ใครที่เคยมาหอบรรณสารสนเทศ ชั้น 2 สำนักหอสมุด มจธ. แล้วส่อง ๆ มอง ๆ ที่ตู้กระจกจะสังเกตเห็นได้ว่า มีอยู่ตู้หนึ่งมีอุปกรณ์คล้าย Talking-Dict ที่นักศึกษาสมัยนี้น่าจะไม่รู้จักแล้วเพราะมี AI translate ผ่านโทรศัพท์มือถือกันหมด แต่จะเล่าย้อนไปว่า ก่อนจะมี Talking-Dict ใช้กันอย่างแพร่หลายในวัยรุ่นยุค 90's นั้นมันมีเครื่อง Dictionarator มาก่อน มีความเป็นมาอย่างไร ความเป็นมาของระบบแปลภาษาสามารถย้อนไปอ่านได้ที่บทความ ระบบแปลภาษา ด้วยทางทีมสำนักหอสมุดได้ขอเข้าสัมภาษณ์กับศาสตราจารย์ ดร.บุญเจริญ ศิริเนาวกุล เกี่ยวกับความเป็นมาส่วนนี้จึงทำให้ได้รับรู้ทั้งโครงการแปลภาษาด้วยคอมพิวเตอร์ และโครงการจัดทำ Dictionarator นี้ด้วย จึงอยากจะนำส่วนหนึ่งของการสัมภาษณ์มาเล่าให้ฟัง
"ด้วยความที่ในตอนนั้นทีมของไทยทำงานด้านการรวบรวมศัพท์ภาษาไทย ไวยากรณ์ไทย โดยต้องขอลิขสิทธิ์กับผู้รวบรวมไว้ทำพจนานุกรม อย่างบริษัทไทยวัฒนาพานิช ที่ให้นำพจนานุกรมของ ส.เสธบุตร มาเป็นฐานข้อมูล"
เมื่อเล่าถึง Dictionarator เครื่องแปลภาษาอังกฤษ-ไทย ไทย-อังกฤษ ในสมัยเมื่อประมาณ พ.ศ. 2534 อาจารย์เล่าให้ฟังว่า
สมัยนั้นมีอยู่ประมาณสองสถาบันที่ทำเครื่องแปลภาษา น่าจะมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ มจธ.เรา ซึ่งบริษัทก็มาติดต่ออาจารย์บุญเจริญ และทีมวิจัยให้ช่วยสร้างเครื่องแปลภาษาให้ โดยอาจารย์ก็ระดมทีมจากวิศวกรรมคอมพิวเตอร์บ้าง ภาควิชาอิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้าบ้างให้มาช่วยกันทำ
คณะวิจัยที่ปรากฏในเอกสารเผยแพร่ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญเจริญ ศิริเนาวกุล หัวหน้าคณะผู้วิจัย (ปัจจุบันอาจารย์เป็นศาสตราจารย์แล้ว) ผศ.นวลทิพย์ ตันติเศวตรัตน์ ผศ.กัลยา นฤตมกุล อาจารย์พรพจน์ หันหาบุญ นางสาวแก้วใจ จันทร์เจริญ นางสาวนิศานาถ แท่นนิล นางสาวธีรนุช โชคสุวณิช นายปิยพงศ์ สุรินทร์วรางกูร และนางสาวมณฑิกา บริบูรณ์ โดย Dictionarator มีทั้ง Version 1 และ Version 2 ที่ปรับปรุงและพัฒนาให้สามารถแสดงตัวอักษรได้มากบรรทัดขึ้น เพิ่มเทคนิคการค้นหาคำศัพท์ย่อย คำเหมือน คำตรงกันข้าม การแก้ไขคำผิดอย่างง่าย แป้นใหญ่ขึ้น เป็นต้น

(ภาพถ่ายจาก จิณพัฒน์ หลงสวาสดิ์, 2568)
Dictionarator Ver.2
การทำงานที่ออกสู่การวางขาย
ทีมงานเริ่มต้นจากการพัฒนาฮาร์ดแวร์และใส่ซอฟต์แวร์ลงไป โดยประกอบคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กขึ้นมาเอง ใช้บอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก จัดหาจอแสดงผลมาทดลองใช้งานสร้างเป็นเครื่องต้นแบบแนวคิด เมื่อต้นแบบเสร็จเรียบร้อยจึงนำไปเสนอให้กับบริษัทซึ่งบริษัทส่งต่อไปยังโรงงานผลิต (บริษัท Alltronics Technology Co.,Ltd.) เป็นบริษัทผลิตที่ฮ่องกง เขาบอกว่า ต้นทุนของฮาร์ดแวดร์ยังสูงไป อาจารย์จำได้ว่าCPU รุ่น Intel 80286 ซึ่งในขณะนั้นราคาค่อนข้างแพง ทางโรงงานจึงเสนอให้เปลี่ยนใช้ CPU รุ่นอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่า ส่งผลให้ทีมพัฒนาจำเป็นต้องปรับแก้ซอฟต์แวร์ทั้งหมดใหม่ เนื่องจากซอฟต์แวร์เดิมที่เขียนด้วยภาษา C มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่ฮาร์ดแวร์ใหม่จะรองรับได้ เพื่อแก้ปัญหานี้จึงต้องแปลงซอฟต์แวร์จากภาษา C เป็นภาษา Assembly และก็จ้างบริษัทในประเทศอังกฤษ (บริษัท Fanfare Electronics Co.,Ltd.) ช่วยเขียนโค้ดในส่วนนี้ ด้วยความที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน อาจารย์จึงต้องเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในการช่วยเขียนโปรแกรมและทำหน้าที่ตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของโค้ด (Verify code) เพื่อให้ระบบทำงานได้ถูกต้องตามที่ออกแบบไว้
อดสงสัยไม่ได้ว่า ราคาแพงไหม จึงถามราคาเครื่องกับอาจารย์
ปรากฏว่า เครื่อง Dictionarator สมัยนั้นที่ออกวางขายถือว่ามีราคาสูงทีเดียว ราว ๆ 7-8 พันบาท (แอบถามเงินเดือนอาจารย์จบปริญญาเอก อ.ว่าได้เดือนละประมาณหมื่นกว่า ๆ) แต่ซื้อในสถาบันเราจะราคาถูกกว่ามากราว 1 พันกว่าบาท จึงมีคนมาซื้อกันในมหาวิทยาลัยเราจำนวนมาก
เรื่องเล่าน่าประทับใจ
เมื่อดำเนินการผลิตเครื่องมาจนสำเร็จ เราก็อยากทำขึ้นมาประมาณ 10 เครื่อง (Dictionarator ED-40K) เพื่อถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะสมัยนั้นถือว่าเป็นของใหม่ ด้วยความที่ในโลกเพิ่งจะวางขายก่อนเราได้ไม่นาน ผมก็เลยให้ทางอังกฤษ (ที่เขียน Assembly code แล้วให้อ.ไปช่วย Verify) ช่วยทำตัวอักษรที่เปิดเครื่องแล้วปรากฏบนหน้าจอเหมือนสมัยนี้ที่มีคำว่า Hello หรือ สวัสดี ให้ปรากฏคำว่า "ทรงพระเจริญ" ถือเป็นเครื่องเวอร์ชั่นพิเศษเป็นความน่าประทับใจ
อาจารย์เล่าว่า เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นข้อความดังกล่าวแล้วน่าจะรู้สึกประหลาดใจเพราะรับสั่งให้ไปเข้าเฝ้าฯ ในคณะวิจัยที่ทำงานกันนั้นไม่ได้ร่วมเข้าเฝ้าฯ ทุกคน แต่คนที่ได้ไปก็จะเห็นรอยยิ้มของพระองค์ท่าน ในความรู้สึกที่ว่า "คนไทยทำได้" และช่วงเวลาที่ได้เข้าเฝ้าฯกับพระองค์ท่านนั้นเกินกว่าในหมายกำหนดการที่ให้ไว้ด้วย เพราะพระองค์ทรงใช้เครื่อง Dictionarator เลย จาก 30 นาที ปรากฏว่า ท่านซักถามรายละเอียดต่าง ๆ กับการทดลองใช้งานเครื่องนั้นทอดเวลาเป็นเกือบชั่วโมง พระองค์ตรัสชมว่า ดีใจที่มีคนไทยที่สามารถทําเรื่องพวกนี้ได้ ประทับใจอยากจะสนับสนุนให้คนไทยมีความคิดด้านนวัตกรรมแบบนี้เยอะๆ
แล้วหลังจากนั้นก็เผยแพร่ตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์เพราะสมัยนั้นยังไม่มีโซเชียลและเผยแพร่ให้พระองค์ทอดพระเนตรอีกครั้งในโครงการรวมของการแปลภาษาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์(ภาษาไทย-อังกฤษ-ญี่ปุ่น-จีน) โดย อ.นวลทิพย์ ตันติเศวตรัตน์ ในงานนิทรรศการเทคโนโลยีครั้งที่ 6 ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เมื่อวันที่ 24-31 ตุลาคม 2534
บรรณานุกรม
(บุญเจริญ ศิริเนาวกุล, นักวิจัยที่น่ารู้จัก, 3 ธันวาคม 2568)
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. 2534. สรุปการจัดงานนิทรรศการเทคโนโลยีครั้งที่ 6 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 24 - 31 ตุลาคม 2534. สืบค้นเมื่อ 16 ธันวาคม 2568, URL: https://modps71.lib.kmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1171?show=full.
Categories
Hashtags