นิทรรศการ KMUTT Learning Innovation สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา มีหลากหลายผลงานรวมถึงแลปที่น่าสนใจ โดยศูนย์วิจัยหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ศูนย์ CASB (Center for Agricultural Systems Biology) โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ตรีนุช สายทอง คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจธ. บอกเล่าถึงศูนย์วิจัยที่มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหารด้วยตนเอง
นอกจากนี้อาจารย์ยังเรียบเรียงมาเป็นรูปแบบบทความให้โดยเนื้อหาต่อไปนี้
ปัญหาและแรงบันดาลใจ
ความแปรปรวนของสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังสร้างความไม่แน่นอนต่อผลผลิตทางการเกษตร และกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประชากรโลก ประเทศไทยในฐานะประเทศเกษตรกรรมก็ได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง ความไม่เสถียรของภาคการผลิตทางการเกษตรส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมตลอดห่วงโซ่คุณค่าจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ท้าทายต่อองค์ความรู้และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาและสร้างความสามารถในการจัดการความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูก ทำให้สามารถตั้งรับต่อเหตุการณ์ที่อาจไม่เป็นไปตามปกติ รองรับต่อสภาวะวิกฤตได้อย่างยืดหยุ่น และตอบสนองได้ทันท่วงทีบนพื้นฐานของการสร้างสมดุลของการได้ผลผลิตสูงสุดโดยใช้ทรัพยากรที่เหมาะสม ไม่สร้างปัจจัยที่จะเพิ่มความรุนแรงของปัญหาที่จะวนกลับมาซ้ำเติมเราในอนาคต
ศูนย์วิจัย CASB ยึดแนวทาง “แก้ปัญหาเดิม ไม่เพิ่มเติมปัญหาใหม่” โดยมุ่งพัฒนาเครื่องมือและนวัตกรรมเพื่อการเกษตรที่สามารถ
- ตรวจวัดและคาดการณ์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการผลิต
- ประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
- สนับสนุนการตัดสินใจเลือกแนวทางจัดการที่เหมาะสม
ด้วยความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงระบบ การถอดรหัสความซับซ้อนทางสรีรวิทยาของสิ่งมีชีวิต ตั้งแต่ระดับพันธุกรรม จนถึงการตอบสนองเชื่อมกับสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย CASB ได้พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อน การเกษตรอัจฉริยะรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate-Smart Agriculture: CSA) และ เกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ที่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงทีและแม่นยำ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการคาดการณ์ จัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความมั่นคงยั่งยืนของระบบการผลิตทางการเกษตร
ขั้นตอนและความท้าทายในการพัฒนา
การพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับ Climate-Smart Agriculture (CSA) จำเป็นต้องบูรณาการข้อมูลจากหลายมิติ ทั้งสภาพภูมิอากาศ ดิน น้ำ และสรีรวิทยาของพืช จึงทำให้การทำงานแบบสหสาขาวิชามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากนักวิจัย นักวิชาการเกษตร นักวิเคราะห์ข้อมูล วิศวกร และเกษตรกร ซึ่งต่างมีพื้นฐานและมุมมองที่หลากหลาย นอกจากนี้ประเทศยังเผชิญข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล ทั้งในด้านการเข้าถึง การลงทุน และระบบสนับสนุน ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องจัดการ เพื่อให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทไทยและนำไปใช้ขับเคลื่อนภาคเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์
ปัจจุบัน CASB มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ควบคู่กับระบบแพลตฟอร์ม (platform) ที่สนับสนุนการทำเกษตรแบบ Climate-Smart Agriculture (CSA) โดยใช้มันสำปะหลังเป็นพืชต้นแบบ ทั้งนี้ ได้พัฒนาเครื่องมือสนับสนุนตลอดห่วงโซ่การผลิต อาทิ เช่น การพัฒนาดัชนีคุณภาพท่อนพันธุ์ เพื่อใช้คัดเลือกท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพสูงก่อนปลูก ช่วยเพิ่มโอกาสให้ได้ผลผลิตที่ดีและสม่ำเสมอ การพัฒนาแบบจำลองการให้น้ำ DIRECTION model ซึ่งคำนวณความต้องการน้ำจริงของพืช เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำ และการใช้ประโยชน์จากพืชมันสำปะหลังในการดูดจับและเปลี่ยนก๊าซเรือนกระจกสู่ผลผลิตทางอาหาร สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero Carbon ด้วยแนวคิด carbon farming ที่ช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ชักชวน
มาร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และ อนาคตใหม่ของเกษตรไทย จากการทำเกษตร ผลผลิตสูงอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของการใช้องค์ความรู้ และข้อมูล ในการสร้างความสมดุลระหว่าง “Plant + People + Planet” ให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด และสร้างอนาคตเกษตรไทยที่มั่นคง ยั่งยืน และเข้มแข็ง
ข้อมูลเพิ่มเติม
ศูนย์วิจัย CASB : https://bml.kmutt.ac.th/v2/
ผลงานวิจัยรองศาสตราจารย์ ดร.ตรีนุช สายทอง
เรียบเรียงโดย รศ.ดร.ตรีนุช สายทอง และทีม CASB
ลงบทความโดยอารยา ศรีบัวบาน นักบรรณสารสนเทศ สำนักหอสมุด มจธ.
Categories
Hashtags