้างที่เราหวังจะแก้ไข? เช่น การทำงานกลุ่มที่ล่าช้าและเสร็จไม่ทันเวลา เราต้องมาทำการวิเคราะห์ว่ามันเกิดจากอะไร เกิดจากปริมาณคนทำงานที่น้อย หรือคนทำงานไม่เหมาะสมกับงานนั้นๆ เมื่อค้นจนเจอรากแก้ว เราจะสามารถแก้ไขปัญหาต่อไปได้อย่างตรงประเด็น
2 : ศึกษาปัญหาให้รอบด้าน เมื่อหาต้นตอของปัญหาที่แท้จริงได้แล้ว ต้องลองศึกษาของข้อมูลที่เป็นพื้นเพสำหรับปัญหานั้นๆ ลองดูว่าปัญหาที่เกิดแนวๆ รี้หรือกรณีที่ใกล้เคียง เขาแก้ไขกันอย่างไร และวิธีเหล่านั้นช่วยแก้ปัญหาได้จริงและยั่งยืนหรือไม่ หรือควรหาแนวทางใหม่ที่ดีกว่า
3 : มองหาทางแก้ไขที่เป็นไปได้ เมื่อคำนวณมาแล้ว สมมุติว่าทางแก้ไขที่เคยทำในปัญหานี้หรือกรณ๊ที่ใกล้เคียงกัน เขาใช้วิธีการแก้ไขที่ไม่ยั่งยืน เราอาจต้องลิสต์แนวทางการแก้ไขปัญหาอื่นๆ ที่พอจะเป็นไปได้ออกมาเป็นข้อๆ ให้เห็นภาพอย่างชัดเจน ซึ่งส่วนรี้หากเป็นงานกลุ่ม หรือการทำงานเป็นทีม เราสามารถขอความช่วยเหลือจากสมาชิกในทีมให้ช่วยกันระดมสมองได้
4 : ถึงเวลาตัดสินใจเลือก เมื่อมีลิสต์ทางออกแล้ว ลองทำการประเมินข้อดีข้อเสียของแต่ละทางแก้ปัญหา ว่าทางออกได้คุ้มค่าหรือประสิทธภาพมากกว่า โดยการคิดแก้ปัญหาและกระบวนการตัดสินใจอย่างเป็นระบบ ซึ่งต้องคำนึงด้วยกัน 3 อย่าง คือ
- การได้ประโยชน์สูงสุด (Maximize Utility) เป็นการเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด เป็ยไปได้มากที่สุด ให้ผลในทางบวกมากที่สุด และให้ผลในทางลบน้อยที่สุด ผลของทางเลือกทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดและค่าใช้จ่ายต่ำสุด หรือมีผลตอบแทนที่ได้กลับมามากกว่า
- ความพอใจสูงสุด (Maximize Satisfaction) การเือกทางเลือกที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ บางครั้งการเลือกแบบเน้นการได้ประโยชน์ อาจทำให้ทีมได้รับการยอมรับน้อย แต่ทางเลือกแบบเน้นความพึงพอใจ อาจทำให้มีผู้ยอมรับเห็นพ้องต้องกันมากกว่า
- ทางเลือกที่มีความเหมาะสมมากที่สุด (Optimizing) การเลือกทางเลือกที่ทำให้บรรลุเป้าหมายหลายอย่างพร้อมๆ กัน เป็นกลยุทธ์การตัดสินใจที่ทำให้เกิดผลที่ดีที่สุดในหลายๆ เป้าหมาย ซึ่งหากทไงานเป็นทีม อาจร่วมกันประเมินและตัดสินใจได้ โดยอาจมีแผนแก้ปัญหาสำรอง รองรับกรณีที่คิดว่าแผนแรกอาจมีช่องโหว่
5 : ลงมือแก้ปัญหาอย่างมีแบบแผน เมื่อมีแนวทางที่ชัดเจนแล้ว ก็ควรลงมือทำ โดยไม่เร่งรีบจนหลงลืมการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้ทางออกของปัญหาที่เลือกไว้นั้น มีประสิทธิภาพสูงสุด
6 : รอผลการแก้ปัญหา รวมทั้งประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่าทางแก้ไขนั้นมีผลเป็นอย่างไร เป็นไปตามที่เราคาดหวังหรือไม่ หรือควรเปลี่ยนไปเป็นแผนที่ได้มีการสำรองไว้
และเมื่อนำทั้ง 6 ข้อ มารวมกับทั้ง 3 หมวดดังกล่าวไว้ข้างต้น จะแบ่งได้ดังนี้

ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น ทักษะการแก้ปัญหาเป็นทักษะที่จะถูกหยิบมาใช้ทุกเมื่อเชื่อวัน ตั้งแต่การจะแปรงฟันแล้วยาสีฟันดันหมด ไปจนกระทั่งการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่คร่าชีวิตประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งทักษะดังกล่าวเป็นทักษะที่ช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยทักษะการแก้ปัญหา ยังครอบคลุมในหลายๆ ด้าน เช่น เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ เพราะการแก้ปัญหาเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์และประเมินตัวเลือกที่เหมาะสม มิหนำซ้ำยังเป็นแนวทางในการพัฒนาทักษะ Creative Thinking (ทักษะความคิดสร้างสรรค์) อีกด้วย เนื่องจากการจะแก้ปัญหาใดๆ ก็ตาม เราอาจต้องพึ่งพาวิธีการใหม่ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมและพัฒนาการที่ก้าวหน้า
จากทั้งหมดทั้งมวลนี้ Problem Solving Skill ไม่เพียงช่วยให้เรารับมือกับความท้าทายในชีวิตและการทำงานเท่านั้น หากแต่เป็นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะอื่นๆ ด้วย หากเราฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทักษะแขนงนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่นำพาไปสู่ความสำเร็จและความสุขในทุกด้านของชีวิตนั่นเองครับ
ว่าแล้วก็…พาตัวเองไปเจอปัญหาเยอะๆ นะครับ
Reference
1 : นลินทิพย์ คชพงษ์. (2561). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงจิตวิทยาเพื่อเสริมสร้างการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์สำหรับนักศึกาาวิชาชีพครู (ปริญญานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ). DSpace. DEVELOPMENT OF PSYCHOLOGICAL LEARNING MANAGEMENT MODEL TO PROMOTE CREATIVE PROBLEM SOLVING AMONG PRE-SERVICE TEACHERS
2 : Trueปลูกปัญญา. (23 มิถุนายน 2564). ทักษะการแก้ปัญหาและตัดสินใจ สกิลดีที่ต้องมีไว้ติดตัว (Problem Solving Skills). ทักษะการแก้ปัญหาและตัดสินใจ สกิลดีที่ต้องมีไว้ติดตัว (Problem Solving Skills)
3 : American Society for Quality. (n.d). WHAT IS PROBLEM SOLVING?. What is Problem Solving? Steps, Process & Techniques | ASQ
4 : David Swanson. (14 November 2023). Strategies To Develop Problem-Solving Skills In Students. One World International School. Strategies To Develop Problem-Solving Skills In Students
Categories
Hashtags