AI for KMUTT Librarian
Published: 17 August 2026
10 views

เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาได้รับโอกาสให้มาแชร์ผลจากการอบรมของบรรณารักษ์สาย catalog ซึ่งได้สรุปเป็นเนื้อหาเอาไว้ผ่านซีรี่ย์บทความ รู้ทัน AI เสริมสมรรถนะบรรณารักษ์วิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ หลังจากนั้นตัวของอารยาเองก็ได้ใช้ ChatGPT เป็นผู้ช่วยในการจัดการงานมาโดยตลอด ซึ่งในการปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ อายาอาจจะไม่ได้ทำงานบรรณารักษ์สายตรงในแบบที่จบมาแต่ใช้ Core Librarian ปรับไปกับบริบทงานต่าง ๆ ChatGPT จึงเป็นเหมือนเพื่อนคู่คิด อันไหนที่เรายังทู่ ๆ ไม่แน่ใจอยู่ก็ลับคมเพิ่ม อันไหนที่เราเก่งก็ให้เพื่อนมาช่วยเสริม ก่อนที่จะมาเขียนบทความนี้ก็ได้ศึกษาวิธีการของตนเองว่าถูกผิดหรือไม่อย่างไรไปเปรียบเทียบมากับหลายคลิปวิดีโอ แต่คลิปนี้ครบครันสุดหากอยากจะไปศึกษาเพิ่มเติมก็ไปลองดูกันได้ คลิก

ไม่ว่าจะเป็นสายอาชีพไหนก็ควรรู้ AI อยู่แล้ว แต่บรรณารักษ์ควรรู้ AI ไปเพื่ออะไรบ้าง คำตอบนี้ถ้าจะให้เล่าดี ๆ คงต้องพิมพ์เป็นบทความใหม่อีกฉบับ แต่สั้น ๆ ก็คือ บรรณารักษ์มีฐานะเป็นตัวกลางความน่าเชื่อถือของข้อมูล เมื่อสังคมคาดหวังขนาดนี้ ในฐานะผู้ช่วยในการประเมินคำตอบของ AI เราจึงต้องรู้ AI มาก ๆ บทความนี้จึงจะมีเนื้อหารวมสองส่วนให้ผู้อ่านมองหาแก่นสำคัญ ได้แก่ การใช้ Function ของ ChatGPT เพื่อการทำงานจริง กับ การใช้ AI ช่วยงานอะไรบ้าง

ภาพรวม ChatGPT ที่อารยาใช้จริง

แบ่งเป็น 4 ส่วนการทำงาน ได้แก่ Scheduled, Project & Custom GPTs, Prompts และ Setting

  1. Scheduled - เป็นฟีเจอร์การใช้งานเพื่อติดตามหรือแจ้งเตือนเราได้ แต่กับสายงานสารสนเทศ มีแนวคิดว่า ควรติดตามข้อมูลเป็นระยะแล้วนำสิ่งใหม่ ๆ มาความรู้กับเรา อารยาจึงใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อตั้งเวลาในทุก ๆ วัน...ของสัปดาห์ เวลา... เพื่อสรุปข่าวด้านสิ่งแวดล้อม ข่าววิจัยใหม่ในแวดวงบรรณารักษ์ เป็นต้น จาก Prompt เช่น "ช่วยสรุปข่าวงานวิจัยเกี่ยวกับแวดวงบรรณารักษ์หรือสารสนเทศศาสตร์ของโลกทุก ๆ วันศุกร์รายสัปดาห์เวลา 08.30 น." รายละเอียดดังภาพนี้



2. Project & Custom GPTs : ยังคงเป็นการใช้ GPTs ที่เน้นการใช้ Chat เพื่อการถาม-ตอบ สองฟีเจอร์นี้มีความคล้ายคลึงกัน โดย Custom GPTs หรือ My GPTs หรือสัญลักษณ์รูปกล่องแล้วมีคำว่า GPTs คือการให้ ChatGPTs ทำงานให้ด้วยสกิลเฉพาะเพื่องานบางอย่างทำแล้วจบไป เช่น งานด้านการตลาดมันก็จะมีเครื่องมือต่าง ๆ มาแนะนำให้ช่วยงานเรา แต่สำหรับ Projects งานที่ทำต่อเนื่อง โดยการตั้งโฟลเดอร์แยกกันในแต่ละ Projects จะสามารถใส่ Source ความรู้ข้อมูลในเรื่องต่าง ๆ ให้ ChatGPT ตอบ รวมถึงใส่ Instructions ว่า ให้มีบทบาทการตอบในแบบไหนบ้าง ส่วนใหญ่อารยาใช้แบบ Projects

เพื่อให้ตอบหรือช่วยงานในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันให้แยกเป็นเรื่อง ๆ ไป งานที่ให้ AI ช่วย แต่ละบทบาทแบ่งออกเป็น งานด้านประวัติศาสตร์ งานด้านบรรณารักษ์ งานด้านการเขียน งานบริหารจัดการทั่วไป งานด้านการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ และงานด้านการพัฒนาระบบ ฯ ด้วยคุณลักษณะที่แตกต่างกัน จึงแบ่งโฟลเดอร์แยกตามความสามารถของ AI

เทคนิคเฉพาะ > เมื่อแบ่งโฟลเดอร์แล้ว ให้ ChatGPTs ตอบมา หรือใส่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานไปจนรู้สึกว่ามันโอเค จำได้ เข้าใจบริบทในระดับนึงแล้วค่อยให้ Memory มันทำเป็น Instructions ออกมา ซึ่งในการ prompt ครั้งแรก ๆ ของการแยกโฟลเดอร์แล้วใช้งานไว้จึงควรระบุตามลักษณะ Prompt ที่ดี

3. Prompt ที่ดีควรทำให้ AI เข้าใจ ประกอบด้วย บริบทงานที่ต้องใช้ งานที่จะให้ทำ และรูปแบบคำตอบที่คาดหวัง ตัวอย่างนี้เป็น prompt สำหรับการแนะนำวิจัยจากการค้นเบื้องต้นจากทรัพยากรหอสมุดแล้วต้องการข้อมูลวิจัยที่ลึกขึ้น เช่น

"คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน bibliometrics และการจัดการของเสียอันตราย

ช่วยวิเคราะห์รายการบทความที่ให้ไว้ เพื่อระบุแนวโน้มการวิจัยและช่องว่างงานวิจัยสำหรับใช้พัฒนาหัวข้อวิทยานิพนธ์

บริบท:

- กลุ่มเป้าหมายคือนักวิจัยและนักศึกษาปริญญาโท

- เน้นบทความช่วงปี 2015–2025

- ให้ความสำคัญกับ keywords, วิธีวิจัย, ประเทศ/สถาบัน และประเด็นที่ยังศึกษาไม่เพียงพอ

วิธีดำเนินการ:

1. จัดกลุ่มบทความตามประเด็นหลัก

2. ระบุแนวโน้มที่ปรากฏ

3. เปรียบเทียบหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากและน้อย

4. เสนอช่องว่างงานวิจัย 3–5 ประเด็น

5. เสนอคำถามวิจัยเบื้องต้นสำหรับแต่ละช่องว่าง

ข้อกำหนด:

- ใช้ภาษาไทยเชิงวิชาการ

- แยกข้อมูลที่ปรากฏในชุดข้อมูลออกจากข้อเสนอเชิงอนุมาน

- หากข้อมูลไม่เพียงพอ ให้ระบุอย่างชัดเจน

- ห้ามสร้างข้อมูลการอ้างอิงหรือค่า citation ที่ไม่มีในข้อมูล

รูปแบบคำตอบ:

แสดงเป็นหัวข้อย่อย และใช้ตารางสำหรับสรุปช่องว่างงานวิจัย"

4.ส่วนการ Setting ต่าง ๆ ส่วนที่ใช้มีอยู่สองส่วน คือ ส่วน personalization ที่ชื่อของเราเมื่อคลิกแล้วจะมีปุ่มนี้อยู่ กำหนดรูปแบบคำตอบ ในระดับความสามารถหรือโทนที่เราต้องการ และ Data control

นอกจากนี้ยังมีอะไรที่เรียนรู้ให้ใช้งานได้อีกมาก เช่น การใช้คำสั่งลัด @ ต่างๆ ก่อนพิมพ์ chat เข้าไปเพื่อให้ทำงานแต่ละด้านได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการใช้ Model แต่ละแบบ Instant , Advanced ผู้ที่ใช้ ChatGPTs ยังคงใช้ประโยชน์ได้อีกมาก

การใช้ AI โดยส่วนตัวที่คิดว่าควรให้ความสำคัญ คือ การรู้สารสนเทศ Literacy เพราะการใช้งานที่ดีไม่ได้เพียงอยู่ที่คำสั่งของเราเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการที่ผู้ใช้ ใช้ทักษะการอ่าน จับใจความจากคำตอบที่ได้ ทำความเข้าใจโดยยังไม่ปักใจเชื่อแล้วตั้งคำถามกลับ ผู้ใช้อาจจะเพิ่มเทคนิคความคิดแบบเป็นตารางเพื่อช่วยในการจัดระเบียบความคิดแยกแยะ ข้ออ้าง ข้อเท็จจริง ข้อสนับสนุน ข้อขัดแย้ง หลักฐานประกอบ วันที่ของแหล่งข้อมูล ลิงก์ต้นทาง ซึ่งหลักคิดเหล่านี้มาจากการประเมินความน่าเชื่อถือของการใช้สารสนเทศมาบูรณาการร่วมได้ทั้งนั้น

บทความนี้ประกอบการนำเสนอในกิจกรรม KM ของหอสมุด มจธ.

ในวันที่ 19 สิงหาคม 2569

Comments
To join the comment, please sign in.
Sign in
Don’t have an account? Register
Loading comments...