ในยุคที่คำว่า “เงินเดือน” อาจไม่เพียงพอสำหรับความมั่นคงในระยะยาว การเข้าใจเรื่องการเงินไม่ใช่เรื่องของคนทำงานเท่านั้นอีกต่อไป แต่กลายเป็น “ทักษะชีวิต” ที่ควรเริ่มตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา นี่คือที่มาของโครงการ KMUTT-FLPI 101: Financial Literacy and Personal Investment : การวางแผนการเงินและการลงทุนในวัยนักศึกษา เป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ไม่ได้สอนแค่ “หาเงิน” แต่สอนให้ “อยู่กับเงินอย่างเข้าใจ” ซึ่งได้จัดขึ้นจำนวน 4 หลักสูตร ในช่วงระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ – 23 มีนาคม 2569 ตลอดระยะเวลา เกือบ 1 เดือน มีผู้เข้าร่วมโครงการในแต่ละหลักสูตร ประมาณ 100 คน เรามาฟังเสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมโครงการกัน



จุดเริ่มต้น: เมื่อ “การเงิน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ท่ามกลางชีวิตนักศึกษาที่เต็มไปด้วยการเรียน การทำกิจกรรม และการค้นหาตัวเอง “เรื่องเงิน” อาจเคยเป็นเพียงเรื่องไกลตัว หรือเป็นสิ่งที่หลายคนคิดว่า “ค่อยคิดตอนทำงานก็ยังไม่สาย” แต่สำหรับนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในโครงการนี้ พวกเขาเริ่มมองเห็นบางอย่างที่แตกต่างออกไป—อนาคตที่ต้องอาศัย “ความเข้าใจ” มากกว่าการ “หาเงิน”
“รู้สึกว่าความรู้ทางการเงินเป็นเรื่องสำคัญ… และควรเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ”
เสียงเรียบง่ายของ ภาวินี โอ่งเพ็ชร นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมเครื่องมือและวัสดุ สะท้อนให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นที่ไม่ได้เกิดจากปัญหา แต่เกิดจากการ “มองไกล” ไปข้างหน้า สำหรับเธอ การเรียนรู้เรื่องการเงินไม่ใช่เรื่องจำเป็นเฉพาะเมื่อเกิดวิกฤต แต่คือการเตรียมความพร้อมให้ชีวิตตั้งแต่วันนี้ เพราะเธอเชื่อว่า การเริ่มต้นก่อน ย่อมเปิดโอกาสให้สร้างความมั่นคงได้มากกว่าในวันข้างหน้า
ในอีกมุมหนึ่ง แม็กซ์ ระพีพัฒน์ สิทธิวรวัฒน์ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ เลือกมองโครงการนี้ในฐานะ “สนามทดลองทางความคิด”
“ผมศึกษาเรื่องการเงินอยู่แล้วครับ… เลยอยากมาทดสอบ mindset แล้วก็เติมสิ่งที่ยังขาด”
สำหรับแม็กซ์ การเข้าร่วมครั้งนี้ไม่ใช่การเริ่มต้นจากศูนย์ แต่เป็นการ “ต่อยอด” และ “ตั้งคำถาม” กับสิ่งที่ตนเองเคยเชื่อ เพื่อให้ความเข้าใจนั้นลึกขึ้นและรอบด้านมากขึ้น
ขณะที่ ต่อ รัฐพฤฒ อั้นทอง จากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ก้าวเข้ามาด้วยเหตุผลที่ดูเรียบง่าย แต่สะท้อนความจริงของนักศึกษาได้อย่างชัดเจน
“สนใจเรื่องการเงินอยู่แล้วครับ แล้วก็ชั่วโมงกิจกรรมยังไม่ครบ”
แม้จุดเริ่มต้นจะไม่ได้ซับซ้อน แต่กลับกลายเป็นประตูที่พาเขาไปพบกับความรู้ที่อาจส่งผลต่อชีวิตในระยะยาวโดยไม่รู้ตัว
และสำหรับ บิว จิรภัทร์ แจ่มใส จากสาขาวิชาเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ การตัดสินใจเข้าร่วมโครงการนี้มาพร้อมกับความเชื่อที่เรียบง่ายแต่ชัดเจน
“หัวข้อการเงิน… ยังไงก็มีประโยชน์แน่ ๆ ตอนเรียนจบ”
เธอมองเห็นคุณค่าของความรู้ชุดนี้ในฐานะ “เครื่องมือ” ที่จะติดตัวไปในวันที่ต้องก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย
แม้เหตุผลของแต่ละคนจะแตกต่างกัน—บางคนเริ่มจากการมองอนาคต บางคนเริ่มจากความสนใจเดิม บางคนเริ่มจากโอกาสเล็ก ๆ ที่ผ่านเข้ามา แต่สุดท้ายแล้ว พวกเขากลับมีจุดร่วมเดียวกันอย่างชัดเจน “พวกเขารู้ว่า เรื่องเงิน ไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ในชีวิต— และยิ่งเข้าใจมันเร็วเท่าไร ยิ่งได้เปรียบมากขึ้นเท่านั้น”

(แม็กซ์ ระพีพัฒน์ สิทธิวรวัฒน์ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ)

(ภาวินี โอ่งเพ็ชร นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมเครื่องมือและวัสดุ)
ประสบการณ์ที่เปลี่ยนความคิด: จาก “หาเงิน” สู่ “เข้าใจเงิน”
ตลอดการเรียนรู้ใน 4 ช่วงสำคัญของหลักสูตร ตั้งแต่ Money Mindset สู่การเตรียมตัวเป็น First Jobber ต่อเนื่องไปยังเรื่อง Insurance & Tax และปิดท้ายด้วย Mutual Fund สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วม ไม่ได้เป็นเพียงการเติมเต็มความรู้ใหม่เท่านั้น หากแต่เป็นการค่อย ๆ “รื้อถอนความเชื่อเดิม” ที่เคยมีต่อเรื่องเงิน และสร้างความเข้าใจขึ้นมาใหม่อย่างเป็นระบบ
สำหรับ ภาวินี สิ่งที่กระทบความคิดของเธอมากที่สุด กลับเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามอย่าง “ภาษี”
เธอสะท้อนด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “การวางแผนภาษีสำคัญมาก… มันเป็นเรื่องที่เราไม่เคยคิดว่าจะต้องจัดการจริงจัง” คำพูดสั้น ๆ นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากความไม่รู้ สู่การตระหนักว่า “การเงินที่ดี” ไม่ได้จบเพียงแค่การหาเงินได้ แต่ต้องรู้จักบริหารสิ่งที่ตามมาด้วย
ในขณะที่ แม็กซ์ ได้เปิดมุมมองใหม่ต่อสิ่งที่เคยมองว่าเป็นภาระอย่าง “ประกัน”จากความเข้าใจเดิมที่อาจมองว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น กลับกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยง
“มันไม่ใช่ภาระครับ… แต่เป็นการป้องกันความเสี่ยง ซื้อไว้เพื่อให้ ‘ไม่ได้ใช้’”
แนวคิดนี้ไม่เพียงเปลี่ยนวิธีมอง แต่ยังสะท้อนถึงการเติบโตทางความคิดที่ลึกขึ้น—จากการมองผลตอบแทน ไปสู่การมอง “ความมั่นคง” ในชีวิต
ด้าน ต่อ ได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง—สิ่งที่หลายคนมักมองข้ามในช่วงเริ่มต้นของการลงทุน
“ผมเคยเอาเงินไปลงทุนเลย… ทั้งที่ยังไม่มีเงินสำรอง”
ประโยคนี้ไม่ใช่แค่การเล่าประสบการณ์ แต่คือการยอมรับและเข้าใจข้อผิดพลาดของตนเอง ก่อนจะเรียนรู้ว่าความมั่นคงทางการเงิน ต้องเริ่มจาก “การป้องกัน” ไม่ใช่ “การเสี่ยง”
และสำหรับ บิว การเรียนรู้ครั้งนี้ได้พาเธอไปไกลกว่าปัจจุบัน สู่อนาคตที่เธอไม่เคยนึกถึงมาก่อน
“การวางแผนเกษียณ… ไม่คิดว่าต้องคิดตั้งแต่ตอนนี้”
จากสิ่งที่เคยดูไกลตัว กลับกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เรื่องราวของทั้งสี่คน อาจแตกต่างกันในรายละเอียด แต่มีจุดร่วมเดียวกัน— พวกเขาไม่ได้เพียงเรียนรู้ “วิธีหาเงิน” แต่กำลังเริ่มต้นเข้าใจว่า
เงิน… ควรถูกวางแผน ดูแล และใช้ชีวิตร่วมกับมันอย่างไร

(บิว จิรภัทร์ แจ่มใส จากสาขาวิชาเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์)

(ต่อ รัฐพฤฒ อั้นทอง จากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล)
การเปลี่ยนแปลง: เมื่อ “ลำดับความสำคัญ” ของชีวิตทางการเงินถูกเขียนขึ้นใหม่
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการเรียนรู้ในโครงการนี้ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงความเข้าใจในเนื้อหา หากแต่เป็นการ “ปรับวิธีคิด” ที่ค่อย ๆ หล่อหลอมให้ผู้เข้าร่วมเริ่มมองเงินในมิติที่ลึกขึ้น และจัดวางลำดับความสำคัญของชีวิตทางการเงินใหม่อย่างมีความหมาย
ภาวินีอธิบายการเปลี่ยนแปลงของตนเองอย่างเป็นระบบ ราวกับได้ค้นพบแผนที่ที่ชัดเจนขึ้นในชีวิต เธอเริ่มจากการย้อนกลับมามอง “รอยรั่ว” ทางการเงินที่เคยมองข้าม ก่อนจะตระหนักว่าความมั่นคงไม่ได้เริ่มจากการลงทุน แต่เริ่มจากการมีฐานที่แข็งแรง
“ต้องเริ่มจากอุดรอยรั่วทางการเงิน มีเงินฉุกเฉินก่อน แล้วค่อยจัดการความเสี่ยง… และค่อยลงทุน”
ในขณะที่แม็กซ์ ซึ่งเคยให้ความสำคัญกับ “ผลตอบแทน” เป็นหลัก กลับค้นพบมุมมองใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเขาไม่ได้มองเพียงตัวเลขกำไรอีกต่อไป แต่เริ่มเข้าใจว่าเบื้องหลังของทุกการตัดสินใจทางการเงิน คือ “ความเสี่ยง” ที่ต้องบริหารอย่างมีสติ
“ไม่ใช่แค่ได้กำไร… แต่ต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี”
ด้านต่อ ได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญที่เปลี่ยนทิศทางการเงินของเขาอย่างชัดเจนจากเดิมที่มุ่งหน้าไปสู่การลงทุนทันที เขากลับหยุดและหันมาสร้าง “หลักประกันของชีวิต” ให้มั่นคงก่อน
“ต้องมีเงินสำรอง 3–6 เดือนครับ… เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน”
และสำหรับบิว การเปลี่ยนแปลงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข แต่อยู่ที่ “วิธีมองเงิน”เธอเริ่มเข้าใจว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่ใช้ไปวัน ๆ แต่เป็น “เครื่องมือ” ที่ต้องได้รับการวางแผนและจัดสรรอย่างตั้งใจ
“ต้องรู้จักกันเงินไว้… สำหรับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น”
เรื่องราวของทั้งสี่คน สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อความรู้ถูกนำมาผสมกับการตระหนักรู้“เงิน” จะไม่ใช่เพียงสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแต่กลายเป็นสิ่งที่เราสามารถ “กำหนดทิศทาง” ได้ด้วยตัวเอง


จากห้องเรียนสู่ชีวิตจริง
บทเรียนเรื่องการเงินในโครงการนี้ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงกระดาษโน้ตหรือสไลด์ในห้องเรียน แต่ค่อย ๆ ซึมลึกและแปรเปลี่ยนเป็น “วิถีการใช้ชีวิต” ของผู้เข้าร่วมแต่ละคนอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับแม็กซ์ ความรู้ที่ได้รับไม่ใช่สิ่งใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการ “ต่อยอด” จากสิ่งที่เขาทำอยู่แล้วให้มีความลึกและเป็นระบบมากขึ้น
“ผมทำบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ทำละเอียดขึ้น และวางแผนล่วงหน้ามากขึ้น”จากเดิมที่เป็นเพียงการบันทึก กลายเป็นเครื่องมือในการมองเห็นอนาคตทางการเงินของตัวเองอย่างชัดเจน
ด้านภาวินี เลือกนำความรู้ไปปรับใช้กับ “การตัดสินใจ” ของตัวเองโดยตรง“วางแผนให้รอบคอบมากขึ้น… ไม่ใช่แค่ลงทุนตามความรู้สึก” เธอเริ่มมองการลงทุนด้วยเหตุผลมากกว่าอารมณ์ และให้ความสำคัญกับการวางแผนระยะยาวมากกว่าผลลัพธ์ระยะสั้น
ขณะที่ต่อ ซึ่งเคยเน้นการลงทุนเป็นหลัก เริ่มเรียนรู้ที่จะ “ถอยหนึ่งก้าวเพื่อความมั่นคง”
“หันมาศึกษากองทุนรวม… เพราะเสี่ยงน้อยกว่าหุ้นอย่างเดียว”
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในเรื่องการกระจายความเสี่ยง และการสร้างสมดุลให้กับพอร์ตการเงินของตนเอง
และสำหรับบิว ความเปลี่ยนแปลงอาจดูเรียบง่าย แต่กลับทรงพลังที่สุดในชีวิตประจำวัน
“ใช้เงินรอบคอบขึ้น… และวางแผนทุกครั้งก่อนใช้”
จากการใช้จ่ายตามความเคยชิน กลายเป็นการใช้เงินอย่างมีสติ และตระหนักถึงผลกระทบในระยะยาว
เรื่องราวของทั้งสี่คน อาจแตกต่างกันในรายละเอียด แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันอย่างชัดเจน—ความรู้ทางการเงินได้ก้าวข้ามจาก “สิ่งที่เรียนรู้” ไปสู่ “สิ่งที่ลงมือทำ” และกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในที่สุด

ผลกระทบต่ออนาคต: เมื่อความรู้ กลายเป็นโอกาสที่จับต้องได้
เมื่อบทเรียนในห้องอบรมค่อย ๆ คลี่คลายเป็นความเข้าใจ สิ่งที่ผู้เข้าร่วมทุกคนมองเห็นร่วมกันอย่างชัดเจน คือ “เวลา” ไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรที่ผ่านไปวันต่อวัน แต่คือ “ต้นทุนชีวิต” ที่ยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไร ยิ่งสร้างความได้เปรียบได้มากขึ้นเท่านั้น
ภาวินีสะท้อนความคิดนี้ออกมาอย่างเรียบง่าย แต่ทรงพลัง
“ยิ่งเริ่มต้นเร็ว… ยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น”
คำพูดของเธอไม่ใช่เพียงข้อสรุปจากการเรียนรู้ แต่คือการมองเห็นเส้นทางของอนาคตที่กำลังถูกวางรากฐานตั้งแต่วันนี้
ในขณะเดียวกัน แม็กซ์ขยายภาพของ “เวลา” ให้ลึกขึ้นไปอีกขั้น เขาไม่ได้มองเพียงแค่การเริ่มต้นเร็ว แต่เห็นถึงผลลัพธ์ระยะยาวของมัน
“ถ้าเรารู้เร็ว เราจะเหนื่อยน้อยในตอนท้าย”
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเงิน แต่คือคุณภาพชีวิต—การลดภาระ ความกังวล และการวิ่งไล่ตามความมั่นคงในวันที่สายเกินไป
ด้านต่อ แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของชีวิตมหาวิทยาลัย แต่สายตาของเขากลับมองไกลไปถึงวันที่ต้องก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน
“เดี๋ยวก็ต้องเป็น First Jobber… รู้เรื่องภาษีไว้ก็ดีกว่าไม่รู้”
ประโยคสั้น ๆ นี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “การใช้ชีวิตไปวัน ๆ” สู่ “การเตรียมพร้อมอย่างมีเป้าหมาย”
และในมุมของบิว เธอมองภาพรวมของโลกความเป็นจริงที่ทุกคนกำลังเผชิญ
“เศรษฐกิจแบบนี้… ยิ่งต้องวางแผนให้ดี”
คำพูดของเธอคือการย้ำเตือนว่า ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ การมีความรู้ทางการเงินไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือ “ความจำเป็น”
ท้ายที่สุดแล้ว บทเรียนที่ผู้เข้าร่วมได้รับ อาจไม่ใช่แค่การคำนวณตัวเลข หรือการเลือกเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม
แต่คือการเรียนรู้ที่จะ “มองอนาคตอย่างมีสติ” และ “ลงมือสร้างมันตั้งแต่วันนี้”


เสียงจากผู้เรียน: ข้อความถึง “คนที่ยังไม่เริ่ม”
เมื่อบทเรียนจบลง สิ่งที่ยังคงหลงเหลือไม่ใช่เพียงความรู้ในสมุดจด แต่คือ “เสียงสะท้อน” จากผู้ที่ได้ก้าวผ่านประสบการณ์นั้นจริง—เสียงเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความจริงใจ และอยากส่งต่อไปถึงใครอีกหลายคนที่ยังยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้น
ภาวินีเอ่ยขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่หนักแน่นว่า
“โครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี… สำหรับคนที่ยังไม่มีพื้นฐาน”
ถ้อยคำของเธอสะท้อนความเชื่อว่า ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างตั้งแต่แรก แค่กล้าที่จะเริ่ม ก็เพียงพอแล้วสำหรับการเปิดประตูสู่โลกการเงิน
ในขณะที่แม็กซ์มองลึกไปกว่านั้น เขาไม่ได้เพียงชวนให้เริ่มต้น แต่ย้ำถึง “ทิศทาง” ของการเริ่มต้น
“มันคือก้าวแรกที่ถูกต้อง… ของเรื่องที่ทุกคนต้องเจอ”
ราวกับกำลังบอกว่า เรื่องการเงินไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเส้นทางที่ทุกคนต้องเดิน และการเริ่มต้นอย่างถูกต้อง ย่อมเปลี่ยนปลายทางได้
เสียงของ “ต่อ” เติมความอบอุ่นให้เรื่องราวนี้มากขึ้น
“ได้ทั้งสาระ และความสนุกครับ”
เพราะการเรียนรู้ที่ดี ไม่จำเป็นต้องหนักหรือไกลตัวเสมอไป บางครั้งมันอาจเริ่มจากความสนุกเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนความคิดโดยไม่รู้ตัว
และสุดท้าย บิวฝากข้อความสั้น ๆ แต่ชัดเจน
“มาเลยค่ะ… มีประโยชน์แน่นอนตอนเรียนจบ”
เป็นคำเชิญชวนที่ไม่ต้องอธิบายยืดยาว แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจจากประสบการณ์ตรง
เสียงเหล่านี้ แม้จะแตกต่างกันในถ้อยคำ แต่กลับมีความหมายเดียวกัน—
การเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องการเงิน อาจเป็นการตัดสินใจเล็ก ๆ ในวันนี้
แต่สามารถกลายเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิตในวันข้างหน้าได้...
Categories
Hashtags