การอ่านเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้
Published: 21 September 2026
0 views

เมื่อยี่สิบถึงสามสิบปีก่อน หนังสือเล่มหนึ่งตกราคาต่อเล่มราวหลักบาท-หลักสิบ เมื่อฉันย่างเข้าอายุ 36 ปี ขณะนี้หนังสือที่น่าอ่านทั่วไปราคาต่อเล่มราว 200-400 บาท นับวันหนังสือก็ยิ่งแพงเป็นของที่เข้าถึงยาก อาจจะด้วยเพราะสื่อที่เรียนรู้ได้ฟรีและเข้าถึงได้อย่างสื่อสังคมออนไลน์มีมากมายจนต้นทุนการทำเล่มนั้นสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนเป็นช่องว่างระหว่างโลกเก่าแบบสายอนุรักษ์นิยมที่จ่ายไหว กับโลกใหม่ทุนนิยมที่เรียนรู้ผ่าน AI ได้หรือไม่ เป็นประเด็นที่น่าคิดต่อจากการเสวนา เรื่อง การสร้างวัฒนธรรมการอ่านเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมหนังสือไทย จัดโดย คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมจำรัส ฉายะพงศ์

วิทยากรโดย คุณณพัฏน์ จิตตภินันท์กัณตา กรรมาธิการและ สส.กรุงเทพฯ ธนบุรี-คลองสาน-ราษฎร์บูรณะ

คุณปนิธิตา เกียรติ์สุพิมล ผู้ก่อตั้ง P.S.Publishing

คุณนงลักษณ์ สุขใจเจริญกิจ ตัวแทนร้านหนังสืออิสระและสำนักพิมพ์ขนาดเล็ก

คุณภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรรมาธิการและสส.กรุงเทพฯ บางเขน-สายไหม-ลาดพร้าว

งานเสวนาเปิดด้วยชื่อหนังสือที่น่าสนใจอย่างวรรณกรรมไทยร่วมสมัย ชื่อเรื่อง เดนดาว Never die โดยชี้ให้เห็นว่า หนังสือเป็นทุนทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ของชาติ การอ่านย่อมเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้ทุกอย่าง หากไม่มีการอ่านและเขียน การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งเราควรตระหนักรู้ว่ามุมมองการอ่านเพื่อความจำเป็นทางวิชาการเป็นเสมือนการเริ่มต้นให้เกิดการอ่านแบบแกมบังคับ เหมือนในช่วงก่อนที่ทุกคนต้องผ่านวิชารักการอ่านจากหนังสือที่จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น ไม่สามารถอ่านเล่มอื่นได้ตามความสนใจ ซึ่งจะดีกว่านี้ไหมหากเรามีเสรีภาพทางการอ่านและได้รับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการตามความสมัครใจ

สถานการณ์ปัจจุบันของอุตสาหกรรมหนังสือมีวงจรการทำหนังสือสู่สายตาผู้อ่านโดยเริ่มจาก

ผู้แต่งหนังสือ - ภาพประกอบ, ปก - ผู้แปล - แก้ไขปรับแต่ง บรรณาธิการ ออกแบบตัวเล่ม - พิมพ์เล่ม - วางขาย - สู่ผู้อ่าน

สร้าง Infographic โดยใช้ Generative AI ; ChatGPT

จากการแลกเปลี่ยนของวิทยากรทำให้เราทราบว่า โครงสร้างอุตสาหกรรมหนังสือไทยมีอุปสรรคที่ทำให้สำนักพิมพ์และร้านหนังสือรายย่อยประสบปัญหาด้านต้นทุน เช่น การออกงานสัปดาห์หนังสือที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการออกงาน

นอกจากนี้การให้บริการหนังสือสู่สายตาผู้อ่านยังประสบปัญหาด้านต้นทุนมากเสียด้วย เนื่องจากการเปิดห้องสมุดประชาชนจำนวนมากทำให้มีหลายแห่งและปัญหาด้านการบริหารจัดการ มีเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์จำกัด ต้องควบคุมงบประมาณไฟฟ้าไม่สามารถเปิดแอร์ให้แก่ผู้ใช้บริการได้ตลอดทั้งวัน ขาดความหลากหลายของประเภทเนื้อหาในหนังสือ หนังสือไม่น่าสนใจ ไม่มีแรงจูงใจให้ประชาชนอยู่ภายในห้องสมุดได้นาน

จากประเด็นของปัญหาทำให้ชี้ไปยังการหาข้อแก้ไขด้วยว่า โครงสร้างเหล่านี้มาจากนโยบายภาครัฐที่ไม่ได้สนับสนุนการอ่าน เพราะรัฐบาลไทยไม่ได้ให้ความสนใจต่ออุตสาหกรรมหนังสืออย่างจริงจัง มีนโยบายเพียงชั่วคราวและการบริหารโครงการเป็นแบบระยะสั้นจากการจัดอีเวนต์ กระตุ้นเพียงน้อยนิดไม่ครบวงจรหรือส่งต่อไปให้ยั่งยืนสู่ระบบนิเวศการเรียนรู้ อีกทั้งงบประมาณสนับสนุนก็ลดลงเป็นอย่างมาก ขาดแคลนทุนแปลหนังสือ ขณะเดียวกันในสายอาชีพที่สนับสนุนการจัดการอย่างบรรณารักษ์กลับเปลี่ยนเป็นไม่บรรจุตำแหน่งข้าราชการ

โครงสร้างทางสังคมมีผลต่อวงการอุตสาหกรรมหนังสือด้วยขณะนี้หนังสือกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยจากค่าแรงขั้นต่ำไม่เพียงพอและจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ในขณะที่สื่อสังคมออนไลน์และ Generative AI ถูกผลักดันให้เกิดการใช้โดยทอนทักษะการเรียนรู้จากการอ่านและทำให้สมาธิสั้นลง การอ่านแบบรวดเร็วผ่านหน้าจอมีผลให้ผู้อ่านโดนรบกวนขัดต่อสมาธิได้ง่าย ไม่เหมือนกับการอ่านแบบตัวเล่มที่สามารถจดจำ ใคร่ครวญ และไตร่ตรองได้ดีกว่า

เมื่อชี้ชวนให้เห็นถึงปัญหาเหล่านี้ก็มีการถกคิดถึงวิธีการแก้ไข

  1. อย่างแรกคือการผลักดันเชิงนโยบาย นับว่าดีแล้วที่ไม่มีการบังคับให้อ่านหนังสือนอกเวลาบางเล่ม แต่เป็นการเพิ่มชั่วโมงรักการอ่านโดยให้นักเรียนเลือกเล่มใดก็ได้ที่ชอบมาอ่านแล้วมาเขียนสรุป ซึ่งสามารถขยายแนวคิดนี้ด้วยการตั้งชมหนังสือ โดยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างครูกับนักเรียน
  2. พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัลให้เห็นความหลากหลายของหนังสือ สร้างบรรยากาศให้น่าสนใจ มีวิชาชีพบรรณารักษ์เพื่อใส่ใจต่อคุณภาพของห้องสมุด
  3. กระจายอำนาจการจัดซื้อหนังสือให้ห้องสมุดแต่ละแห่งสามารถเลือกซื้อหนังสือได้ตามความต้องการของคนในพื้นที่
  4. สนับสนุนร้านหนังสืออิสระ มีความร่วมมือกันระหว่างห้องสมุดประชาชนกับร้านหนังสืออิสระ ในบางสถานที่อาจจะไม่ต้องเพิ่มห้องสมุดแต่ปรับร้านหนังสืออิสระให้เป็นห้องสมุดชุมชนได้
  5. มอบคูปองหนังสือให้ประชาชน แจกคูปองซื้อหนังสือให้คนที่มีอำนาจการซื้อไปอยู่ในมือประชาชน ซึ่งในแนวคิดนี้ผู้เขียนคิดว่า สามารถทำให้เป็นวงจรโดยคูปองเริ่มได้จากการสะสมไมล์ของการเข้าชมแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในประเทศขยายจากกรอบนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
  6. พิจารณาจัดตั้ง "สถาบันหนังสือแห่งชาติ" เป็นแนวคิดที่ต้องการควบคุมการจัดสรรงบประมาณ ทิศทางเชิงนโยบายให้เกิดอุตสาหกรรมหนังสือในประเทศและต่างประเทศที่โปร่งใสและยั่งยืน
  7. ส่งเสริมการอ่านเป็นอาชีพ แสดงศักยภาพของการสร้างรายได้จากอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ทั้งผู้ผลิต ผู้จัดการ/ควบคุมเนื้อหา เช่น นักเขียน นักแปล นักออกแบบหน้าปก ภาพประกอบ บรรณาธิการ นักเขียนบล็อก เป็นต้น


ข้อคิดเห็นจากการเข้าร่วมฟังบรรยายในครั้งนี้ คิดว่า ได้แนวคิดจาก Reading Culture ควรมองเป็น Learning Culture มากกว่า เพราะประเด็นไม่ควรหยุดอยู่ที่ยอดขายหนังสือหรือจำนวนหนังสือที่อ่านแต่ขยายไปถึงบทบาทของห้องสมุด สำนักพิมพ์ เทคโนโลยีและ AI ในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ได้ ด้วยผู้เขียนมีความเห็นว่าในบริบทของโลกปัจจุบัน การส่งเสริมการอ่านอาจไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงการส่งเสริมอุตสาหกรรมหนังสือเท่านั้น เพราะรูปแบบของกาเรรียนรู้ของผู้คนได้ขยายไปสู่สื่อและช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งวิดีโอ คอนเทนต์บนสื่อสังคมออนไลน์ แหล่งเรียนรู้แบบเปิด ตลอดจนการใช้ AI ในการค้นคว้าและการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ ซึ่งแม้ปัจจุบันรูปแบบสื่อจะเปลี่ยนไป แต่การอ่านยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านอย่างรวดเร็วเพื่อจับประเด็นสำคัญ (Skimming) การอ่านเชิงลึก (Deep Reading) การวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูล ตลอดจนการตั้งคำถามจากสิ่งที่อ่านเพื่อนำไปสู่คำตอบเพิ่มเติม ดังนั้น สิ่งที่ควรส่งเสริมอ่านไม่ใช่เพียงการทำให้ "อ่านมากขึ้น" แต่ควรพัฒนาไปสู่การทำให้คน อ่านเป็น คิดเป็น ตั้งคำถามเป็น และเรียนรู้ต่อได้ เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยเหตุนี้อุตสาหกรรมหนังสือจึงอาจไม่จำเป็นต้องถูกมองว่าปลายทางเป็นการส่งเสริมการอ่าน แต่สามารถเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศหรืออุตสาหกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงหนังสือกับแหล่งเรียนรู้หลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกันเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้กับผู้คน และอีกหนึ่งส่วนความสำคัญของการสนับสนุนอุตสาหกรรมการพิมพ์นั้น เพราะในวงจรของการเรียนรู้หนังสือเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ผ่านการเรียบเรียงความคิดเชิงลึกโดยสมบูรณ์ที่ทำให้เกิดการค้นคว้า ต่อเนื่อง จับต้องได้ ทุกคนเข้าถึงได้

สร้าง Infographic โดยใช้ Generative AI ; ChatGPT

Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...