การหลอมรวมวัฒนธรรมมีมาแต่เนิ่นนาน
Published: 23 August 2023
6 views

จากงานเสวนา "พระจอมเกล้าฯ ในมิติที่คุณไม่รู้จัก : Modernization เข้าโลกตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม" ในวันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 10.00-12.00 น. รับชมการบรรยายเต็มรูปแบบที่ KMUTT Facebook Video ย้อนหลัง

โดย ผศ.ดร.สาระ มีผลกิจ อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และ ดร.ศรัณย์ มะกรูดอินทร์ อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย 

พระราชพิธีสังเวยพระป้าย เป็นพระราชพิธีที่มีมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) สะท้อนพระราชดำริด้านการหลอมรวมวัฒนธรรมและการอยู่ร่วมกันของชนหลายเชื้อชาติ พระองค์ทรงมีสายพระเนตรว่าสยามไม่อาจดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว หากต้องผูกสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ และมองชนชาติอื่นเสมือนฉันมิตร วัฒนธรรมจีนเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมสำคัญที่อยู่คู่กับสยามมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งจากความสัมพันธ์ทางการค้าและเชื้อสายจีนของราชวงศ์ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 พระราชพิธีในเทศกาลตรุษจีนจึงเป็นภาพสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่อยู่ในพระราชหฤทัย ไม่ว่าจะเป็นจีน พราหมณ์ หรือชนชาติอื่น หลักฐานใน ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 7 ตอนที่ 37 หน้า 324 วันที่ 14 ธันวาคม จุลศักราช 1890 ระบุถึง “การแต้มป้ายตามพิธีจีน” และ “พระราชพิธีสังเวยพระป้าย” ว่าเป็นธรรมเนียมของชาวจีนที่ยึดถือการบูชาบรรพบุรุษเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อแสดงความกตัญญูและคุณธรรม ซึ่งเคยมีขึ้นแล้วตั้งแต่ครั้งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต และจัดขึ้นอีกครั้งเมื่อรัชกาลที่ 4 เสด็จสวรรคต

ภาพจากเว็บไซต์สยามเรเนซองส์

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบพระราชพิธี โดยเพิ่มการพระราชกุศลและแต้มพระป้ายพระนามของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ ก่อนเชิญไปประกอบพิธี ณ พระราชวังบางปะอิน เพื่ออุทิศถวายเป็นการฉลองพระเดชพระคุณและเป็นที่มาของพิธีสังเวยพระป้าย ดังรายละเอียดปรากฏในราชกิจจานุเบกษา อ่านเพิ่มเติม

“พระราชพิธีสังเวยพระป้าย” หรือ “การแต้มป้ายตามพิธีจีน” เป็นธรรมเนียมของชาวจีนที่ดีงาม สำหรับพระป้าย นั้น ชาวจีนเรียกว่า เกสิน หมายถึง ป้ายชื่อของบรรพบุรุษ บุพการีที่ตั้งไว้ สำหรับบูชาประจำบ้าน เป็นประเพณี ธรรมเนียมจีน ที่เคารพนับถือ กตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ การบวงสรวง บูชา เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ส่งผลให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่ผู้ปฏิบัติและครอบครัว

 การพระราชพิธีสังเวยพระป้ายที่พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต มีกำหนดการสังเวยในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑ ตามปฏิทินจีน ซึ่งก็คือวันตรุษจีน (วันขึ้นปีใหม่) มีการพระราชพิธีนี้สืบมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน

ที่มาภาพ (หน่วยราชการในพระองค์, 2566)

พระบรมฉายาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์แบบฮ่องเต้ (ซ้าย) สันนิษฐานว่า เป็นฝีมือของช่างจีนเขียนส่งมาถวาย ปรากฏอยู่ที่พระที่นั่งเวหาศจำรูญพระราชวังบางปะอินและพระราชวังสวนดุสิต

อ้างอิง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. สำนักหอสมุด, วรจิตติ์ ปิยะภาณี, นิตยา บุญปริตร, & ลดาวัลย์ ศรีธวัช ณ อยุธยา. (2548). พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.

วสันต์ ญาติพัฒ. เทศกาลตรุษจีน ตอนที่ ๒ จาก "เลี้ยงพระตรุษจีน" สู่ "พระราชพิธีสังเวยพระป้าย". URL: https://www.finearts.go.th/pranakornkeereemuseum/view/24655-ทศกาลตรุษจีน-ตอนที่-๒-จาก--เลี้ยงพระตรุษจีน--สู่--พระราชพิธีสังเวยพระป้าย-, สืบค้นเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2569.

สำนักพิมพ์สยาม เรเนซองส์. บทความพิเศษ พระราชพิธีสังเวยพระป้าย. URL: https://siam-renaissance.com/contents/special/พระราชพิธีสังเวยพระป้าย/, สืบค้นเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2569.

หน่วยราชการการในพระองค์. (2566). พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพิธีสังเวยพระป้าย เนื่องในเทศกาลตรุษจีน พุทธศักราช 2566. URL: https://www.royaloffice.th/2023/01/23/สังเวยพระป้าย66/, สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2566.

Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...